728 x 90

ขสมก. โคม่า เข้าแผนฟื้นฟูกิจการ คาดชำระหนี้สินได้ภายในปี 2588

img

จากที่ประสบปัญหาขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องและมีหนี้สินคงค้างรวมกันอยู่มากถึง 118,183 ล้านบาท ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ใช้เป็นแนวทางปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการหารายได้และการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารองค์กรที่ยั่งยืนและลดภาระกับภาครัฐ โดยจะเริ่มมีผลการดำเนินงาน (EBITTDA) เป็นบวกตั้งแต่ปี 2566 

เดินหน้าจัดหารถเมล์ใหม่  
สำหรับแผนงานที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ประกอบด้วยแนวทางปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพโดยใช้รถใหม่และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งมีแผนจัดหารถโดยสารใหม่ 3,000 คัน ที่จะต้องมีการทบทวนมติ ครม. เดิม เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2556 ที่อนุมัติให้จัดหารถโดยสารใหม่ 3,183 คัน วงเงินรวม 13,162 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และจะนำเสนอต่อ ครม. เป็นลำดับต่อไป โดยจะปรับลดจำนวนรถโดยสารจาก 3,183 คัน เหลือ 3,000 คัน ประกอบด้วย การจัดหารถเมล์ NGV 489 คัน (ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว), การปรับปรุงสภาพรถโดยสาร NGV (เดิม)  323 คัน วงเงิน 138.5 ล้านบาท ซึ่งประมูลหาผู้รับจ้างแล้ว หลังจาก ครม. ทบทวนมติเดิมผ่านจะเซ็นสัญญาได้ในเดือน ต.ค. 2562  จากนั้นในปี 2563 จะเริ่มแผนจัดซื้อรถไฟฟ้า (EV) 35 คัน พร้อมสถานีเติมก๊าซ วงเงิน 466.94 ล้านบาท, เช่ารถโดยสารใหม่ 700 คัน วงเงินรวม 7,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเช่ารถไฮบริด 400 คัน วงเงิน 4,800 ล้านบาท และเช่ารถ NGV 300 คัน วงเงิน 2,200 ล้านบาท ส่วนปี 2564 จะจัดซื้อรถโดยสารไฮบริด 700 คัน และปี 2565 จัดซื้อรถโดยสารไฮบริด 753 คัน 


ปี 67 ขอขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท 
ทั้งนี้ ตามแผนฟื้นฟู ประเมินว่าเมื่อมีรถใหม่เข้ามาให้บริการมากขึ้น จำเป็นจะต้องปรับค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของรัฐอีกต่อไป โดย    ขสมก. จะใช้อัตราค่าโดยสารตามที่คณะกรรมการขนส่งทางบกกลางอนุมัติไว้เมื่อช่วงปลายปี 2561 ไปจนถึงปี 2566 จากนั้นในปี  2567 จะมีการปรับขึ้นค่าโดยสารอีกระยะละประมาณ 1 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ ขสมก. มีผลการดำเนินงาน (EBITTDA) เป็นบวกตั้งแต่ช่วงปี 2566 และ ณ สิ้นปี 2579 จะมีหนี้สินคงเหลือ 14,727 ล้านบาท เริ่มชำระหนี้เงินกู้เสริมสภาพคล่องในปี 2577 และชำระหนี้สินทั้งหมดภายในปี 2588 


นำเทคโนโลยีส่งเสริมการบริการ
นอกจากนั้นยังมีแผนปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น ติดตั้งระบบ E – Ticket ซึ่งจะพร้อมใช้งานภายในเดือนสิงหาคม 2563, ชำระค่าโดยสารด้วย QR – Code, นำเทคโนโลยีดิจิทัลภายใต้แนวคิด “BMTA  Smart Bus” มาใช้โดยติดตั้งระบบ Global  Positioning System : GPS เพื่อติดตามการให้บริการ, ติดตั้งอุปกรณ์นับจำนวนผู้โดยสาร, ติดตั้งกล้อง CCTV, ให้บริการ WIFI บนรถ, ให้บริการผ่านระบบ Mobile Application เพื่อยกระดับและอำนวยความสะดวกปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ รวมถึงนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการงานภายในองค์กร


เตรียมปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ 
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสถานะของ ขสมก. ให้ดีขึ้น คือ การปรับปรุงเส้นทางการเดินรถ ให้เชื่อมต่อและรองรับกับระบบขนส่งสาธารณะ ปรับปรุงเส้นทางที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ และกำหนดเส้นทางใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยมีเป้าหมายว่าภายในปี 2562 จะเพิ่มเส้นทางวงกลมเชื่อมต่อระบบราง แหล่งท่องเที่ยวและศูนย์การค้า, ระยะทางให้บริการต่อเส้นทางจะไม่เกิน 26 กม., จะต้องเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆ อย่างน้อย 1 สถานี และจำนวนผู้โดยสารเชื่อมต่อท่าอากาศยานจะต้องเพิ่มขึ้น 3% ทุกปี

ส่วนการปรับปรุงเส้นทางเดินรถตามแผนปฏิรูปรถเมล์ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ให้ ขสมก. รับผิดชอบ 137 เส้นทาง ซึ่งจะมีที่เป็นเส้นทางใหม่ 17 เส้นทาง ผสมกับเส้นทางที่ ขสมก. เดินรถรายเดียว เส้นทางที่ต้องเดินรถร่วมกับเอกชนรายเดียว และเส้นทางที่เดินรถร่วมกับเอกชนหลายราย โดยกรมการขนส่งฯ จะทยอยออกใบอนุญาตฯ ให้แก่ ขสมก. 


ปรับลดพนักงานให้องค์กรกระชับ
นอกจากนั้นยังมีแผนปรับปรุงโครงสร้างองค์กรลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานให้กระชับขึ้น ด้วยโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retire แบบสมัครใจ ซึ่งจะใช้งบ 6,000 ล้านบาท มีเป้าหมายลดพนักงานจาก 13,599 คนในปัจจุบันเหลือ 7,949 คน ในปี 2565 โดยในปี 63 จะเปิดรับผู้เข้าร่วมโครงการ 655 คน ปี 64 จำนวน 2,198 คน และปี 65 จำนวน 2,198 คน และต้องเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของพนักงานด้วย ขณะเดียวกันก็ให้ดำเนินการลดค่าซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิง เช่น จัดหารถใหม่ให้ได้ตามแผน เพื่อลดค่าซ่อมบำรุง และจัดหารถที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นแทนน้ำมันดีเซล และลดค่าใช้จ่ายด้านซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิง


เปิดทางพัฒนาที่ดินเพิ่มรายได้
ในแผนฟื้นฟู ขสมก. ยังกำหนดให้ ขสมก. สามารถเพิ่มรายได้นอกเหนือจากค่าโดยสารได้ โดยนำรูปแบบการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development : TOD) มาประยุกต์ใช้ ซึ่ง ขสมก. ได้จ้างสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษา แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ศึกษาโครงการพัฒนาการใช้พื้นที่เชิงธุรกิจอู่บางเขน และอู่มีนบุรี เพื่อจะนำผลการศึกษาไปดำเนินการตามพระราชบัญญัติให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556  (พ.ศ.2559) ซึ่งจากผลการศึกษาความเป็นไปได้ด้านกฎหมาย ด้านการตลาด ด้านการก่อสร้างในการพัฒนาพื้นที่ ระบุว่าอู่บางเขน เหมาะสมต่อการจัดทำเป็นโครงการแบบผสม (Mixed Use) ระหว่างศูนย์การค้าและโรงแรมระดับบน ส่วนพื้นที่อู่มีนบุรี มีความเหมาะสมในการทำเป็นโครงการตลาด โดยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาสัญญา 30 ปี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเป็นกรรมสิทธิ์ของ ขสมก. ส่วนผลตอบแทนตามผลการศึกษาประเมินว่าจะมีค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิ์ รวม  30  ปี 361 ล้านบาท และค่าเช่า 1,206 ล้านบาท

สำหรับการบริหารจัดการหนี้สินกว่า 118,183 ล้านบาท  ซึ่งประกอบด้วยการชำระค่าเชื้อเพลิง ค่าเหมาซ่อม และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน รวมถึงหนี้จากนโยบายรัฐบาลในช่วงลดหย่อนค่าโดยสารเพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน ทาง ขสมก. จะต้องหารือร่วมกับกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเพื่อตั้งคณะทำงานพิจารณาแยกหนี้ที่เกิดจากนโยบาย ซึ่งมีประมาณ 80% และหนี้จากประสิทธิภาพการทำงานให้ชัดเจน หาแนวทางการแก้ไข ปรับลดหนี้ พร้อมปรับปรุงคุณภาพบริการ และปรับค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงต่อไป  

ทั้งนี้ หากทำได้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้โดยสารจะได้ใช้บริการรถโดยสารที่มีคุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้น สามารถอำนวยความสะดวกและยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้มากขึ้น ขณะที่ ขสมก. เองก็จะสามารถบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับภารกิจในอนาคต มุ่งสู่ BMTA 4.0 และมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี สามารถเลี้ยงตนเองได้ ลดภาระกับภาครัฐ และสามารถแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืน 


คุณประยูร ช่วยแก้ว - รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 
“คาดว่าจะเริ่มปรับปรุงรถโดยสาร 323 คัน ได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีนี้ และจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 63 สำหรับการวางระบบ WIFI บนรถโดยสารคาดว่าจะดำเนินการได้ทั้งหมดในปีนี้ ส่วนการขอใบอนุญาตการปฎิรูปเส้นทางรถเมล์ 137 เส้นทาง คาดว่าจะได้รับอนุมัติภายในปีนี้ ขณะที่ในปี 63 ก็จะจัดหารถใหม่เพิ่ม คาดว่าจะจัดหารถเช่า 700 คัน ได้ครบในไตรมาส 2-3 เท่ากับว่าปีหน้าจะได้รถทั้งหมด 1,058 คัน, มีโครงการให้พนักงานเออร์รีไทร์เฟส 1, เริ่มแผนการพัฒนาพื้นที่เชิงธุรกิจ ส่วนในปี 64 จะจัดหารถ Hybird 700 คัน, โครงการให้พนักงานเออร์ลี่รีไทร์เฟส 2 และในปี 2565 จะจัดซื้อรถ Hybird ที่เหลือ 753 คัน โครงการเออร์ลี่รีไทร์เฟส 3 อีก 2,000 คน คาดว่าจะเริ่มมีสภาพคล่อง ไม่มีติดลบในปี 2566 และจะเริ่มมีกำไรในปี 2586”


[English]
BMTA to undergo serious overhaul
Bangkok Mass Transit Authority (BMTA) is getting ready for a major rehabilitation process, which involves the upgrade of its operations through the procurement of a new bus fleet and the adoption of technology.

The plan, which is now being reviewed by the National Economic and Social Development Commission (NESDC) before it goes to the Cabinet for approval, was designed with a budget of 13.16 billion baht to procure 3,000 new buses that comprise 489 new NGV buses, 35 EV (electric vehicle) buses, and 1,453 new hybrid buses as well as the rent of 700 new buses and the refurbishment of 323 existing NGV buses.

According to the plan, the arrival of new buses will activate an increase in bus fares in order to alleviate financial burden borne by the government.  BMTA said it would continue the fare structure approved in late 2018 by the Department of Land Transport before adopting a new structure in 2024.

New and higher fares are expected to help BMTA to settle all existing debts by 2045.

In terms of technological improvement, BMTA would install the e-ticket system that will be ready for use from August 2020, the fare payment system through QR Code, and the GPS system, the system to counter the number of passengers, CCTVs and WiFi system as well as the mobile application service.

Moreover, BMTA plans to revamp its routes to ensure seamless continuation of journey through all public transportation systems and to implement the organizational restructuring process as well as to adopt the Transit Oriented Development (TOD) policy to help boost its revenue.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments