728 x 90

ไทยมีวันหยุดมากเป็นอันดับ 4 ของโลก

img

จากข้อมูลการสำรวจพบว่าคนไทยมีวันหยุดราชการมากติดอันดับโลก โดยในปี 2562 มีวันหยุดตามมติ ครม. 19 วัน ขณะที่กว่า 1 ใน 3  จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเพียงปีละครั้ง ส่วนใหญ่เที่ยวในประเทศ ใช้จ่าย 8,503 บาท/คน/ทริป ซึ่งยังคงให้เวลากับครอบครัวเป็นอันดับแรก นอกจากนั้นการเมาบนเครื่องบินและในโรงแรมถือเป็นพฤติกรรมสุดยี้สำหรับนักเดินทางไทย

วันหยุดราชการไทยปี 2562 มี 19 วัน 
ข้อมูลการสำรวจประเทศที่มีวันหยุดราชการมากที่สุดในโลก (Countries With The Most Public Holidays) โดยเว็บไซต์ worldatlas.com พบว่าโดยทั่วไปวันหยุดราชการในแต่ละประเทศจะเกี่ยวข้องกับวันครบรอบของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ วันสำคัญทางศาสนา หรือวัดหยุดตามกฎหมาย โดยในปี 2561 กัมพูชา เป็นประเทศที่มีวันหยุดราชการมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยจำนวน 28 วัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวันสำคัญทางศาสนา รองลงมาอันดับ 2 คือ ศรีลังกา มี 25 วัน ส่วนอันดับ 3 อินเดีย และคาซัคสถาน 21 วัน สำหรับไทย มีวันหยุดราชการทั้งหมด 16 วัน รั้งอยู่ในอันดับที่ 6 ร่วมกับ ตุรกี และปากีสถาน

ทั้งนี้พบว่าในปี 2562 ไทยมีวันหยุดราชการประจำปี รวม 19 วัน ภายหลังจากการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ (เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ) กำหนดให้วันที่ 3 มิถุนายน เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เป็นวันหยุดราชการประจำปี ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ และต่อมายังได้มีมติ (เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ) ให้วันที่ 4 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคลและวันหยุดราชการประจำปี

ประกอบกับก่อนหน้านี้ได้กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ​รวม 2 วัน คือ วันที่ 12 เมษายน และ 6 พฤษภาคม เมื่อเทียบกับผลสำรวจข้างต้น เท่ากับว่าจะทำให้ไทยมีอันดับขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4 ของโลก


ส่องกิจกรรมในวันหยุดของคนไทย
ขณะเดียวกันมีผลสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมช่วงเวลาในวันหยุดพักผ่อนของคนไทย โดย Picodi พบว่า คนไทย 1 ใน 3 ไปเที่ยวในช่วงวันหยุดปีละครั้ง ส่วนใหญ่เดินทาง   ท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวนถึง 77% มากกว่าไปต่างประเทศซึ่งมี 23% โดยจุดหมายปลายทางภายในประเทศยอดนิยมที่สุด ได้แก่ ชลบุรี, เชียงใหม่ และภูเก็ต ขณะที่ประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ญี่ปุ่น, เกาหลี, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และจีน โดยจะเน้นพักผ่อนในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งส่วนมากใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งสัปดาห์

สำหรับช่วงเวลาที่เลือกไปเที่ยวอยู่ในช่วงไฮซีซั่น (ฤดูกาลท่องเที่ยว) สอดคล้องกับเทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวของนักเดินทางทั่วโลกที่กำลังมีความสนใจท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เนื่องจากสามารถเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในสภาพอากาศที่ดี และราคาไม่แพงมาก ซึ่งงบสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการพักผ่อนในวันหยุดเฉลี่ยอยู่ที่ 8,503 บาท/คน/ทริป อย่างไรก็ตามมีเพียง 1% ระบุว่าไม่จำเป็นต้องประหยัดเงินในการเดินทาง ซึ่งสำหรับเคล็ดลับที่ใช้ในการประหยัดงบสำหรับทริปเดินทางพักผ่อนที่ได้รับความนิยมมากสุดคือ ซื้อตั๋วล่วงหน้า และจองที่ พักล่วงหน้า


คนไทยส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวกับครอบครัว
การใช้เวลาช่วงวันหยุดของคนไทยส่วนใหญ่ยังคงให้เวลากับครอบครัวกว่า 56% รองลงมาเป็นคู่รัก 24% แต่ก็มีคนที่ชอบเดินทางคนเดียวอยู่ 7% โดย 95% ในการออกทริปจะจัดเตรียมทุกอย่างด้วยตัวเอง ด้วยเหตุผลหลักคือสามารถจัดเตรียมทุกอย่างได้ตามความชอบ และได้ราคาที่ถูกกว่า มีเพียง 5% เท่านั้นที่ใช้บริการบริษัทเอเจนซี่ท่องเที่ยว เนื่องจากช่วยให้ประหยัดเวลา และสะดวกสบายมากขึ้น

ขณะเดียวกัน คนไทยส่วนน้อยเพียง 19% หรือ 1 ใน 5 เลือกที่จะกลับไปยังสถานที่ที่รู้จักอยู่แล้ว นอกนั้นต้องการสำรวจสถานที่ใหม่ๆ ซึ่งกิจกรรมที่ใช้เวลาในวันหยุดมากกว่าครึ่งเลือกที่จะนอนพักผ่อนบนชายหาด ตามมาด้วยการเที่ยวชมสิ่งต่างๆ ที่เป็นกิจกรรมโปรด ในส่วนของอาหารกว่า 2 ใน 3 จะลองอาหารท้องถิ่น ซึ่งอีกส่วนหนึ่งจะหาสถานที่ที่ให้บริการอาหารที่คุ้นเคย สำหรับระบบขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นเป็นวิธีการขนส่งที่นิยมมากที่สุด ตามมาด้วยการเช่ารถยนต์

และแม้ว่าช่วงเวลาในวันหยุดจะเป็นวิธีการพักผ่อนจากการทำงาน อย่างไรก็ตามบางครั้งก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิเสธสายเรียกเข้าหรืออีเมล ซึ่งปรากฏว่าคนไทยมากกว่าครึ่ง 71% ยินดีที่จะทำงานที่เกี่ยวข้องกับตนเองในวันหยุด


คนไทยมารยาทดีเมื่อโดยสารเครื่องบิน
มีผลการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมและมารยาทบนเครื่องบินและในโรงแรม ประจำปี 2562 โดยเอ็กซ์พีเดีย พบว่าคนไทยถือว่าเป็น กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีมารยาทเมื่อเทียบกับนักเดินทางทั่วโลก เนื่องจากผลสำรวจระบุว่ามีแนวโน้มที่จะนำอาหารกลิ่นแรงขึ้นเครื่องบินค่อนข้างน้อย เพียง 15% รองจากคนไต้หวัน 11% และคนญี่ปุ่น 13% ในทางกลับกันชาวอินเดียมีจำนวนถึง 31% และชาวอเมริกัน  30% ที่ไม่สนใจคนรอบข้าง

ขณะเดียวกันคนไทยยังเป็นกลุ่มนักเดินทางที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีมากที่สุด เช่น ช่วยส่งกระดาษทิชชูหรือให้ยาแก้ไอเมื่อพบเห็นคนเจ็บป่วย เป็นต้น กว่า 54% รองจากชาวออสเตรีย 57% ส่วนคนญี่ปุ่น 19% และคนเกาหลีใต้ 24% จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีอาการไอหรือจามน้อยที่สุด ขณะที่ 50% ยินดีช่วยผู้อื่นยกกระเป๋าเดินทางขึ้นไปเก็บบนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ซึ่งสูงกว่าภาพรวมของคนทั่วโลกที่ 41%


นักเดินทางจำนวนมากยังมักจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ เพื่อหลีกเลี่ยงความน่ารำคาญบนเครื่องบิน ในรายงานระบุว่า นักเดินทาง 95% จะไม่ยอมเมา ซึ่งนักเดินทางจากทั่วโลก 43% ระบุว่าผู้โดยสารที่เมาเป็นพฤติกรรมที่น่ารำคาญที่สุดบนเครื่องบิน ซึ่งมีจำนวนเพียง 5% เท่านั้นที่ยอมรับว่าเมาเหล้าบนเครื่องบิน และถือเป็นพฤติกรรมที่น่ารำคาญมากที่สุดสำหรับผู้โดยสารชาวไทย

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้โดยสารที่พฤติกรรมแย่ นักเดินทางชาวไทยส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ไม่ว่าจะเป็นพวกที่ชอบเตะที่นั่ง ซึ่งคนไทย เมื่อพบกับผู้โดยสารที่แสดงพฤติกรรมหยาบคายต่อผู้โดยสารอื่น 69% จะตรงไปแจ้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน อีกทั้ง 41% จะขอให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นคนจัดการแทน ต่างจากชาวฝรั่งเศส 61% ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเผชิญหน้าโดยตรง ส่วนหากมีใครล้ำเข้ามายังที่วางแขนของตนและไม่ยอมให้มีที่ว่างแก่ผู้อื่นเด็ดขาด คนไทย 50% จะพูดตรงๆ ไปเลย นอกจากนี้มีเพียง 22% ที่คนไทยจะยินยอมเปลี่ยนที่นั่งกับผู้โดยสารอื่น ต่างจากชาวอเมริกันซึ่งเต็มใจมากที่สุดถึง 42% และคนไต้หวัน 40%


พฤติกรรมการเข้าพักในโรงแรมของคนไทย
ขณะเดียวกันพฤติกรรมในการเข้าพักในโรงแรมของคนไทย หากพบปัญหาเสียงดังรบกวนระหว่างการเข้าพักในโรงแรม จะโทรไปขอความช่วยเหลือที่แผนกต้อนรับ 74% สูงกว่าโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มี 70% ส่วนเมื่อพบว่ามีคนส่งเสียงดังที่สระว่ายน้ำ 60% จะแจ้งปัญหานี้กับเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหรือแจ้งผู้บริหารโรงแรม แต่คนอินเดีย 30% มีแนวโน้มที่จะเผชิญหน้าโดยตรง ส่วนชาวนิวซีแลนด์ 44% และชาวออสเตรเลีย 40% เลือกที่จะปล่อยวางและเพิกเฉย

ในหมู่นักเดินทางชาวไทย 18% การมอบของที่ระลึกดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์สากลของการแสดงความเคารพต่อกัน รู้สึกซาบซึ้งเมื่อได้รับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เป็นการต้อนรับขณะเดินทางถึงที่พัก รองลงมาคือการมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารในบริเวณนั้นๆ ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นว่า การดูแลแบบเป็นส่วนตัวเฉพาะบุคคลยังคงได้รับความพึงพอใจมากที่สุด ฉะนั้น การต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านที่ดีรวมถึงการบริการอาหารฟรีจึงเป็นหนทางที่จะชนะใจนักท่องเที่ยวได้ 


ลาวิเนีย ราชราม - หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร แบรนด์เอ็กซ์พีเดีย เอเชียแปซิฟิก 
“เท่าที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ การแสดงความมีน้ำใจต่อกันยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก และไม่น่าแปลกใจเลยที่นักเดินทางชาวไทยซึ่งได้รับการสืบทอดมรดกและวัฒนธรรมไทย ติดอับดับท็อปชาร์ตในเรื่องการแสดงความมีน้ำใจต่อเพื่อนนักเดินทางด้วยกัน” 


[English]
Thailand’s public holidays, the fourth highest number in the world
The latest survey on “Countries with the Most Public Holidays” by worldatlas.com found public holidays in most countries are related to respective countries’ historic events, major religious days or holidays required by law.   

The survey suggested that, in 2018, Cambodia had 28 holidays — the biggest number in the world — with most of them being religious days.  The country with the second highest number of public holidays in 2018 was Sri Lanka (25 days), which was followed by India (21 days) and  Kazakhstan (21 days). Thailand was ranked sixth, alongside Turkey and Pakistan, with 16 days. 

In 2019, Thailand’s total number of public holidays rose to 19 and this has driven the country’s ranking in this survey to the fourth place.

Meanwhile, a study by Picodi on how Thais usually spend their holidays showed one in three will go on vacation once a year, with 77% of them traveling in the country — mainly Chon Buri, Chiang Mai and Phuket.  Most of them will choose to spend less than a week on their annual vacation.

The study also found over 56% of Thais tend to spend their holiday time with their family as 24% prefer to stay with their significant others while 7% will choose to be by themselves.

Expedia released another report, which suggested Thai travelers have been with the best behavior when compared with travelers from other countries.  Thai holiday-makers have also been the second-kindest people after the Australian.  And when confronted with unpleasant travelers, Thais tend to avoid confrontation.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments