728 x 90

เด็กไทยเศร้า...ของเล่นไทยราคาสูงอันดับ 12 ของโลก

img

ผู้บริโภคชาวไทยจ่ายเงินสำหรับการซื้อตุ๊กตาบาร์บี้และเลโก้ถึง 2,534 บาทต่อครั้ง แพงเป็นอันดับ 4 ในอาเซียน และสูงเป็นลำดับที่ 12 ของโลก แม้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจไม่ใช่รายจ่ายหลักแต่ก็ส่งผลกระทบต่องบประมาณและความสุขของคนในครอบครัว

ราคาของเล่นในไทยสูงเป็นอันดับ 12 ของโลก
ผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนไทยปี 2561 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนที่ 21,346 บาท นำไปใช้จ่ายด้านต่างๆ ได้แก่ ค่าอาหาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ของใช้ส่วนตัว การสื่อสาร การศึกษา และบันเทิง ซึ่งในหมวดนี้ก็รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้อของเล่น

ขณะที่ผลสำรวจข้อมูลตลาดของเล่นในประเทศไทยจาก Picodi.com เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ พบว่า ผู้บริโภคไทยต้องจ่ายค่าของเล่นประเภทตุ๊กตาบาร์บี้และเลโก้สูงถึง 2,534 บาทต่อครั้ง ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบเคียงกับประเทศอื่นๆ ใน 50 ประเทศ สินค้ากลุ่มนี้จึงถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะมีราคาจำหน่ายสินค้าที่ค่อนข้างสูงเกินไปสำหรับรายได้ครัวเรือน

โดยในตลาดประเทศไทยมีราคาขายตุ๊กตาบาร์บี้เฉลี่ยอยู่ที่ 891 บาทต่อชิ้น ขณะที่ราคาเฉลี่ยของเลโก้ คลาสสิก มีเดียม บริค บอกซ์ (484 ชิ้น) อยู่ที่ประมาณ 1,643 บาท ซึ่งมีราคาใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ 1,939 บาท อินโดนีเซีย 1,518 บาท และ สิงคโปร์ 1,212 บาท

แต่ที่น่าสนใจคือ ราคาที่ต่ำที่สุดของเลโก้ คลาสสิก มีเดียม บริค บอกซ์ สามารถพบได้ในประเทศฝรั่งเศส 854 บาท และสหรัฐอเมริกา 877 บาท ขณะที่เลโก้รุ่นเดียวกันมีราคาแพงกว่าถึงสามเท่าในประเทศแถบละตินอเมริกา เช่น เปรู และโคลัมเบีย ราคา 2,627 และ 2,578 บาทตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ราคาสินค้าสูงที่สุดจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น โคลัมเบีย เปรู ฟิลิปปินส์ และประเทศที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอาราเบียน เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบีย(ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 1)


จับตา Education Toys เติบโตต่อเนื่อง
ขณะที่ภาพรวมของตลาดของเล่นในประเทศไทยนั้นยังคงชะลอตัว โดยสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย คาดการณ์ตลาดส่งออกอุตสาหกรรมของเล่นในปี 2562 ว่า ยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวมีมูลค่าประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาทเท่าปี 2561 และเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมของโลกที่ชะลอตัวลงในบางตลาดหลักๆ รวมทั้งของเล่นยังถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยทำให้เป็นสินค้าอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคตัดทิ้งเป็นอันดับแรกด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดหลักที่ประเทศไทยส่งออกไปมากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ที่ลดปริมาณการนำเข้าของเล่นจากไทยลง ส่งผลต่อผู้ประกอบการของไทยพอสมควร

อย่างไรก็ตาม กลุ่มของเล่น Education Toys ยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยมีมูลค่าตลาดที่ 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเติบโตขึ้น 1-5% โดยเฉพาะของเล่นประเภท Brick Toys หรือตัวต่อ เนื่องจากผู้ปกครองกำลังมองหาของเล่นทางเลือกอื่นๆ เพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจเด็กๆ จากหน้าจอมือถือ

โดยปัจจุบันกลุ่มของเล่นประเภท Brick Toys มีส่วนแบ่งในตลาด 20-25% จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ ด้วยคุณภาพของสินค้าและราคาที่เข้าถึงได้ ส่งผลให้ความต้องการสินค้ากลุ่มนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ Social Media ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออีกด้วย(ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 2)


ตลาดของเล่นในยุค Digital Disrupt
สำหรับปัญหาหลักที่ทำให้ตลาดรวมของอุตสาหกรรมของเล่นไทยไม่ค่อยเติบโตนัก คือ ด้านราคาจำหน่ายสินค้าที่ค่อนข้างสูงเกินไป เนื่องจากผู้ประกอบการทำการกำหนดราคากันเองโดยใช้มาตรฐานเดียวกับการส่งออก ส่งผลให้ตลาดเป้าหมายหรือผู้บริโภคตัดสินใจซื้อยากขึ้น รวมถึงผลของ Digital Disrupt ที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงเกมออนไลน์มากขึ้น ทำให้ยอดขายเกมและของเล่นอื่นๆ ลดจำนวนลง ผู้ประกอบการจึงต้องปรับโซลูชั่นเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ล่าสุด Lego แบรนด์ของเล่นชื่อดังจากเดนมาร์กประกาศความร่วมมือกับ Tencent บริษัทไอทีและเกมมิ่งยักษ์ใหญ่ของจีน เพื่อเจาะตลาดเกมออนไลน์สำหรับเด็ก หลังจากที่ Lego เผชิญวิกฤต Digital Disrupt ยอดขายลดลงกว่า 5% เมื่อกลางปีที่ 2560 จนต้องปลดพนักงานออกจากบริษัทถึง 8% หรือราวๆ 1,400 คน

ดังนั้น ทางออกของปัญหาดังกล่าวผู้ประกอบการภาคเอกชนของไทยต้องปรับตัวและกลยุทธ์การทำตลาดใหม่ สำคัญที่สุดคือต้องทำการศึกษาประเทศตลาดเป้าหมายว่ามีความต้องการอย่างไร ซึ่งผลจากการสำรวจพบว่า ของเล่นที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ คือของเล่นที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ การเพิ่มทักษะสมอง การพัฒนาการเติบโต เพื่อให้เด็กได้มีการฝึกทักษะไปด้วย อีกทั้งหากนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ของเล่นต่างๆ ก็จะสามารถรองรับตลาดที่ชะลอตัวลงและการแข่งขันที่รุนแรงได้ด้วยเช่นกัน   


คุณอมรชัย นาคศุภมิตร - นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย
“ปัจจุบันตลาดอุตสาหกรรมของเล่นไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมของโลกที่ชะลอตัวลง รวมทั้งของเล่นยังถูกมองว่าเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย ทางออกคือ ผู้ประกอบการภาคเอกชนของไทยต้องปรับตัวและกลยุทธ์การทำตลาดใหม่ สำคัญที่สุดคือต้องทำการศึกษาเป้าหมายว่ามีความต้องการอย่างไร และต้องนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆ”

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments