728 x 90

กทม. เปิดพื้นที่สวนสาธารณะ-หน่วยงานรัฐ ให้ผู้พิการทางสายตาและสุนัขนำทางเข้าใช้บริการ

img

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังหารือกับ น.ส.คีริน เตชะวงษ์ธรรม หรือ "น้องทราย" ผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทาง ชื่อ "ลูเตอร์" ในประเด็นการเข้าถึงพื้นที่หน่วยงานราชการ สวนสาธารณะของสุนัขนำทางว่า กฎหมายของประเทศไทยมีอยู่แล้วเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตาสามารถใช้สุนัขนำทางได้ แต่สุนัขจะต้องผ่านการฝึกโดยเฉพาะและมีใบรับรอง  

ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีแค่ศูนย์ฝึกสุนัขสำหรับช่วยดมกลิ่นตรวจหายาเสพติดตรวจหาวัตถุระเบิด อาวุธสงคราม โดยจะไปหารือกับกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ว่าสามารถเพิ่มหลักสูตรการฝึกสุนัขนำทางได้หรือไม่ รวมถึงจะพิจารณาออกใบรับรองสุนัขที่ผ่านการฝึกหลักสูตรดังกล่าวและจะหารือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ฝึกสุนัขนำทาง


ทั้งนี้เบื้องต้นน้องทรายสามารถ นำ "ลูเตอร์" สุนัขนำทางเข้าพื้นที่สวนสาธารณะของ กทม. ทุกแห่งรวมถึงสถานที่ราชการ โรงพยาบาลของ กทม. เพราะมีใบรับรองการฝึกสุนัขนำทาง

โดยปัจจุบันบริเวณทางม้าลายในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่ค่อยมีเสียงสัญญาณเตือนในการข้ามถนน เพื่ออำนวยความสะดวกผู้พิการทางสายตาจึงได้สั่งการให้สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันเสียงเตือนข้ามถนนมีเพียงบางจุดเท่านั้น

ขณะที่ น.ส.คีริน เตชะวงษ์ธรรม กล่าวว่า ขอให้ กทม. ปรับภูมิทัศน์และกายภาพโดยเฉพาะทางเท้า ให้รองรับกับการใช้งานของผู้พิการและสุนัขนำทาง เพราะปัจจุบันทางเท้าบางจุดยังใช้งานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อีกทั้งยังมีอุปสรรค ทั้งสิ่งกีดขวางทางเท้า และสิ่งกีดขวางในระดับศีรษะ ตลอดจนสุนัขจรจัด เช่นเดียวกับการคมนาคมและระบบขนส่งมวลชน ซึ่งเท่าที่สอบถามกลุ่มผู้พิการ ส่วนใหญ่เห็นว่ารถประจำทาง หรือรถสาธารณะ ยังไม่เอื้อต่อการเดินทาง มีเพียงรถไฟฟ้าบีทีเอสเท่านั้นที่ผู้พิการสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ตนและกลุ่มผู้พิการต้องการช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด จึงอยากให้ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการด้วย


ทางด้าน นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวว่า สำนักการจราจรและขนส่ง ได้จัดทำสัญญาณไฟจราจรทางข้ามชนิดกดปุ่มที่มีสัญญาณไฟคนข้าม พร้อมสัญญาณเสียง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการทางสายตาไปแล้ว 224  แห่ง และได้มีแผนในการเพิ่มสัญญาณเสียงสำหรับอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการทางสายตาบริเวณทางแยกที่ กทม. มีทั้งสิ้น 522 ทางแยก ซึ่ง กทม. ได้เริ่มดำเนินการเพิ่มสัญญาณเสียงสำหรับผู้พิการไปแล้ว 84 ทางแยก ในพื้นที่ทางแยกหลัก เช่น แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน เป็นต้น และในงบประมาณปี 2563 จะดำเนินการเพิ่มเติมอีก 54 ทางแยก อีกทั้งตั้งแต่ปี 2561 สำนักการจราจรและขนส่ง ได้กำหนดให้สัญญาณเสียงสำหรับผู้พิการทางสายตาและสัญญาณไฟตุ๊กตาคนข้ามถนนเป็นรูปแบบมาตรฐานของหน่วยงาน หากสัญญาณไฟจราจรที่ทางแยกเดิมหมดสภาพการใช้งาน การปรับปรุงไฟจราจรใหม่ จะต้องมีสัญญาณเสียงสำหรับผู้พิการทางสายตาร่วมด้วยในคราวเดียวกัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้พิการทางสายตาได้มากขึ้นด้วย


นายสมชาย จึงมีโชค ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า สำนักการแพทย์ มีนโยบายให้ทุกส่วนราชการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการใช้งานของผู้พิการทางสายตาตามมาตรฐานของสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล เช่น ทางลาด ป้ายสัญลักษณ์สำหรับคนพิการ ราวเกาะตามทางเดิน ในห้องน้ำ รวมถึงจัดช่องทางพิเศษในการเข้าใช้บริการ จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในกรณีที่ไม่มีญาติ สำหรับกรณีผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทาง จะหารือกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงและรับบริการ โดยเบื้องต้นจะกำหนดให้จัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบติดตามเฉพาะ จัดรถ Wheelchair เพื่อพาเข้ารับบริการ และจัดสถานที่เพื่อให้การดูแลสุนัขนำทางในกรณีที่ผู้ป่วยยินยอม

ขณะเดียวกันนายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ประชุมชี้แจงให้หัวหน้าสวนสาธารณะได้รับทราบและเข้าใจถึงสิทธิของผู้พิการที่สามารถนำสุนัขนำทางที่มีใบรับรองเข้ามาใช้บริการในสวนสาธารณะทุกแห่งของ กทม. ได้ โดยให้หัวหน้าสวนแจ้งและกำชับเจ้าหน้าที่ประจำสวนสาธารณะทุกแห่งถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด และคอยให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยแก่ผู้พิการและสุนัขนำทางตลอดระยะเวลาที่เข้ามาใช้บริการด้วย พร้อมทั้งจะได้ดำเนินการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ติดบริเวณประตูทางเข้า - ออก เพื่อให้ประชาชนทราบต่อไป นอกจากนี้ ได้ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบถึงการอนุญาตให้ผู้พิการสามารถนำสุนัขนำทางเข้ามาในพื้นที่สวนสาธารณะ เสริมสร้างสังคมการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม


นอกจากนี้ นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม. ตระหนักถึงความเสมอภาคของประชาชนและความสำคัญของผู้พิการ โดยการออกแบบทางเท้าของ กทม. จะยึดหลักให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้สอยร่วมกันได้ หรือ universal design ซึ่งในการดำเนินการปรับปรุงทางเท้าของ กทม. ตลอดจนทางเดินต่าง ๆ ในการเข้าถึงพื้นที่หน่วยราชการและสถานที่ต่าง ๆ นั้น กทม. ได้บูรณาการ ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับฟังความต้องการของผู้พิการและนำมาปรับปรุงทางเท้าและทางเดินต่างๆ ในการเข้าถึงพื้นที่หน่วยราชการและสถานที่ต่างๆ ให้เหมาะสมกับผู้พิการทุกประเภท

อีกทั้ง การปรับปรุงทางเท้าของ กทม. ในปัจจุบัน สามารถรองรับทั้งผู้พิการทางสายตาและผู้พิการที่ต้องใช้วีลแชร์ให้ใช้ทางเท้าของ กทม. ได้อย่างสะดวก เช่น ทางเท้าบริเวณถนนสุขุมวิทและถนนพญาไท ขณะเดียวกัน ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ประกอบด้วย
1) guide block เพื่อเป็นเส้นนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา
2) warning block เพื่อเตือนผู้พิการทางสายตาเมื่อมีการเปลี่ยนระดับทางเท้าหรือเมื่อเจอซอย ถนน และบริเวณป้ายรถประจำทาง
3) ทำทางลาดหรือลดระดับทางเท้าบริเวณซอย ถนน ทางข้าม เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้วีลแชร์
4) ติดตั้งไฟส่องสว่างบนทางเท้าเพื่อเพิ่มความสว่างให้ผู้ที่มีความบกพร่องในการมองเห็น

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments