728 x 90

คมนาคมไฟเขียวขึ้นค่าแท็กซี่มิเตอร์คาดมีผล 15 ต.ค.นี้

img

เพื่อเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายให้แก่ผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะ หรือรถ Taxi กระทรวงคมนาคมจึงเปิดไฟเขียว ให้ปรับขึ้นค่าแท็กซี่ในระยะ 1-10 กิโลเมตร อีก 50 สต. จาก 6 บาทเป็น 6.50 บาท ส่วนช่วงเวลารถติดให้เพิ่มจากนาทีละ 2 บาท เป็น นาทีละ 3 บาท พร้อมขึ้นค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่สนามบินจาก 50 บาท เป็น 70 - 90 บาท คาดมีผลใน 15 ตุลาคมนี้ 

แม้จะมีนโยบายลดภาระค่าครองชีพต่อประชาชน โดยสั่งให้ศึกษาลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน แต่ในขณะเดียวกัน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะ (Taxi) ด้วย โดยก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษารูปแบบ เงื่อนไขการอนุญาตบริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชั่นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมทั้งให้ศึกษาและกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะ (TAXI) ระบบปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ซึ่งเดิมทีนั้นให้กรอบเวลาในการทำแผนงานนำเสนอพร้อมปฏิบัติภายใน 3 เดือน


ไฟเขียวขึ้นค่า Taxi Meter 
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดภายหลังจากการหารือกับผู้แทนสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย ถึงแนวทางการให้บริการของรถยนต์รับจ้างสาธารณะกระทรวงคมนาคมได้มีมติอนุมัติให้ปรับอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกโดยสารไม่เกิน 7 คน (Taxi Meter) ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยคงอัตราระยะทาง 1 กิโลเมตรแรกที่ 35 บาท จากนั้นในระยะทางเกินกว่า 1 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 10 ปรับขึ้นกิโลเมตรละ 50 สตางค์ จากเดิม 6 บาท เป็น 6.50 บาท

ส่วนระยะต่อไป เก็บอัตราเดิม คือ ระยะทางเกินกว่า 10 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 20 กิโลเมตรละ 7 บาท, ระยะทางเกินกว่า 20 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 40 กิโลเมตรละ 8 บาท , ระยะทางเกินกว่า 40 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 60 กิโลเมตรละ 8.50 บาท ระยะทางเกินกว่า 60 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 80 กิโลเมตรละ 9 บาท และระยะทางเกินกว่า 80 กิโลเมตรขึ้นไป กิโลเมตรละ 10.50 บาท

สำหรับกรณีที่รถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า 6 กิโลเมตร/ชั่วโมง ให้ปรับขึ้นจากนาทีละ 2 บาทเป็น 3 บาท โดยจะมีผลภายในวันที่ 15 ต.ค. 62 ซึ่งในระหว่างนี้ ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการออกประกาศอัตราค่าโดยสารใหม่

ทั้งนี้ ได้พิจารณาถึงความจำเป็นแล้วว่าเนื่องจากรถ Taxi Meter ได้รับการอนุมัติให้ปรับค่าโดยสารตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งในปัจจุบันปัจจัยด้านต้นทุนการเดินรถ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถเพิ่มสูงขึ้น เช่น ค่าครองชีพ ราคารถ อะไหล่รถ ค่าจ้างแรงงาน และค่าเชื้อเพลิง ทำให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นค่าโดยสารได้ 


ปรับค่า Surcharge สัมภาระขึ้นตามคำขอ 
สำหรับรถ Taxi Meter ที่ให้บริการภายในท่าอากาศยาน ซึ่งมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากกว่ารถ Taxi ที่ให้บริการทั่วไป ทั้งในด้านต้นทุนที่เกิดจากการวิ่งรถเปล่าจากตัวเมืองไปรอให้บริการที่สนามบิน ค่าใช้จ่ายที่ผู้ขับรถต้องจ่ายให้สนามบิน รวมถึงค่าเสียโอกาสที่ผู้ขับรถจะได้รับผู้โดยสารทั่วไป จึงเห็นควรให้ปรับเพิ่มค่า Surcharge จาก 50 บาท เป็นไม่เกิน 70 บาท สำหรับรถขนาดเล็ก และไม่เกิน 90 บาท สำหรับรถขนาดใหญ่ ส่วนค่าสัมภาระขนาดเกิน 26 นิ้ว จะให้บริการฟรีสำหรับ 2 ชิ้นแรก ส่วนชิ้นที่ 3 ขึ้นไปจะเก็บชิ้นละ 20 บาท ทั้งนี้ กรมการขนส่งฯ จะประสานกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ในการออกประกาศให้ทราบต่อไป 


ยกเลิก Taxi OK พร้อมปรับเกณฑ์ Taxi VIP
นอกจากนั้นยังได้สั่งการให้ยกเลิกโครงการ Taxi OK เนื่องจากผู้ประกอบการรถ Taxi ที่เข้าร่วมโครงการต้องเสียค่าใช้จ่าย 350 บาท/เดือน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้แทน พร้อมทั้งได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกเร่งดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อบริหารจัดการการให้บริการรถยนต์รับจ้างสาธารณะให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 เดือน

ขณะเดียวกัน ก็ได้ปลดล็อคเงื่อนไขการจดทะเบียนรถ TAXI VIP จากเดิมที่กำหนดเกณฑ์ให้ผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้น ให้เปลี่ยนเกณฑ์การจดทะเบียนโดยยึดมาตรฐานรถเป็นสำคัญ เช่น อุปกรณ์ภายในรถ แรงม้า เป็นต้น โดย กรมการขนส่งฯ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


เร่งแก้กฎหมายดึงรถป้ายดำเข้าระบบ 
สำหรับการนำรถส่วนตัว หรือรถป้ายดำมาวิ่งให้บริการ ในรูปแบบของ Grab Car นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยืนยันจะต้องนำมาอยู่ในระบบเดียวกัน ซึ่งต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ที่กำหนดประเภทรถในการให้บริการ เพื่อให้สามารถนำรถส่วนบุคคลมาให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งเป็นการปรับแก้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเลือกใช้บริการ เป็นทางเลือก ซึ่งรถส่วนบุคคล จะมีโครงสร้างค่าโดยสารอีกแบบผู้โดยสารอีกกลุ่ม เป็นการแข่งขันในการให้บริการระหว่างแท็กซี่

นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับการปรับขยายอายุรถแท็กซี่ จากเดิม 9 ปี เป็น 12 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขว่า จะต้องผ่านมาตรฐานตามที่กำหนด ซึ่งทางกรมการขนส่งฯ จะตรวจสอบสภาพรถทุก 3 เดือน หากตรวจพบว่ารถไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะต้องหยุดเดินรถทันที ไม่มีข้อยกเว้น

แน่นอนว่าสัญญาณไฟเขียวให้ขึ้นค่าโดยสารรถ Taxi ครั้งนี้ย่อมเป็นที่พึงพอใจสำหรับผู้ประกอบอาชีพโดยตรง หลังจากที่เดินหน้ายื่นข้อเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี แต่สิ่งที่ต้องดูกันต่อไป ก็คือหลังจากนี้การปฏิเสธผู้โดยสาร และอันตรายที่เกิดจากการใช้บริการรถ Taxi ที่มีผู้ขับขี่หัวร้อน หรือโกงมิเตอร์ ชอบคิดราคาเหมาทั้งผู้โดยสารคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดหรือหมดไปหรือไม่ การให้บริการจะได้รับการยกระดับให้สมกับที่ได้ปรับเพิ่มค่าโดยสารจริงไหม แน่นอนว่าผู้โดยสารจะต้องเป็นผู้พิสูจน์จาการใช้บริการกันต่อไป  


คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  
“การปรับค่าโดยสารใหม่จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่มีข้อสรุปร่วมกัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จะไม่มีการผูกขาด และจะทำแอปพลิเคชั่นแท็กซี่ให้สมบูรณ์เพื่อให้รถแท็กซี่ 80,000 คันเข้าระบบ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะต้องเร่งพัฒนาระบบให้เสร็จภายใน 1 เดือน คาดว่าไม่เกิน 15 ตุลาคมนี้จะชัดเจน ส่วนอายุรถที่ผู้ประกอบการขอขยายจาก 9 ปี เป็น 12 ปี ก็ไม่ขัดข้อง แต่รถต้องมีมาตรฐาน ตรวจสอบทุก 3 เดือน ถ้ามาตรฐานและคุณภาพไม่เป็นไปตามที่กำหนดจะต้องหยุดบริการทันที เพื่อคำนึงถึงประชาชนที่มาใช้บริการ ทั้งนี้แม้กรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้ที่ตรวจสอบ แต่พี่น้องประชาชนก็สามารถจะช่วยเรื่องนี้ได้” 


[English]
Transport Ministry approves fare increase for metered taxis
In parallel with the policy to help lower the costs of living, particularly for those related to public transportation expenses, the Ministry of Transport has recognized the need to help public taxi drivers.

After a discussion with the Thai Public Taxi Association, the Ministry has approved the proposed increase of fare for the metered taxi service in Bangkok.

Under the new fare structure, the first kilometer will still incur a charge of 35 baht.  But, after that the rate will increase by 0.50 baht.  So, the fare will be at 6.50 baht per kilometer from the second kilometer until the 10th kilometer.  From the 11th to the 20th kilometer, the fare goes up to 8.00 baht a kilometer, before rising to 8.50 baht per kilometer until the 60th kilometer.  From this point, the rate is 9.00 baht a kilometer up until the 80th kilometer.  The highest fare of 10.50 baht per kilometer will be applied from the 81st kilometer onward.

And, when the vehicle is not moving faster than six kilometers an hour, the meter will charge three baht a minute — an increase from the current two-baht rate.  

According to the Ministry, the new fare structure will be in effect from October 15, when it is hoped that higher fares will help taxi drivers and operators to cope with higher costs.

In addition, the Ministry has agreed to raise the surcharge rate for public taxis operating at Bangkok airports to 70 baht from 50 baht for regular vehicles and to 90 baht for large-sized vehicles.  Also, while passengers will not have to pay anything for the first two pieces of belongings, they will be charge 20 baht apiece after that.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments