728 x 90

ท่องเที่ยวปลายปีคึกคัก เงินสะพัด 6 หมื่นล้านบาท

img

บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2562 พบว่ามีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวมากถึง 76.9% ซึ่งช่วยก่อให้เกิดรายได้แก่ภาคการท่องเที่ยวในประเทศเป็นมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ทำให้ทั้งปีนี้มีมูลค่ารวม ประมาณ 2.27 แสนล้านบาท เติบโต 2.6% จากปี 2561 ขณะที่ 22.2% มองว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวมีผลต่อการตัดสินใจในการเดินทาง

มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวมีผลต่อการตัดสินใจ
เข้าสู่โค้งสุดท้ายในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี คือฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย ซึ่งคนไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ในทิศทางช่วง 3 เดือนส่งท้ายปลายปี (ต.ค.-ธ.ค. 2562) เชื่อว่าน่าจะมีบรรยากาศที่ดี จากการที่ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยอย่างมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” รวมถึงแคมเปญ “100 บาท เที่ยวทั่วไทย” และ “วันธรรมดาราคา Shock โลก”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เผยถึงผลการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2562 พบว่าคนกรุง 76.9% มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 76.2% โดยส่วนใหญ่เดินทางเพื่อการพักผ่อนกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน รองลงมาคือการกลับภูมิลำเนาเยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยวด้วย, ไปสัมมนากับองค์กรและบริษัท, การไปร่วมทำงานจิตอาสาและท่องเที่ยว และไปแข่งขันหรือชมกีฬา อย่างวิ่งมาราธอน ส่วนอีก 23.1% ยังไม่ได้วางแผน แต่อาจจะไปเที่ยวในปลายทางระยะใกล้ ไม่ต้องใช้เวลาวางแผนล่วงหน้านาน

สำหรับจุดหมายปลายทางของคนกรุงเทพฯ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 มีการกระจายตัวไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น โดยภาคเหนือยังเป็นจุดหมายยอดนิยมสูงสุด โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ และ จ.เพชรบูรณ์ ในส่วนกิจกรรมที่นิยมทำส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวตามสถานที่ทางธรรมชาติ ภูเขา ทะล หรือน้ำตก รองลงมาคือสักการะและทำบุญไหว้พระวัดที่มีชื่อเสียง ไปร้านอาหารท้องถิ่น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นอิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการรีวิวร้านอาหาร  และท่องเที่ยววิถีชุมชน ถนนคนเดิน ร่วมงานกิจกรรมวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นต่อมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว (ในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 62) พบว่ามีผลต่อการตัดสินใจ 22.2% ขณะที่ 77.8% เห็นว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทาง เนื่องจากไม่ได้เดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว ระบบค่อนข้างยุ่งยากต่อการใช้งาน และมีแผนในช่วงนั้นพอดี 


คาดปี 62 คนกรุงเที่ยวไทย เงินสะพัด 2.27 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ยังพบว่าในช่วงปลายปีคนกรุงเทพฯ มีการเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ย 2 ครั้ง (ทริป) ขณะเดียวกันจำนวนวันพักค้างเฉลี่ยอยู่ที่ 2 คืน/ทริป เท่ากับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีวันหยุดยาวหลายช่วงและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภาครัฐ

สำหรับค่าใช้จ่ายที่คนกรุงเทพฯ เดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะกระจายลงสู่ธุรกิจ ทั้งคมนาคมขนส่ง โรงแรมและที่พัก ร้านอาหาร ซื้อสินค้าและของที่ระลึก รวมถึงภาคบริการอย่างแพคเกจท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยในช่วง 3 เดือนนี้คาดว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ย 7,100 บาท/ทริป เพิ่มขึ้น 1.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ โรงแรม ที่พัก และอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับค่าใช้จ่ายที่ปรับลดลง คือซื้อของฝาก ซึ่งน่าจะมีเหตุผลจากการที่ร้านค้ามีการทำตลาดออนไลน์ ทำให้สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ตลอดเวลา

จากผลสำรวจทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯ น่าจะก่อให้เกิดรายได้แก่การท่องเที่ยวในประเทศเป็นมูลค่า 60,000 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งปี 2562 รวมเป็นมูลค่าประมาณ 227,300 ล้านบาท เติบโต 2.6% จากปี 2561

ประมาณการว่ามี นทท. ยุโรป 6.66 ล้านคน
ในช่วงปลายปีนักท่องเที่ยวยุโรปถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญของภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย แต่แม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงท้ายปี 2562 กลับต้องพบกับความท้าทายจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและค่าเงิน การแข่งขันกับสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่หลากหลาย และสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนสูง หลังจากที่ในช่วง 8 เดือนแรกของปี ข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่านักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรปเที่ยวไทยหดตัว 1.9% จากปีก่อน หรือมีจำนวน 4.4 ล้านคน โดยการหดตัวเกิดขึ้นในตลาดหลัก อาทิ รัสเซีย เยอรมนี สวีเดน และฝรั่งเศส แม้ว่าตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียมีโอกาสที่จะกลับมาบวกได้เล็กน้อยจากที่หดตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประกอบกับแรงหนุนบางส่วนจากการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปบางชาติ เช่น ยุโรปตะวันออก ซึ่งเดิมไม่ใช่ตลาดหลัก เป็นต้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่านักท่องเที่ยวยุโรปเที่ยวไทยน่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 6.66 ล้านคน หดตัวประมาณ 1.5% จากปี 2561 สำหรับการใช้จ่ายประมาณ 4.68 แสนล้านบาท หดตัว 1% โดยการใช้จ่ายที่ชะลอตัว มาจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่อาจมีวันพักลดลงแล้ว สกุลเงินของประเทศยุโรปหลายประเทศที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท ทำให้นักท่องเที่ยวปรับแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับงบประมาณ โดยเฉพาะในไฮซีซั่นเป็นช่วงที่การเดินทางท่องเที่ยวจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติ 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments