728 x 90

คนไทยใจบุญ...เปย์การกุศลเฉลี่ย 6,200 บาท/ครัวเรือน/ปี

img

ข้อมูลจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีวัดกว่า 41,340 แห่ง โดยครัวเรือนไทยกว่า 96% มีรายจ่ายเพื่อการกุศล ได้แก่ ทำบุญ บริจาคเงินเข้าวัด ซื้อของให้แก่องค์กรต่างๆ เป็นต้น แต่ปัญหาที่ตามมาคือการทุจริตหรือความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับเงินบริจาคของวัด ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง เพราะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของชาวพุทธเป็นอย่างมาก

ครัวเรือนรายได้น้อยทำบุญมากกว่ารายได้สูง
ผลการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนไทยในปี 2552-2560 โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) พบว่า 96% ของครัวเรือนไทยทั้งหมดมีรายจ่ายเพื่อการกุศล หมายถึง มีสมาชิกในครัวเรือนอย่างน้อย 1 คนที่มีรายจ่ายเพื่อการกุศลตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปภายในระยะเวลา 1 ปี ประกอบไปด้วย ค่าอาหาร/ของถวายพระ/ไหว้เจ้า เงินทำบุญและการซื้อของให้แก่องค์กรต่างๆ

โดยมูลค่าของรายจ่ายเพื่อการกุศลรวมทั้งประเทศในปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท (6,200 บาท/ครัวเรือน/ปี) เพิ่มขึ้นจากประมาณ 9.4 หมื่นล้านบาทในปี 2552 (5,000 บาท/ครัวเรือน/ปี) หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.8% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของรายจ่ายเพื่อการทำบุญต่อรายได้ระหว่างครัวเรือนในระดับรายได้ต่างๆ แล้วพบว่า ครัวเรือนรายได้น้อยมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้สูงกว่า โดยในปี 2560 คน รายได้สูง 10% แรกมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ 1.4% ขณะที่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่สุด 10% มีสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 5.1% 

ต่างจังหวัดเปย์หนักกว่าชาวกรุง
นอกจากนี้ยังพบว่า ครัวเรือนในต่างจังหวัดมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนในกรุงเทพฯ โดยสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้ของครัวเรือนในต่างจังหวัดอยู่ที่ 2.8% ต่อรายได้ ขณะที่ครัวเรือนในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 1.3%

อีกทั้งครัวเรือนที่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนนอกภาคเกษตร สัดส่วนอยู่ที่ 3.3% ต่อ 2.5% และครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุ สัดส่วนอยู่ที่ 3.2% ต่อ 2.3%

นอกจากนี้ ครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวมีการศึกษาสูงจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลน้อยกว่าครัวเรือนที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี อยู่ที่ 1.7% ต่อ 2.8% และครัวเรือนที่มีรายจ่ายซื้อสลากกินแบ่งจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีการใช้จ่ายในสลากกินแบ่ง  สัดส่วนอยู่ที่ 2.7% ต่อ 2.6%

ทั้งนี้ พบข้อมูลน่าสนใจว่า สัดส่วนของรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้ครัวเรือนโดยเฉลี่ยลดลง จาก 2.8% ต่อรายได้ครัวเรือนในปี 2552 มาอยู่ที่ 2.6% ในปี 2560 โดยเป็นการลดการใช้จ่ายลงของครัวเรือนในทุกระดับชั้นรายได้ ซึ่งครัวเรือนรายได้ปานกลางมีอัตราการลดลงที่มากที่สุด ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากภาระหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ครัวเรือนมีแนวโน้มลดสัดส่วนการใช้จ่ายลงโดยเฉพาะส่วนที่เป็นรายจ่ายไม่ประจำ (Discretionary Spending)


บล็อกเชนทางเลือกการทำบุญยุค 4.0
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาที่พบในแวดวงพุทธศาสนามีเข้ามามากมาย นอกเหนือจากข่าวอื้อฉาวในวงผ้าเหลืองแล้ว ปัญหาการทุจริตหรือความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับเงินบริจาคของวัดยังเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง ซึ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของชาวพุทธเป็นอย่างมาก

ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา ผู้อำนวยการสถาบันคิดใหม่ นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีบล็อกเชน จึงนำเสนอแนวคิดนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการเงินทำบุญและเงินบริจาค เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที ใช้งบลงทุนไม่สูง มีโครงสร้างระบบที่เป็นแบบกระจายอำนาจ สามารถตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในการบริจาคให้กับผู้มีจิตศรัทธาว่าเงินที่ทำบุญไปจะถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง

โดยหลักการนำบล็อกเชนมาใช้คือ เปลี่ยนการบริจาครูปแบบเดิมที่เป็นเงินบาท ซึ่งเมื่อวัดหรือพระสงฆ์รับไปแล้วสามารถนำไปซื้ออะไรก็ได้ตามต้องการ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม มาเป็นการบริจาคผ่านสกุลเงินออนไลน์ที่เรียกว่า Buddhist Coin เมื่อวัดหรือพระสงฆ์ได้รับ Buddhist Coin แล้วจะสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการได้เฉพาะที่ถูกกำหนดไว้ตามขอบเขตของหลักพระวินัยเท่านั้น และธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนช่องทางนี้จะถูกบันทึกไว้ในระบบบล็อกเชนที่กระจายการจัดเก็บ และไม่สามารถแก้ไขได้

ทั้งนี้ แนวคิดเรื่องบล็อกเชน และ Buddhist Coin นับว่าเป็นการทำบุญในรูปแบบใหม่ และเป็นความหวังในการป้องกันไม่ให้วัดหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องใช้เงินบริจาคที่ไปในทางไม่สมควร เพื่อตอบโจทย์เรื่องความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ และเป็นการยกระดับการบริจาคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงเป็นแนวคิดที่คนในสังคมควรให้ความสนใจ และช่วยกันพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง

อย่างไรก็ตาม ระบบการบริจาคด้วยบล็อกเชนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และให้ Buddhist Coin เป็นทางเลือกใหม่สำหรับการบริจาคนอกเหนือจากการบริจาคเป็นเงินบาทตามปกติ   


ดร.นพ.มโน เลาหวณิช - นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา
"ปัญหาความเสื่อมเสียที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์หรือบุคลากรของวัด โดยเฉพาะในเรื่องเงินทองทรัพย์สินต่างๆ ทำให้พุทธศาสนิกชนรู้สึกเสื่อมศรัทธา ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนา จึงจำเป็นต้องหาหนทางแก้ไข แนวคิดการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อป้องกันปัญหาทุจริตเงินวัด จึงเป็นแนวคิดที่น่าสนใจแต่เป็นเรื่องที่ใหม่มากในสังคมไทย ควรมีการพัฒนาแนวคิดและวิธีการนำไปใช้ที่เป็นรูปธรรม และมีการอภิปรายข้อดีข้อเสียในทางปฏิบัติกันมากขึ้น"


ผศ.ดร.วีรณัฐ  โรจนประภา - ผู้อำนวยการสถาบันคิดใหม่ 
"แวดวงพระพุทธศาสนาในช่วงหลายปีมานี้มีปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับเงินบริจาค ซึ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวพุทธ เทคโนโลยีบล็อกเชนเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการเงินทำบุญ ด้วยการสร้าง Buddhist Coin หรือ เหรียญแห่งชาวพุทธ เพื่อให้ผู้บริจาคนำเงินบาทไปแลกเป็นเหรียญบุญเข้าสู่กระเป๋าเงินอิเลคทรอนิกส์ของวัด และวัดสามารถใช้เหรียญนี้ภายใต้เงื่อนไขการจับจ่ายตามพระวินัยของสงฆ์กับร้านค้าที่รับเหรียญนี้ได้"

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments