728 x 90

กรุงเทพฯ แชมป์สวมหมวกกันน็อกสูงสุด 85%

img

ในแต่ละปีมีคนไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนด้วยมอเตอร์ไซค์เป็นจำนวนมาก ที่น่ากังวลคือพบว่าอัตราการสวมหมวกนิรภัยยังต่ำเพียง 45% โดยเฉพาะกลุ่มเด็กมีแค่ 8% เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 7 ปี แต่ยังคงต้องเร่งผลักดันเพื่อให้มีการสวมหมวกนิรภัย 100%

คนไทยเสียชีวิตบนมอเตอร์ไซค์กว่า 90% 
ข้อมูลจากรายงานองค์กรสวมหมวกนิรภัย 100% โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยว่าในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลกเกือบ 1.2 ล้านคน ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและพิการหลายล้านคนด้วยสาเหตุหลักจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

ประมาณการณ์กันว่าการเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ในประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่ำถึงปานกลาง (รวมประเทศไทย) เฉลี่ยสูงถึง 88% ซึ่งสร้างผลกระทบทางด้านสังคมสำหรับผู้รอดชีวิตจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะต่อครอบครัวและชุมชนสูงมาก เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องได้รับการดูแลรักษาเป็นพิเศษและเป็นเวลานาน ต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก ขณะที่ประเทศในยุโรปพบการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์เกิดจากการบาดเจ็บที่ศีรษะกว่า 75%

ส่วนในไทยไทยมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยพาหนะสองล้อสูงถึง 70-90% มากกว่ามาเลเซีย ที่มี 60% และอินเดีย 27%

ทั้งนี้ จากผลวิจัยของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่ง เอเชีย (AIT) พบว่า การสวมหมวกนิรภัยช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตเนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ 43% สำหรับผู้ขับขี่ และ 58% สำหรับผู้โดยสารที่นั่งซ้อนท้าย แต่กลับพบว่าคนไทยสวมหมวกนิรภัยกันน้อยมาก 


คนไทยสวมหมวกกันน็อกแค่ 45%
เมื่อดูตัวเลขจากผลสำรวจอัตราการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในไทย ปี 2561 โดย มูลนิธิไทยโรดส์ และเครือข่ายเฝ้าระวังสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Watch) เผยให้เห็นว่ามีผู้ใช้รถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยเพียง 45% เท่านั้น โดยเมื่อแยกเป็นการสวมเฉพาะผู้ขับขี่ มีการสวม 52% และเฉพาะผู้โดยสาร อยู่ที่ 22% อย่างไรก็ตามนับว่าเป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 7 ปี

ขณะเดียวกันเมื่อดูสถิติการสวมหมวกนิรภัยตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มผู้ใหญ่เป็น   กลุ่มที่สวมมากที่สุด 48% รองลงมาคือกลุ่มวัยรุ่น 22% แต่ที่น่ากังวลใจคือ กลุ่มเด็ก ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นผู้โดยสาร มีการสวมหมวกนิรภัยเพียง 8% เท่านั้น นับว่าเป็นอัตราที่น้อยมาก 


กรุงเทพฯ แชมป์สวมหมวกกันน็อกสูงสุด
เมื่อเปรียบเทียบตามพื้นที่ พบว่าในเขตเมืองหลัก มีอัตราการสวมสูงถึง 78% (พื้นที่เขตเทศบาลนครหรือเทศบาลเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจังหวัด) ส่วนเขตเมืองรอง 45% (เทศบาลเมืองในอำเภอ/เทศบาลตำบลที่มีประชากรมากกว่า 20,000 คน)  และเขตชุมชนชนบท มีเพียง 31% เท่านั้น (เทศบาลตำบลที่มีประชากรน้อยกว่า 20,000 คน)

ขณะที่จังหวัดที่มีผู้สวมหมวกนิรภัยสูงที่สุดในประเทศ อันดับ 1 คือ กรุงเทพฯ 85% รองลงมาอันดับ 2. ภูเก็ต 61% และอันดับ 3. นนทบุรี 60% ในทางกลับกับจังหวัดที่มีผู้สวมหมวกนิรภัยน้อยที่สุด คือ บึงกาฬ 12% ตามมาด้วย นราธิวาส 16% และ นครพนม 19%

โดยกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีความเข้มงวดในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ส่งผลให้มีอัตราการสวมหมวกนิรภัยสูงที่สุดในประเทศ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้ประกาศนโยบาย “กรุงเทพมหานคร เมืองต้นแบบ สวมหมวกนิรภัย 100%” ส่งผลให้ปี 2561 ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในเขตกรุงเทพฯ สวมหมวกนิรภัยสูงถึง 85% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้โดยสารที่สวมเพิ่มขึ้นเป็น 55% รวมถึงกลุ่มผู้ขับขี่สวมมากถึง 92%


นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการมีฐานข้อมูลการสวมหมวกนิรภัยซึ่งเป็นฐานเดียวของประเทศ ณ ตอนนี้ ที่เก็บมาอย่างต่อเนื่อง 9 ปี เพื่อสะท้อนสถานการณ์และพฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในไทย สามารถนำไปใช้อ้างอิงเป็นฐานข้อมูลสำหรับการติดตามประเมินผลการดำเนินมาตรการต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่การบังคับใช้กฎหมาย และการประชาสัมพันธ์รณรงค์

ทั้งนี้ยังคงเป็นการบ้านให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย 100% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการจะลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ และการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนที่ไทยถือเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลก ขณะที่มองกลับมายังผู้ขับขี่ก็ควรต้องใส่ใจในการป้องกันตัวเองให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน 


นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ - รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
“การสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของไทยในแต่ละปีนั้น ส่วนหนึ่งเป็นการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บที่ศีรษะของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ หมวกนิรภัยเป็นอุปกรณ์เดียวที่จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ แม้ว่าในปี 2554 รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นปีแห่งการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% แต่ผลการสำรวจของมูลนิธิไทยโรดส์ ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าอัตราการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั้งประเทศยังคงมีแนวโน้มคงที่ ไม่ถึง 50% อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียนด้วยกัน”

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments