728 x 90

Homeless กลางเมืองกรุง!! จากปัญหาครอบครัวสู่ภาวะสังคม

img

Homeless หรือคนไร้บ้าน เป็นอีกมุมหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม จากปัญหาครอบครัวสู่ภาวะเศรษฐกิจประเทศ กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนต้องร่วมมือแก้ไข แม้หลายภาคส่วนจะยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่จำนวนผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะยังคงเพิ่มขึ้นทุกปี

เขตพระนครพบคนไร้ที่พึ่งมากที่สุด
จากผลการสำรวจของมูลนิธิอิสรชนพบว่า ในปี 2562 มีจำนวนคนไร้ที่พึ่งเฉพาะในกรุงเทพมหานคร อยู่ทั้งหมด 4,392 คน เพิ่มขึ้นกว่าปี 2561 ประมาณ 10%

เขตที่พบผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะมากที่สุดคือ เขตพระนคร 755 คน เขตจตุจักร 642 คน เขตปทุมวัน 480 คน เขตสัมพันธวงศ์ 430 คน และเขตบางซื่อ 364 คน

สำหรับประเภทผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะซึ่งพบมากที่สุด ได้แก่ คนเร่ร่อน ผู้ติดสุรา ใช้ที่สาธารณะหลับนอนชั่วคราว ผู้ป่วยทางจิต คนจนเมือง และคนไร้บ้าน เป็นต้น

ทั้งนี้ อัตราเพิ่มของจำนวนคนไร้ที่พึ่งในช่วงปี 2556-2559 เติบโตค่อนข้างน้อย คือเพิ่มขึ้นประมาณ 2.8-3.5% เท่านั้น แต่หลังจากปี 2560 เป็นต้นมา ปรากฏว่าอัตราเพิ่มของคนไร้ที่พึ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเป็น 5.1%, 10% และ 10% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าในช่วง 3 ปีหลังที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศไทยถดถอยลง ทำให้คนเร่ร่อนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นเด่นชัด


เบื้องหลังของคนเร่ร่อน
จากการลงพื้นที่และสัมภาษณ์ผู้ใช้ชีวิตสาธารณะบริเวณตรอกสาเก เขตพระนคร เพื่อสำรวจเบื้องหลังของผู้ใช้ชีวิตสาธารณะ พบ 5 เหตุผลหลักในการออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะคือ ปัญหาด้านครอบครัว เช่น ครอบครัวแตกแยก ไม่ได้รับการต้อนรับจากครอบครัว ถูกขับไล่ เป็นต้น

ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น ความยากจน เข้ามาหางานในเมืองแต่ผิดหวัง ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ดินสำหรับอยู่หรือทำมาหากิน เพราะถูกไล่ที่

ปัญหาด้านสุขภาพ เช่น เป็นผู้ป่วยทางจิต วิกลจริต ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวและสังคม

สังคมไม่ให้โอกาส เช่น กลุ่มผู้ต้องโทษที่ได้รับการปล่อยตัว กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม ไม่มีที่ไป ไม่มีงานทำ

อยากมีชีวิตอิสระ เช่น สมัครใจเป็นคนไร้บ้าน รักอิสระ ไม่มีภาระในชีวิตที่เหลืออยู่ มีการเตรียมความพร้อมในชีวิตระดับหนึ่ง จึงใช้ชีวิตที่เหลือตามที่ตนปรารถนา

โดยมูลนิธิอิสรชนได้สำรวจชีวิต 24 ชั่วโมงของผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ พบว่า 06.00-08.00 น. หาข้าวเช้ากิน ทำกิจวัตรต่างๆ, 08.00-17.00 น. รับจ้าง เช่น ขับรถ ขายของ เก็บของเก่า, 17.00-19.00 น. หาอาหารเย็น รอแจกอาหาร ไปโรงทาน ไปตามงานต่างๆ,19.00-22.00 น. หาแหล่งหลับนอน พูดคุยกับคนเร่ร่อนเช่นเดียวกัน และ 22.00-06.00 น. นอนพักผ่อน ซึ่งชีวิตในแต่ละวันก็จะวนเวียนเช่นเดิม


Homeless แท้จริงคือปัญหาของทุกคนในสังคม
ที่ผ่านมา กทม.ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตกลุ่มคนเร่ร่อน คนไร้ที่พึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยประสานความร่วมมือการจัดระเบียบร่วมกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สำนักพัฒนาสังคม ยังได้ดำเนินโครงการ “บ้านอิ่มใจ” เพื่อเป็นศูนย์คัดกรองในการรับเรื่องราว ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ส่งต่อ ติดตาม ตรวจสอบ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการคุ้มครองสวัสดิภาพกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ได้รับความเป็นธรรม ความเสมอภาค ความมั่นคงในชีวิต สามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามศักยภาพ

ล่าสุด กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 12-27 พ.ย. ที่ผ่านมา บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ สนามหลวง ถนนราชดำเนินกลาง สี่แยกคอกวัว ลานพระราชวังดุสิต สถานีรถไฟหัวลําโพง สถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ เป็นต้น เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัย การส่งเสริมอาชีพแก่กลุ่มคนเร่ร่อน

ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามความสมัครใจและความต้อง การตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 หากพบการเจ็บป่วยหรือมีอาการทางจิต พนักงานเจ้าหน้าที่จะนำส่งเข้ารับการตรวจรักษาในสถานพยาบาลเฉพาะด้านต่อไป

แม้ปัจจุบันมีการเปิดกว้างในความหลากหลายของคนในสังคม แต่ยังมีคนที่มีทัศนคติเชิงลบกับการช่วยเหลือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ รวมไปถึงการผลักภาระให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ ทั้งที่เรื่องของผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะเป็นเรื่องของทุกคนในสังคม ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน สังคม ที่ผลักคนมาสู่ที่สาธารณะเพิ่มมากขึ้น

ปัญหาคนไร้ที่พึ่ง หรือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ จึงเป็นปัญหาที่สังคมต้องตระหนักด้วยการยอมรับและเข้าใจ การให้ความร่วมมือช่วยเหลือเป็น  กระบวนการแรกที่ทำให้เกิดการสร้างพลังเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสังคม ในการสร้างการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาสวัสดิการสังคมให้เข้าถึงและทั่วถึง เพื่อเกิดภูมิคุ้มกันที่ดี ป้องกันไม่ให้คนออกมาสู่ที่สาธารณะในสังคมต่อไป  


คุณอัจฉรา สรวารี - เลขาธิการมูลนิธิอิสรชน
"ผู้อาศัยในที่สาธารณะจะเพิ่มจำนวนขึ้นประมาณร้อยละ 10 ทุกปี โดยเป็นผู้สูงอายุมากขึ้น เนื่องจากสวัสดิการผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาทที่ได้รับมาไม่เพียงพอ ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตัวเองได้ บางครอบครัวจึงมองว่าเป็นภาระ และทอดทิ้งให้ออกมาอาศัยในที่สาธารณะ"


คุณสาโรช เรียนจบ - อายุ 67 ปี Homeless ในกทม.
"ผมอาศัยนอนอยู่ที่วัดมากว่า 40 ปีแล้ว มีหลายคนเลยที่มาอยู่ด้วยกัน ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีงานทำ บางครั้งมีคนมาจ้างให้เฝ้ายามแต่ไม่จ่ายค่าจ้างก็มี จะไปแจ้งความเอาผิดก็ไม่กล้า ทุกวันนี้อยู่ได้เพราะมีคนใจดีมาบริจาคอาหารให้ บ้างก็เอาเสื้อผ้ามาให้ด้วย"

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments