728 x 90

เรียกสติก่อนดีเดย์วันสงกรานต์

img

เข้าสู่ช่วง "10วันอันตราย" ในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยเราทีไร เป็นได้เห็นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตีปี๊บ มาตรการลดอุบัติเหตุในการเดินทาง ตั้งจุดสกัดจุดอำนวยความสะสวกเต็มพรึ่ด

แต่กระนั้น จะเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย หรือปีใหม่สากลก็ตามแต่ สถิติของ ผู้คนที่ต้องสังเวยไปกับอุบัติเหตุและการเดินทางนั้นกลับยังคงทะยานสูงขึ้นทุกปี  จะเป็นเพราะเราตีความเทศกาลเหล่านี้ถือเทศกาล “ปล่อยผี” หรือเป็นวันฮาโลวีนหรือไงก็ไม่ทราบ

ยิ่งมาปีนี้ที่ประเทศได้ปลดล็อคการเลือกตั้งไปสดๆ ร้อนๆ ด้วยแล้ว เริ่มเข้าสู่บรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยที่มักจะลงเอยด้วยอะไรก็ได้คือไทยแท้ด้วยแล้ว ยิ่งน่าเป็นห่วงว่าสถิติอุบัติเหตุ ในข่วง 10 วันอันตรายคงสูงกว่าปีก่อนๆแน่

ที่จริงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่นั้น ต้องถือเป็นวันที่พิเศษสุดหรือดีที่สุด อย่างที่ “พระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ)” อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ศิษย์ตถาคตในสายหลวงปู่มั่นปุริสุทธโธ ได้เคยเทศนาฝากข้อคิดวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่เอาไว้หลายปีก่อนแล้ว ว่า

วันสงกรานต์หรือคือวันปีใหม่ของไทยในอดีตนั้น จุดหมายจริงๆ ของวันสงกรานต์ ก็คือ “วันแห่งกตัญญูกตเวที” ที่ลูกหลานจะได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อคนแก่หรือผู้สูงอายุ  ทางราชการจึงถือให้เป็น “วันผู้สูงอายุแห่งขาติ” หรือจะเรียกแบบชาวบ้านว่า “วันคนแก่”นั่นแหล่ะ

วันสงกรานต์จึงเป็นวันที่เราทั้งหลายต้องไปสักการะ คนเฒ่าคนแก่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย  ไปสักการะเพื่อให้ท่านสบายใจ เราก็สบายใจ ท่านก็จะให้ศีลให้พรเรามา  ท่านเองก็สบายใจที่ลูกลกลับมาหา มาเยี่ยมมาเยียนมาสักการะดำหัว  ได้เห็นลูกหลานมาเยี่ยมเยียนท่านก็มีความสุข

คนที่ยังไม่แก่ ยังไม่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุอาจไม่เข้าใจ แต่พอตัวเราเข้าไปถึงวัยคนแก่ เป็นผู้สูงอายุแล้วจะเข้าใจ จะมีความรู้สึกอยากให้ลูกหลาน ให้คนไปเยี่ยม ซึ่งวันสงกรานต์หรือเทศกาลสงกรานต์ วันปีใหม่ไทยนี่แหละคือวันที่จะแสดงความกตัญญูกตเวทีที่ดีที่สุด ไปให้คนแก่ได้เห็นได้สบายใจ

เวลาไปเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ท่านเราควรซื้อของไปฝาก  เช่นผ้าถุงไปฝาก  ผ้าธรรมดา  ผ้าพื้นเมืองธรรมดานี่แหละหรือจะซื้อเสื้อ หรือให้ปัจจัยไปตามฐานะที่เราจะให้ได้ เพื่อที่ท่านจะได้ใช้สอยตามใจท่าน  ท่านจะเอาไปใช้สอยอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน จะเอาไปทำบุญ ทำอะไรก็เรื่องของท่าน เพราะเราให้ท่านไปแล้วทำให้ท่านสบายใจไปแล้ว

นอกจากพ่อแม่ ปู่ ย่าแล้ว ก็ครูบาอาจารย์ ที่ได้อารมสั่งสอนเรามา ถ้าเราไปเยี่ยมเยียน ครูอาอาจารย์ท่านก็ดีใจที่เรายังระลึกถึงพระคุณท่านท่พร่ำสอนเรามา  ในทางพระพุทธศาสนาสอนเราให้รู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักคารพผู้ใหญ่ แม้จะไม่ใช้วันปี หากมีโอกาสก็ไปหาท่านทำให้ท่านสบายใจ

ส่วนการสาดน้ำเล่นสงกรานต์นั้นหากเป็นประเพณีสงกรานต์ในสมัยโบราณจริงๆ เขาไปไม่ได้เล่นการพร่ำเพรื่อแต่ละวันนั้นมีข้อคิด อย่างที่ทางเหนือที่เชียงใหม่นั้น ก่อนวันที่ 13 เมษายนนั้นเช้าขึ้นมาถือเป็นวันที่ทุกคนจะต้องปัดกวาด ทำความสะอาดบ้านเรือนเราให้ดีให้งาม  และเตรียมของ สำหรับที่จะไปทำบุญ ตกเย็นมาก็ต้องไปที่วัดที่ท่าน้ำ ไปขนทรายเข้าวัดไปก่อพระเจดีย์ เพื่อที่พระสงฆ์ท่านจะได้เอาทรายไปใช้ก่อสร้างเสนาศาสนะทั้งหลาย

ส่วนการทำบุญเล่นน้ำสงกรานต์นั้น เขาจะเล่นกันเรียบร้อย มีขันน้ำใบหนึ่งใส่น้ำอบ น้ำหอม ใบส้มป่อย หรือใส่ผิวมะกรูด เพื่อใช้เป็นเครื่องเตือนใจ เวลาไปเจอผู้หลักผู้ใหญ่ หรือเจอใครจะขอรดน้ำดำหัวก็ต้องพูดว่าขอสมาเต๊อะ แล้วก็ตักน้ำรดที่แขน นิดหน่อยเท่านั้น  คนที่ถูกรดก็จะให้ศีลให้พรกลับ สมัยก่อนทำอะไรเขามีระเบียบ พอถึงเวลาเลิกถึงเวลาพลบค่ำ 6 โมงนี่เลิกเขาก็เลิกจริงๆ

แต่ปัจจุบันนั้นการเล่นน้ำสงกรานต์ถูกตีความไปเป็นอะไรแล้วก็ไม่รู้   

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments