728 x 90

ขบ. เปิดบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 20 รายการก่อนออกเดินทาง ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 62

img

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนจำนวนมากใช้รถใช้ถนนในการเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จึงดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน

ซึ่ง ขบ. ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ และภาคเอกชน รวมกว่า 31 องค์กร จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 1 - 31 ธ.ค. 2562 ให้บริการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ก่อนเดินทาง โดยไม่คิดค่าบริการ 20 รายการ เช่น ตรวจระบบเบรก, สภาพยาง, อุปกรณ์ปัดน้ำฝน, ระดับน้ำมันเครื่อง และความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว รวมถึงการทำงานของไฟส่องสว่าง/ไฟสัญญาณต่างๆ

โดยสามารถใช้บริการได้ที่สถานบริการซึ่งจะมีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” บริเวณจุดให้บริการกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย บริษัทผู้ผลิตและศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแก๊ส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง อู่มาตรฐานของบริษัทประกันภัย สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ จะดำเนินการตรวจสอบรถโดยสาร และพนักงานขับรถ ณ จุด Checking Point อย่างต่อเนื่อง ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะตลอดเส้นทาง ให้ประชาชนมั่นใจว่ารถโดยสารสาธารณะ มีความพร้อมในการให้บริการ การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะมีความปลอดภัย

สำหรับการตรวจสภาพความพร้อมของรถ อาทิ ตัวถังรถต้องมั่นคงแข็งแรง, ประตูทางขึ้น-ลงเปิดปิดได้ตามปกติ และประตู/ทางออกฉุกเฉินเปิดได้จากด้านใน, ระบบไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณต่างๆ และแตร ทำงานปกติ, ที่นั่งผู้โดยสารยึดติดกับตัวถังมั่นคงแข็งแรง ไม่ชำรุด, มีเข็มขัดนิรภัย และใช้งานได้ทุกที่นั่ง, มีค้อนทุบกระจก และถังดับเพลิงตามจำนวนและตำแหน่งที่กำหนด, ระบบ GPS Tracking พร้อมใช้งาน, ยางรถไม่มีรอยฉีกขาด บวม นูน, กระจกกันลมด้านหน้า และด้านหลังไม่แตกร้าวจนอาจก่อให้เกิดอันตราย


รวมถึงตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในขณะปฏิบัติหน้าที่ อาทิ ตรวจการมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง, ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย (ความอ่อนเพลีย), ตรวจสมุดประจำรถ, ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ, ตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ หากพบการกระทำผิดที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงให้เปลี่ยนรถและพ่นห้ามใช้หรือเปลี่ยนตัวพนักงานขับรถทันที

นอกจากนี้ ขบ. โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศ มาเป็นงบประมาณสนับสนุนการตั้งจุดบูรณาการร่วม ระหว่าง ขบ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ภายใต้โครงการ “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน” ตั้งจุดบริการทั่วไทย จำนวน 259 แห่ง บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น สถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้บริการตรวจสภาพรถเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย

รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้เดินทางกรณีฉุกเฉิน บริการรถยก (บางพื้นที่) บริการนวดผ่อนคลาย บริการผ้าเย็น น้ำดื่ม ข้อมูลเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยว รายชื่ออู่รถที่เปิดให้บริการ เป็นต้น ซึ่งเป็นการให้บริการฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย แสดงถึงการให้ความสำคัญของการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะนักเรียน/นักศึกษา ในสังกัด สอศ. ให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานในสถานการณ์จริง มีจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์


ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดี ขบ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากมาตรการข้างต้น จะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง การใช้ความเร็วของรถโดยสารให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยจัดหน่วยเคลื่อนที่ตรวจจับความเร็วในเส้นทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ เช่น ถนนพระรามสอง ถนนสายเอเชีย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามการเดินรถผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งดำเนินการตรวจสอบรถ และควบคุมกำกับดูแลผู้ขับรถให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับการใช้ความเร็วในการขับรถ จำนวนชั่วโมงในการขับรถ การใช้ใบอนุญาตขับรถให้ถูกต้องตามประเภท รวมถึงกำชับในการปฏิบัติหน้าที่ขับรถ “แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์”

พร้อมเชิญชวนประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนขับรถ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7- 8 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง เมื่อมีอาการเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทางควรหยุดพักในจุดที่ปลอดภัย หรือจุดบริการที่ภาครัฐและเอกชนได้จัดเตรียมไว้ให้ อย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อการเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย และมีความสุขในเทศกาลปีใหม่

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments