728 x 90

นักท่องเที่ยวฮ่องกง-UK ลดลง 20-30% คาดผลจากการชุมนุมในฮ่องกง และเบร็กซิท สวนทางไต้หวันโต 17.91%

img

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เผยตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ใช้บริการสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 10 กันยายน 2562 พบว่า สถิตินักท่องเที่ยว 15 สัญชาติ ที่มาเยือนประเทศไทยมากที่สุด ในช่วงกว่า 8 เดือน ปี 2562 ได้แก่
อันดับ 1 จีน 2,200,933 คน (ลดลง 9.40% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 2 เวียดนาม 256,800 คน (ลดลง 1.45% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 3 อินเดีย 200,045 คน (เพิ่มขึ้น 4.04% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 4 เกาหลี 150,037 คน (ลดลง 13.72% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 5 ญี่ปุ่น 118,011 คน (ลดลง 7.14% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 6 รัสเซีย 80,946 คน (ลดลง 10.42% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 7 ไต้หวัน 77,217 คน (เพิ่มขึ้น 17.91% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 8 อินโดนีเซีย 66,722 คน (ลดลง 8.56% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 9 สหราชอาณาจักร 48,229 คน (ลดลง 30.06% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 10 ฝรั่งเศส 36,998 คน (เพิ่มขึ้น 5.76% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 11 ฮ่องกง 35,976 คน (ลดลง 20.18% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 12 เยอรมนี 32,996 คน (ลดลง 7.72% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 13 ยูเครน 22,619 คน (เพิ่มขึ้น 4.72% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 14 สหรัฐอเมริกา 20,224 คน (ลดลง 3.61% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 15 สเปน 19,349 คน (ลดลง 8.92% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)


ซึ่งจากสถิติจะเห็นได้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักร และฮ่องกง ลดลงสูงสูด 30.06% และ 20.18% ตามลำดับ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัญหา Brexit ในสหราชอาณาจักร และเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง

สำหรับปัญหา Brexit ในสหราชอาณาจักร ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่า ภาคการท่องเที่ยวของไทย อาจได้รับผลกระทบไม่มากนักจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจภายในของสหราชอาณาจักรในกรณีโนดีล แต่ผลกระทบทางอ้อมต่อตลาดการเงินโลก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดขึ้น จะทำให้การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะเวลาข้างหน้ามีความเสี่ยงอยู่มาก และหากค่าเงินปอนด์อ่อนลงเหมือนช่วงหลังการลงประชามติในปี 2016 ที่อ่อนลงถึง 10% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ก็จะส่งผลต่อกำลังซื้อ และอาจเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรมาไทยลดลงได้ อย่างไรก็ตามสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรมีสัดส่วนเพียง 2.1% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด ภาคการท่องเที่ยวไทยจึงได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด

ส่วนเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวเดือนสิงหาคม 2562 โดยระบุว่า ผลกระทบจากการประท้วงในประเทศฮ่องกง ยังคงสร้างแรงกดดันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย

โดยจากผลสำรวจจำนวนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค. - พ.ค. 2562) ก่อนเหตุการณ์ชุมนุม พบว่ามีนักท่องเที่ยวฮ่องกง เดินทางมาประเทศไทยจำนวน 389,144 คน ขยายตัว 7.12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ขณะที่ช่วงระหว่างการชุมนุมที่เริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2562 (ตั้งแต่ มิ.ย. 2562 จนถึง 24 ส.ค. 2562) ผลสำรวจจำนวนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยมีจำนวน 305,271 คน ขยายตัว 1.38% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา หากเปรียบเทียบกับอัตราการขยายตัวในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ที่ 7.12% พบว่านักท่องเที่ยวฮ่องกงลดลงประมาณ 17,000 คน อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยจากนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงยังคงขยายตัว แต่มีลักษณะที่มีแรงกดดันทำให้มีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าปีที่ผ่านมา


ทั้งนี้สำหรับสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 14 สัญชาติหลักที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 กรกฎาคม 2562) ที่เปิดเผยโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นดังนี้
อันดับ 1 จีน 6,634,226 คน (ลดลง 3.28% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 2 มาเลเซีย 2,245,008 คน (เพิ่มขึ้น 8.47% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 3 อินเดีย 1,142,944 คน (เพิ่มขึ้น 24.50% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 4 เกาหลี 1,073,494 คน (เพิ่มขึ้น 3.73% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 5 ญี่ปุ่น 998,774 คน (เพิ่มขึ้น 10.00% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 6 รัสเซีย 872,293 คน (ลดลง 3.14% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 7 สหรัฐอเมริกา 687,860 คน (เพิ่มขึ้น 4.99% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 8 เวียดนาม 651,698 คน (เพิ่มขึ้น 3.38% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 9 ฮ่องกง 599,717 คน (เพิ่มขึ้น 5.37% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 10 สหราชอาณาจักร 584,626 คน (เพิ่มขึ้น 1.35% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 11 เยอรมนี 504,046 คน (ลดลง 2.51% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 12 ฝรั่งเศส 470,867 คน (เพิ่มขึ้น 0.18% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 13 ไต้หวัน 458,444 คน (เพิ่มขึ้น 13.42% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)
อันดับ 14 อินโดนีเซีย 413,334 คน (เพิ่มขึ้น 11.64% จากช่วงเดียวกันของปี 2561)

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments