728 x 90

ทล. เตรียมทุ่มกว่า 3.9 หมื่นล้าน ขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงรังสิต-บางปะอิน คาดเสร็จในปี 68

img

กรมทางหลวง ผุดแผนสร้างส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 18 กม. มูลค่า 39,956 ล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากใจกลางกรุงเทพมหานครสู่พื้นที่ด้านเหนือ และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขันบนถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568

โดยโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ช่วงรังสิต-บางปะอิน จะมีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่ปลายทางยกระดับอุตราภิมุข (ที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน) บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิต (ประมาณ กม.33+924 ของถนนพหลโยธิน) จุดสิ้นสุดโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน (ประมาณ กม.1+880 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อโดยตรงเข้าสู่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) ได้

ซึ่งทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเส้นทางนี้มีระยะทางรวมประมาณ 18 กม. ครอบคลุมพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางปะอิน อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เปิดให้เอกชนร่วมลงทุน  
ขอบเขตการลงทุนโครงการ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 งานออกแบบ และก่อสร้างโครงการ ภาครัฐ/เอกชน เป็นผู้ออกแบบและก่อสร้างงานโยธา ช่วงรังสิต-บางปะอิน ซึ่งจะเป็นทางยกระดับตามแนวถนนพหลโยธิน โดยก่อสร้างต่อขยายตั้งแต่ช่วงรังสิต-บางปะอิน มีขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ช่องจราจรกว้าง 3.5 เมตร ไหล่ทางด้านซ้ายกว้าง 2.0 เมตร ไหล่ทางด้านขวากว้าง 1.0 เมตร มีจุดขึ้น-ลง/จุดเชื่อมต่อ 8 แห่ง และงานอาคารที่เกี่ยวข้อง เช่น อาคารด่านเก็บค่าธรรรมเนียมผ่านทาง อาคารศูนย์ควบคุมกลาง อาคารกู้ภัย และอาคารสถานีตำรวจทางหลวง

ส่วนงานระบบ เอกชนจะต้องเป็นผู้ออกแบบ ลงทุน และติดตั้งงานระบบตลอดทั้งโครงการ โดยครอบคลุมถึงช่วงรังสิต-บางปะอิน และช่วงอนุสรณ์สถาน-รังสิต (ซึ่งเปิดให้บริการในปัจจุบัน) โดยภาครัฐเป็นผู้จัดหาที่ดิน

ระยะที่ 2 ดำเนินงานและบำรุงรักษา เอกชนเป็น ผู้ดำเนินงานและบำรุงรักษาทั้งโครงการตลอดระยะเวลาสัญญา (ครอบคลุมช่วงอนุสรณ์สถาน-รังสิต-บางปะอิน) โดยกำหนดกรอบระยะเวลาร่วมทุนไม่เกิน 33 ปี แบ่งเป็นระยะออกแบบและก่อสร้างโครงการ 3 ปี และระยะเวลาดำเนินงานรวมถึงบำรุงรักษาไม่เกิน 10 - 30 ปี

สำหรับรูปแบบการลงทุน กรมทางหลวง วางแผนที่จะเดินหน้าพัฒนา โดยเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุน ซึ่งจากผลการศึกษาการร่วมลงทุนกับเอกชน ในรูปแบบ PPP Gross Cost เป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสม และมีความคุ้มค่าในการลงทุน ส่วนอัตราค่าผ่านทางเบื้องต้นคาดว่าจะมีอัตราสูงสุดที่ 60 บาทตลอดสาย 


ทล. เล็งบริหารโทลล์เวย์เองตลอดสายในปี 77 
นอกจากนั้น ทล. ยังเปิดเผยว่า ได้ทำการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเตรียมรองรับกรณีที่สัญญาสัมปทานโครงการทางยกระดับอุตราภิมุข ของ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด ช่วงดินแดง-อนุสรณ์สถาน ระยะทาง 22 กม. จะสิ้นสุดในปี 2577 โดยเบื้องต้น ทล. จะบริหารจัดการโครงการทั้ง 3 ช่วง รวม 46 กม. เอง คือ ช่วงดินแดง- อนุสรณ์สถาน 22 กม. ช่วงอนุสรณ์สถาน –รังสิต 6 กม. (ส่วนนี้ปัจจุบัน ทล. ดูแล) และส่วนต่อขยาย จาก รังสิต – บางปะอิน 18 กม. ซึ่งจะมีการลงทุนในการปรับปรุงระบบที่เก่าให้ทันสมัย รวมถึงซ่อมบำรุงทั้งหมด ดังนั้นอาจจะกำหนดอายุสัญญาสัมปทานในส่วนต่อขยาย ช่วงรังสิต – บางปะอิน ให้อยู่ในระยะเวลา 10-15 ปี เพื่อให้สิ้นสุดสัญญาพร้อมกับสัญญาโครงการอุตราภิมุขช่วง ดินแดง-อนุสรณ์สถาน ปี 2577 และเมื่อถึงตอนนั้น หาก ทล. เข้าบริหารจัดการเองก็มีความป็นไปได้ว่าอาจจะปรับลดอัตราค่าผ่านทางให้ถูกลงได้

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ด้านการจราจร คาดว่าในปีที่เปิดให้บริการ ปี 2568 จะมีปริมาณจราจรเฉลี่ยประมาณ 20,100 คัน/วัน ซึ่งจะสามารถจัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมผ่านทางประมาณ 423 ล้านบาท/ปี และในปี 2597 ปริมาณการจราจรจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 68,800 คัน/วัน และสามารถจัดเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มขึ้นเป็น 3,031 ล้านบาท/ปี

เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยเติมต่อการเดินทางจากใจกลางเมืองสู่พื้นที่ด้านเหนือของกรุงเพมหานคร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) และจะบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางของชุมชนเมืองทางด้านทิศเหนือ ที่เชื่อมต่อกับจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้มีความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงเป็นการสนับสนุนกิจกรรมโลจิสติกส์และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments