728 x 90

ขนส่งฯ เผยคนไทยแสดงใบขับขี่ดิจิทัล โดยไม่ต้องพกใบขับขี่ตัวจริงได้แล้ว เริ่ม 20 ก.ย. นี้

img

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ใบอนุญาตขับรถด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ใบอนุญาตขับรถเสมือนจริง หรือใบขับขี่ดิจิทัล) จะมีผลใช้บังคับตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนสามารถแสดงใบขับขี่ดิจิทัลผ่านทางสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องพกใบขับขี่ตัวจริงได้แล้ว

สำหรับผู้ที่จะเข้าถึงใบขับขี่ดิจิทัลต้องเป็นผู้ที่ถือใบขับขี่แบบบัตรพลาสติก (Smart card) รูปแบบใหม่ ที่มีระบบตรวจสอบข้อมูลด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) ด้านหลังบัตรเท่านั้น ซึ่งกรมได้ออกใบขับขี่คิวอาร์โค้ด ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. 60 ปัจจุบันออกไปแล้วรวม 11,720,744 ใบ

ผู้ใช้งานสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดหลังใบอนุญาตเข้าถึงข้อมูลใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยปรากฏภาพใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงทั้งด้านหน้า และด้านหลัง เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE ของกรมฯ จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน กรอกข้อมูล รหัสบัตรประชาชน อีเมล และสแกนคิวอาร์โค้ดที่อยู่ด้านหลังใบอนุญาตขับรถรูปแบบที่มีคิวอาร์โค้ด

จากนั้นกดยืนยันแล้วรอรหัส OTP ที่ส่งเข้าอีเมล และให้นำรหัส OTP ที่ได้มากรอกที่ช่องว่าง และกดปุ่มตกลง ระบบจะให้ผู้ใช้ตั้งรหัสรักษาความปลอดภัย 6 หลัก เพื่อเข้าถึงข้อมูลใบอนุญาตขับรถอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลที่ปรากฏภาพใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

สำหรับใบขับขี่รูปแบบเก่าทุกชนิดทุกประเภทยังคงใช้งานได้จนกว่าใบอนุญาตขับรถจะหมดอายุ รวมถึงใบอนุญาตขับรถชนิดตลอดชีพสามารถใช้ได้ตลอดไปโดยไม่ต้องเปลี่ยน แต่จะไม่เข้าถึงระบบใบขับขี่ดิจิทัล แต่หากต้องการเปลี่ยนใหม่หรือกรณีใบอนุญาตขับรถชำรุด สูญหายสามารถเปลี่ยนได้โดยมีค่าธรรมเนียมและค่าคำขอตามที่กฎหมายกำหนด

ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำความเข้าใจกับตำรวจเกี่ยวกับระบบใหม่แล้ว ซึ่งประชาชนสามารถแสดงใบขับขี่ดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยตำรวจจะบันทึกข้อมูลเข้าระบบเมื่อกระทำความผิด ส่วนผู้ใช้ใบขับขี่แบบเก่ายังใช้ได้ตามปกติ

สำหรับกฎหมายใหม่นี้ ตำรวจจะไม่สามารถยึดใบขับขี่ได้ ทำได้เพียงออกใบสั่งให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับตามกฎหมาย เนื่องจากมีระบบใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถเปรียบเทียบปรับได้ โดยเจ้าพนักงานจราจรจะตรวจสอบความถูกต้องของใบขับขี่ จากนั้นจะบันทึกข้อมูลของผู้ขับขี่ และการกระทำความผิดลงในใบสั่ง

จากนั้นจะนำต้นขั้วใบสั่ง กลับไปที่สถานีตำรวจ หรือหน่วยงานจราจร เพื่อลงบันทึกตัดแต้ม เมื่อผู้ขับขี่มาเสียค่าปรับจะทราบว่าได้ถูกตัดแต้มไปเท่าใด ซึ่งหากแต้มหมดทั้ง 12 แต้ม จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน โดยผู้ถูกตัดแต้มต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการอบรมใหม่ และต้องสอบให้ผ่าน จะได้รับแต้ม 12 คะแนนคืนตามเดิม

ทั้งนี้ หากภายใน 3 ปี ผู้ขับขี่ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เกินกว่า 2 ครั้ง ในครั้งที่ 3 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 1 ปี และช่วงระหว่าง 1 ปี หากกระทำผิดอีกเป็นครั้งที่ 4 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ในทันที

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments