728 x 90

BTS เผยมีขบวนรถทั้งสิ้น 79 ขบวน ยืนยันจะมีครบ 98 ขบวนภายในปี 63 เล็งขยายสะพานตากสินเป็นทางคู่

img

บีทีเอส เผยความคืบหน้าการรับมอบขบวนรถไฟฟ้าใหม่เข้าสู่ระบบ ปัจจุบันรับมอบเพิ่มแล้ว 27 ขบวน จากยอดสั่งซื้อล็อตใหญ่รวม 46 ขบวนเมื่อปี 2559 ยืนยันภายในปี 2563 จะมีรถไฟฟ้าให้บริการมากถึง 98 ขบวน ซึ่งจะเพียงพอต่อการรองรับปริมาณผู้โดยสาร พร้อมเล็งขยายสถานีสะพานตากสินให้เป็นทางคู่ เพื่อให้ขบวนรถไฟฟ้าสามารถวิ่งสวนทางกันได้ และให้การเดินทางในสายสีลมสะดวกมากขึ้น

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2542 บีทีเอส ได้ดำเนินการเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และได้สั่งซื้อรถไฟฟ้าล็อตใหญ่รวม 46 ขบวนเมื่อปี 2559 ซึ่งขณะนี้รถไฟฟ้าขบวนใหม่ได้ทยอยรับมอบเข้ามาแล้ว 27 ขบวน รวมกับของเดิมที่มี 52 ขบวน ทำให้ ณ เดือนสิงหาคม 2562 บีทีเอสมีขบวนรถในระบบรวมแล้วทั้งสิ้น 79 ขบวน

โดยจะสามารถรับมอบรถไฟฟ้าได้ครบทั้งหมดภายในปี 2563 ซึ่งจะทำให้บีทีเอสมีรถไฟฟ้าให้บริการมากถึง 98 ขบวน ซึ่งเป็นความสะดวกสบาย ที่บีทีเอสตั้งใจมอบให้แก่ผู้โดยสาร และประชาชนทุกคน

ซึ่งในปี 2542 ที่เปิดให้บริการครั้งแรก บีทีเอสมีขบวนรถให้บริการ 35 ขบวน และได้สั่งซื้อขบวนรถเพิ่มอย่างต่อเนื่อง 3 ครั้ง รวม 4 ล็อต โดยสั่งซื้อเพิ่มครั้งแรกในปี 2548 จำนวน 12 ขบวน ครั้งที่สอง ในปี 2554 จำนวน 5 ขบวน และครั้งที่สาม ในปี 2559 จำนวน 46 ขบวน นอกจากนี้บีทีเอสยังเพิ่มตู้โดยสารขบวนรถจาก 3 ตู้โดยสารต่อขบวน เมื่อเริ่มให้บริการในปี 2542 เพิ่มมาเป็น 4 ตู้โดยสารต่อขบวน และเมื่อมีขบวนรถครบถ้วน 98 ขบวน จะมีตู้โดยสาร 392 ตู้ เพิ่มขึ้นจากเริ่มแรกที่มี 35 ขบวน 105 ตู้โดยสาร

ทั้งนี้ สำหรับจำนวนรถไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้การเดินรถมีความถี่สูงสุดได้ในชั่วโมงเร่งด่วน แม้จะมีการขยายเส้นทาง และจำนวนสถานีที่ให้บริการเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบีทีเอสให้บริการรวม 44 สถานี ทั้งในสายสีลม และสายสุขุมวิท มีความถี่การเดินรถสูงสุดในชั่วโมงเร่งด่วน เช้าและเย็น ในสายสุขุมวิท (สถานีห้าแยกลาดพร้าว - สถานีสำโรง) ที่ 2.40 นาทีต่อขบวน และในสายสีลม 3.45 นาทีต่อขบวน

อย่างไรก็ดี ในสายสีลมมีข้อจำกัด คือ สถานีสะพานตากสินที่เป็นทางเดี่ยว และเป็นคอขวด ทำให้ขบวนรถไฟฟ้าไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ ต้องจอดคอยเพื่อสลับกันวิ่ง สายสีลมจึงไม่สามารถทำความถี่สูงสุดได้มากเท่ากับสายสุขุมวิท ซึ่งขณะนี้บีทีเอสอยู่ระหว่างการขออนุมัติใช้พื้นที่ เพื่อปรับปรุงขยายสถานีให้เป็นทางคู่ จากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) และอยู่ระหว่างเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้การเดินทางในสายสีลมสะดวกมากยิ่งขึ้น

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments