728 x 90

เปิดนโยบาย “Green to Gray” แผนฟื้นฟูปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย ซึ่งมีมากกว่า 3,151 ตร.กม.

img

“Green to Gray” แนวทางการฟื้นฟูปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยตัวเอง เป็นนโยบายสีเขียวที่ภาครัฐต้องการป้องกันและแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งมีมากกว่า 3,151 ตร.กม. ที่เป็นทั้งแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งหลบภัยของสิ่งมีชีวิตบริเวณชายหาดไปจนถึงแนวปะการัง และส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมของไทย

ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแนวของชายหาดที่ถอยร่นเข้ามาบนฝั่ง หรือแผ่นดินมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งที่ต้องอาศัยหาดรูปแบบต่างๆ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งหลบภัยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น ปูลม ผักบุ้งทะเล ตลอดจนสัตว์ทะเลที่อาศัยบริเวณชายหาดทอดยาวไปจนถึงแนวปะการัง และยังช่วยชะลอความแรงของคลื่นที่มีผลต่อการกัดเซาะชายฝั่งได้อีกด้วย


ในอดีตชายฝั่งทะเลประสบกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระดับที่ค่อนข้างรุนแรง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มีความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่าในหลายกรณี ยิ่งแก้ ยิ่งกัดเซาะ ยิ่งทำให้ปัญหาขยายวงกว้าง เนื่องจากการแก้ไขส่วนใหญ่เป็นการมุ่งเน้นการรักษาเส้นแนวชายฝั่งโดยการสร้างโครงสร้างแข็ง ทำให้การกัดเซาะชายฝั่งขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ข้างเคียง และไม่ได้มีการป้องกันปัญหาที่ตามมาอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลักษณะดินตะกอนใต้น้ำ และโครงสร้างที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาเกิดการชำรุดและทรุดตัว จึงมีมติของครม.เห็นชอบ “แนวทางการจัดการแผนงานโครงการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง” ขึ้น

ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีนโยบาย Green to Gray หรือนโยบายสีเขียว คือ การให้หาดทรายคืนฟื้นตัวด้วยตัวเอง หรือการเข้าไปช่วยปลูกป่าชายเลน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ไปจนถึงการแก้ปัญหากัดเซาะด้วยโครงสร้างแข็งในบางพื้นที่ที่อาจจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีดังกล่าว แต่ก็ไม่ใช่ทุกที่ ซึ่งการจะเลือกใช้วิธีใดจะต้องพิจารณาการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม โดยจะต้องมีตัวชี้วัดที่จะใช้ในการติดตามผลสัมฤทธิ์ด้วย หมายความว่าเราได้ลงโครงสร้างไปกี่กิโลเมตร หรือกี่เมตรในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะแล้วระบบนิเวศที่เราได้คืนมาเท่าไหร่จากการแก้ไขปัญหาดังกล่าว


สำหรับแนวทางการจัดทำแผนงานโครงการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขที่ภาครัฐโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังดำเนินการอยู่ โดยยึดหลัก Green to Gray มีด้วยกัน 4 แนวทาง ดังนี้
1. การปรับสมดุลชายฝั่งทะเลโดยธรรมชาติ คือการคงไว้ซึ่งสภาวะสมดุลของชายฝั่งตามธรรมชาติเพื่อปล่อยให้ชายฝั่งที่เกิดการกัดเซาะได้มีการปรับสมดุลและฟื้นคืนสภาพด้วยตัวเอง
2. การป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง คือ การดำเนินกิจกรรมใดๆ เพื่อป้องกันพื้นที่ชายฝั่งที่มีการกัดเซาะให้มีอัตราการกัดเซาะลดลง
3. การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง การดำเนินกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะบริเวณชายฝั่งทั้งรูปแบบที่สอดคล้องธรรมชาติ เลียนแบบธรรมชาติหรือโครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อแก้ไขต้นเหตุของการกัดเซาะชายฝั่ง
4. การฟื้นฟูเสถียรภาพชายฝั่ง คือ การดำเนินกิจกรรมเพื่อให้ชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะฟื้นคืนสภาพเดิมตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ศ.ดร. เผดิมศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาว 3,151.13 ตารางกิโลเมตร (ไม่รวมชายฝั่งบนเกาะ) แต่พบว่าสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งมีความน่าเป็นห่วง โดยข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในปี 2560 ระบุว่า มีชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะไปแล้วกว่า 145.73 กิโลเมตร และที่อยู่ในระหว่างการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะถึง 558.71 กิโลเมตร ซึ่งบางส่วนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข มีเพียง 1,723.81 กิโลเมตรที่ไม่มีปัญหาการกัดเซาะ ส่วนที่เหลืออีก 722.88 กิโลเมตร เป็นพื้นที่อื่นๆ เช่น พื้นที่ก่อสร้างรุกล้ำแนวชายฝั่ง หาดหิน หน้าผา และปากแม่น้ำ


แต่จากการเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2495 – 2560 แม้สถานการณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของไทยจะลดลง โดยปี 2495 - 2551 พบว่า มีชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะสูงถึง 830 กิโลเมตร ปี 2554 พื้นที่กัดเซาะลดลงเหลือ 696 กิโลเมตร และลดลงเหลือ 145 กิโลเมตร ในปี 2560 แต่กลับมองว่าสิ่งที่กำลังทำกันอยู่นี้ไม่ใช่การแก้ปัญหา เป็นเพียงการประทังหรือชะลอเท่านั้นแต่ปัญหาไม่ได้หมดไป เพราะวิธีการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่ผ่านมามุ่งเน้นที่การรักษาแนวชายฝั่ง แต่ไม่ใช่การรักษาระบบนิเวศชายฝั่ง ทำให้การแก้ปัญหาออกมาในรูปแบบของการทำโครงสร้าง เพื่อรักษาแนวชายฝั่งไม่ให้ถูกกัดเซาะมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเวลาชายฝั่งถูกกัดเซาะจะทำให้ระบบนิเวศชายฝั่งหายไป แต่การแก้ปัญหาผ่านมาเรายังไม่ได้ระบบนิเวศหาดทรายกลับคืนมาด้วย ดังนั้น ตัวชี้วัดที่สำคัญของความสำเร็จในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่สำคัญ คือ การรักษาสถานภาพของระบบนิเวศชายหาดให้คงอยู่ ควบคู่กันไปพร้อมกับการรักษาชายหาด


ซึ่งในหลายๆ ครั้งที่มีความพยายามแก้ไขการกัดเซาะ แต่กลายเป็นตัวสร้างปัญหาให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งตรงนั้นขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฉบับย่อ สำหรับแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย ภายใต้“โครงการารจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฉบับย่อในประเด็นเร่งด่วนเกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลของประเทศไทย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ป้องกันที่สาเหตุการกัดเซาะชายฝั่ง : กิจกรรมชายฝั่ง ประกอบด้วย การประกาศเขตถอยร่น (set back zone) ระงับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่ทำให้สมดุลตะกอนในบริเวณชายหาดเกิดการเปลี่ยนแปลง ปกป้อง ดูแล และรักษาระบบนิเวศที่เป็นแนวกันคลื่น เช่น ปะการัง ป่าชายเลน เป็นต้น
2. แก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยการปฏิบัติตามแนวทาง Green to Gray การตรวจสอบและซ่อมแซมโครงสร้างแข็งที่ชำรุดหรือทรุดโทรม และสำหรับโครงการแก้ไขปัญหาที่ไม่ต้องผ่าน IEE หรือ EIA หรือ EHIA รวมถึง Environmental check list นั้น จะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบด้วยจากกรมทรัพากรทางทะเลและชายฝั่ง
3. จัดการปัญหาที่เกิดจากผลกระทบของการกัดเซาะชายฝั่ง ในกรณีพื้นที่ตกน้ำ กำหนดให้ผู้ที่สูญเสียพื้นที่ที่มีเอกสิทธิ์ในที่ดินจำเป็นต้องแสดงสิทธิ์เพื่อครอบครองพื้นที่ สร้างมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่เดือดร้อน เช่น การจัดการที่อยู่อาศัยใหม่ในมาตรฐานเดียวกับพื้นที่เก่า และในกรณีพื้นที่ที่งอกใหม่ ต้องมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ใหม่ให้ชัดเจน มีการจัดทำกระบวนการที่มีส่วนร่วมเพื่อจัดการการใช้ประโยชน์ของพื้นที่  
4. เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประกอบด้วย การบูรณาการ ปรับปรุงและจัดทำระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ระบุดัชนีชี้วัดและตัวชี้วัดร่วมของความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งให้ชัดเจนเพื่อสะท้อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูป และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการกำหนดเขตกิจกรรมการใช้ประโยชน์และการวางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเล เป็นต้น

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments