728 x 90

ประติมากรรม (แสง) แห่งความภักดี

img

13 ตุลาคม 2559 วันที่น้ำตาชาวไทยไหลรินเต็มผืนแผ่นดินไม่นาน จากนั้นศิลปินชาวไทยหลากหลายสาขาต่างสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ดร.บุรินทร์ ธราวิจิตรกุล อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็เช่นเดียวกัน เขานำทีมรังสรรค์ผลงานทางสถาปัตยกรรมชิ้นใหม่ เกิดเป็นประติมากรรมแสงแดด คล้ายรูปพระพักตร์พระองค์ท่านที่เวลา 15.52 น.
ประติมากรรมแสง
จากฟากฟ้าส่องแสงสู่ผืนดิน
"ในวันที่ 15 ตุลาคม 2559 (หลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต 2 วัน) อาจารย์กานต์ คำแก้ว โทรมาหาผม ตอนผมเห็นเบอร์ผมก็รู้ว่าแกจะพูดอะไร เราต่างตระหนักในเรื่องนี้เหมือนกัน เรารู้ว่าวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 15.52 น. นั้นเจ็บปวดเพียงใด เราจึงต้องทำให้เวลานี้กลายเป็นพลังด้านบวกของชีวิต เรามีความคิดร่วมกัน ในการจะสร้างสรรค์ผลงาน โดยใช้ความรู้ที่เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อรำลึกและถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่าน ผมจึงปรึกษากับอาจารย์กานต์ในฐานะหัวหน้าโครงการ กระทั่งได้ข้อสรุปว่า จะใช้เรื่องของแสงเป็นแนวคิดในการออกแบบ เพราะแม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่ท่านมิเคยทิ้งประชาชนชาวไทย พระองค์ยังทอดพระเนตรลงมาจากบนฟากฟ้าเสมอ"

พระเมตตาที่ไม่เคยจางหาย
"15.52น. เวลาแห่งความจริงที่ทำให้เราแทบสิ้นใจ ตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา ยังไม่มีสักวันที่เราจะหยุดคิดถึงช่วงบ่ายของวันนั้น เราเริ่มจากการคำนวณทิศทางการโคจรของพระอาทิตย์ ซึ่งเราตั้งใจให้ช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ส่อง และเกิดเงาเป็นภาพคล้ายพระพักตร์ ในช่วงเวลา 15.00-16.00 น.ของทุกวัน เป็นเวลาใกล้เคียงที่พระองค์เสด็จสวรรคต และต้องการจะสื่อความหมายว่า พระองค์ท่านไม่ได้จากไปไหน ยังคงสถิตอยู่กับพสกนิกรเสมอ โดยใช้แสงเป็นเสมือนสะพานในการอัญเชิญภาพพระพักตร์ของพระองค์ท่านมาให้ได้ชื่นชมพระบารมีทุกวัน จากนั้นได้คัดเลือกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่เหมาะสม คือ มีพระพักตร์เอียงในมุม 45 องศา โดยเราได้ภาพที่พระองค์ทรงโน้มตัวลงไปรับดอกไม้จากหญิงชราคนหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพที่ทุกคนคุ้นเคย และแสดงถึงความมีเมตตาที่พระองค์มีต่อปวงชนชาวไทย"

สร้างด้วยใจทำเพื่อพ่อ
"สิ่งสำคัญที่สุด คือ มุมที่แสงตกกระทบ เรานำเครื่องวัดองศามาใช้ในช่วงเวลา 15.52 น. เพื่อให้รู้ชัดที่สุด ว่าทิศทางของแสงจะลงไปบนผนังที่จุดใด จากนั้นสร้างโมเดลจำลองในคอมพิวเตอร์ ทำโมเดลจริงขึ้นมา และนำไปทดลองในห้องพระอาทิตย์จำลอง ผมออกแบบโมเดลถึง 5 ชิ้นกว่าจะได้แบบที่สมบูรณ์สุด ผมกับทีมนั่งจ้องมองผนังผืนนี้ด้วยกันทุกวันด้วยหัวใจเดียวกัน ทำให้พวกเรามีกำลังใจที่จะทำผลงานชิ้นนี้ต่อไป วัสดุที่ติดตั้งบนชิ้นงานจะใช้มุมเอียงราว 70 องศา เพื่อไม่ให้แสงตกกระทบบนชิ้นงานแต่ละชิ้นที่ติดตั้งอยู่ วัสดุหลักที่ใช้ คือ แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต (Aluminium Composite) ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการบุภายนอกตัวอาคาร มีน้ำหนักเบาแต่คงทน ทั้งนี้ การออกแบบให้เป็นวงกลมเพื่อปรับองศาให้เหมาะสมกับช่วงเวลาในแต่ละฤดูกาลที่แสงมีการเปลี่ยนทิศทาง เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ตลอดทั้งปี"

ยากที่สุดแต่ภูมิใจสูงสุด
"งานชิ้นนี้ยากที่สุดในชีวิต แต่คือความภูมิใจสูงสุดของการมีชีวิตอยู่ 24 มกราคม 2560 เป็นวันที่เราทดลองจริงครั้งแรก ปรากฏว่าประติมากรรมออกมาตรงตามที่คาดการณ์ไว้  ซึ่งต่อจากนี้ก็จะทำโครงสร้างให้แข็งแรงขึ้นเพื่อรองรับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลง ส่วนระยะเวลาในการจัดตั้งใจ ผมอยากให้มีตลอดไป แต่เบื้องต้นได้หารือกับทางมหาวิทยาลัย แล้วกำหนดติดตั้งไว้จนกว่าจะครบรอบ 1 ปีการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ติดตั้งอยู่บริเวณอาคารทางเข้าโถงของคณะสถาปัตยกรรม เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมระลึกถึงพระองค์ท่าน"

ตามรอยพ่อเชื่อตามฝันไม่ยอมแพ้
"สิ่งที่ผมเห็นมาตลอดคือ พระองค์ท่านทำงานหนักมาก มีคำร้องหนึ่งในเพลงพระราชนิพนธ์ 'ความฝันอันสูงสุด' ที่ร้องว่า'ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนงหมายถึงการไม่ยอมแพ้ต่อฝันของตัวเอง เหมือนงานประติมากรรมชิ้นนี้ที่ยากมากเราเริ่มต้นโดยไม่มีอะไรเลย ไม่มีแม้แต่เงินสักบาทเดียว แต่ผมก็คิดได้อย่างหนึ่งว่า พระองค์ท่านทำงานโดยไม่มีวันหยุด พระองค์ท่านไม่ยอมแพ้ นี่เป็นสิ่งที่ผมได้จากพระองค์ท่านมากที่สุด เชื่อตามความฝันและไม่ยอมแพ้"

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments