728 x 90

ไมค์ จิตติวาณิชย์ เจาะตลาดออนไลน์แบบเฮดมาร์เก็ตติ้งมือฉมังของ Google ประเทศไทย

img

“Digital” เป็น “Mass Media” คือคำอธิบายถึง Online Marketing ในปัจจุบันของ ไมค์ จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย เพราะดิจิทัลเป็นช่องทางที่คนไทยใช้งานมากที่สุด ฉะนั้นจึงเป็นมหาสมุทรแห่งการค้าขายที่ใหญ่ไพศาล BLT จึงชวนคุยกับเขา ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านการขายและการตลาดที่สั่งสมมายาวนาน บวกกับหน้าที่ดูแลด้านการตลาดของ Google ประเทศไทย ตลอดระยะกว่า 7 ปี เพื่อเจาะเบื้องลึกถึงการจะมัดใจผู้บริโภค รวมถึงกางคู่มือการใช้เครื่องมือฟรีของ Google ซึ่งคิดค้นมาเพื่อช่วยโลกธุรกิจในยุคออนไลน์นี้ 


คิดอย่างไรถ้าว่าตอนนี้จะค้นหาอะไรก็เข้า Google ก่อนเลย
“ตัวผมเองใช้เยอะมาก เพราะมีอะไรก็เช็กผ่าน Google Search ก่อน อย่างเช่นผมสนใจเรื่องนาฬิกาหรือกล้อง ก็ไปเช็กดูราคา รีวิวเป็นอย่างไร พฤติกรรมของผู้บริโภคหลายคนก็จะเสิร์ชค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าอะไรที่แตกต่างกับต่างประเทศ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตก คนไทยจะเสิร์ชบนมือถือมากกว่าบนเดสก์ท็อป เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เข้าถึงง่าย เทรนด์การเสิร์ชบนมือถือก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดคือเทรนด์ Voice Assistant ซึ่งก็จะเป็นแชนแนลในการหาข้อมูล ซึ่งเราเห็นการ Adopt ขึ้นเรื่อยๆ”


พฤติกรรมผู้บริโภคต่างชาติมีความแตกต่างกับคนไทยมากน้อยแค่ไหน
“โลกของการตลาด พื้นฐานเหมือนกันทุกประเทศ เป็นการเข้าใจผู้บริโภคว่าแบบไหนที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของเรา เทรนด์ที่เห็นชัดคงไม่พ้นเรื่องดิจิทัล ซึ่งความต่างกันระหว่างประเทศที่เริ่ม Digitized เร็วกว่าไทยจะเห็น Curve ของการ Adopt Digital ลากยาวกว่า หมายความว่าวันที่เริ่มมีคนใช้อินเทอร์เน็ตจาก 0% ขึ้นมาถึง 50-60% ใช้เวลานานกว่าประเทศที่เริ่ม Digitized ในรอบหลังๆ อย่างไทยหรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนความต่างของการใช้งาน ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความคล้ายคลึงกันที่ชอบดูรูปภาพและวิดีโอ ในฝั่งยุโรปและอเมริกาจะเป็นตัวหนังสือเยอะกว่า”


แล้ว Google จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์การค้าขายในยุคออนไลน์อย่างไร 
“การทำการตลาดต้องพูดถึงความรู้และเข้าใจผู้บริโภค เรื่องการเสิร์ชก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้เรามีความรู้ ความเข้าใจพฤติกรรม ซึ่ง Google Trends เป็นเครื่องมือที่สามารถดูได้ว่าตอนนี้คนสนใจเรื่องอะไรบ้าง ทั้งใน Google Search และ Youtube เป็นแหล่งข้อมูลช่วยสนับสนุนการตัดสินด้านธุรกิจด้วย Data หลายครั้งข้อมูลพวกนี้ต้องไปทำรีเสิร์ช แต่แทนที่จะไปทำตรงนั้นก็มาใช้ข้อมูลนี้ได้”


“อีกหนึ่งในสเตปสู่ดิจิทัลที่เราช่วยเหลือได้คือ Google My Business ที่ทำให้ร้านค้าออฟไลน์ถูกพบเจอได้ในโลกออนไลน์ ทั้ง Google Search และ Google Maps ซึ่งก็มีการเพิ่มฟีเจอร์เรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่นสามารถ Ganerate เว็บไซต์ของตัวเองได้ ดู Inside Analysis ต่างๆ เมื่อเริ่มทำเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมา สิ่งที่เราพบในไทยคือคนใช้มือถือเป็นหลัก การทำงานของเว็บไซต์ที่มี Mobile-Friendly จึงมีความสำคัญสถิติหนึ่งที่เราเจอคือถ้าหากเว็บไซต์ไม่โหลดให้เสร็จภายใน 3 วินาที คนเกินครึ่งหนึ่งออกจากเว็บไซต์เลย Google Test My Site ก็เป็นเครื่องมือที่สามารถนำ URL มาทำการวิเคราะห์แล้วประเมินผลว่าเว็บไซต์ของเราเป็นอย่างไรบ้าง โดยโฟกัสไปที่ความเป็น Mobile-Friendly ทำให้รู้ว่า Per- fomence ของเว็บไซต์ดีพร้อมสำหรับคนที่เข้ามาไหม พร้อมกับคำแนะนำว่าจะต้องปรับปรุงเว็บไซต์อย่างไร”

“แอดวานซ์ขึ้นอีกสเตปคือการทำ Digital Advertising โดยมีเว็บไซต์เป็นหน้าร้าน ซึ่ง Rich Media Gallery ก็จะเป็นเครื่องมือที่มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจ อย่างแรกคือมี Best Practice ตัวอย่างการทำการตลาดดิจิทัลที่เห็นผลจากทั่วโลก ด้วย อย่างที่ 2 มี Template Ads. ให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้ ทั้ง Display Banner หรือ Animation และ 3 สอนเรื่อง Format ให้คนเข้าใจว่าแต่ละฟอร์แมตใช้ประโยชน์อย่างไร และนอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ Think With Google ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแชร์ความรู้ โดยเวอร์ชันภาษาไทยคือ www.thinkwithgoogle.com/intl/th-th/”


ในภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ มีคำแนะนำใดเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่จะมัดใจผู้บริโภคได้ 
“ในช่วงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่คล่องตัว คนที่ทำการตลาดยิ่งต้องให้ความสำคัญว่าแคมเปญหรือโปรเจกต์ Efficient ขนาดไหน เพราะต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด ก็กลับมาที่เบสิกของการทำการตลาด คือการเข้าถึงผู้บริโภคที่ถูกคน ถูกเวลา ด้วย Message ที่ถูกต้อง จะหว่านเหมือนในอดีตก็จะสิ้นเปลือง จึงเป็นโจทย์ที่ว่าทำอย่างไรให้ใช้งบประมาณให้คุ้ม ต้องทำเป้าหมายให้ชัด วัดผลในสิ่งที่สำคัญกับธุรกิจของเราจริงๆ นั่นคือยอดขาย อย่าไปวัดผลว่าเราจะได้กี่วิว กี่ไลค์ กี่แชร์ เพราะในที่สุดแล้วหากไม่ได้เป็นยอดขายก็ไม่มีประโยชน์” 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments