728 x 90

ฝึกสมาธิแก้เครียด

img

เห็นหลากสำนักทางเศรษฐกิจดาหน้าออกมาคาดการณ์ภาพรวมทางเศรษฐกิจในปีนี้ ที่แม้จะมีรัฐบาลใหม่แล้ว แต่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ยังคงจมปลัก การส่งออกชะลอตัว เผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศก็ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน  สภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจและเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคปัจจุบัน ล้วนก่อให้เกิดความเครียดได้ทุกเวลา

เราจึงได้เห็นได้ยินข่าวผู้คนเกิดความเครียดหรือเผชิญแรงกดดัน บางคนทนรับสภาพไม่ได้ชิงฆ่าตัวตายไปก็มี

ความเครียดที่ประดังเข้ามาในชีวิตของผู้คนนั้น นายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมา ราชนครินทร์ จ.นครราชสีมา ได้ออกมาแนะนำหนทางลดความตึงเครียดข้างต้นว่า การคลายเครียดมีหลายวิธีที่ได้ผล เช่น การออกกำลังกาย แต่ประชาชนบางคนอาจไม่สะดวก หรือมีข้อจำกัดต่างๆ

รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ จึงมีข้อแนะนำให้ใช้วิธีการฝึกทำสมาธิ ซึ่งเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ลึกซึ้งที่สุด มีรูปแบบที่ง่ายสามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง ทำที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องไปทำที่วัด ก็สามารถทำได้ทุกอิริยาบถ ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ ผู้ที่กำลังนอนป่วยก็ทำได้

“หลักสำคัญของการทำสมาธิคือการเอาใจไปจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียววิธีที่แนะนำคือการนับลมหายใจของตัวเองเป็นหลักและยุติการคิดเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง การทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจสงบ ปลอดความคิดฟุ้งซ่าน ความกังวลเศร้าโกรธ ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียด”

แพทย์หญิงอรภา เข็มทอง จิตแพทย์ รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯกล่าวว่า หากเราฝึกสมาธิเป็นประจำ โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีวันละ 2 ครั้งคือเช้าและเย็น หรือก่อนนอน จะทำให้จิตใจเราสงบเบิกบานอารมณ์เย็นสมองแจ่มใสหายเครียดจนตัวเองและคนใกล้ชิดรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน 

“การฝึกสมาธินี้ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกมีงานวิจัยยืนยันตรงกันว่ามีผลดีต่อร่างกายและจิตใจช่วยทำให้จิตสงบโดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินส์ (Endorphins) หรือสารแห่งความสุขออกมาช่วยให้ระบบประสาท สมองทำงานเป็นระเบียบการทำงานของอวัยวะมีประสิทธิภาพดีขึ้น สามารถป้องกันการเกิดโรคที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดได้อย่างน้อย 6 โรค ได้แก่ โรคซึมเศร้า, โรคอัลไซเมอร์, โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, โรคมะเร็ง และโรคหลอดเลือดหัวใจ”

พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ประธานสถาบันพลังจิตตานุภาพ ได้กล่าวถึงการทำสมาธิขั้นพื้นฐานว่า การทำสมาธิ 30 นาทีในการเดินจงกรม 30 นาที ในการนั่งสมาธิพลังจิตก็เกิดขึ้นแล้วสามารถรักษาพลังจิตนี้ได้ ถ้าเราอยากทำให้มากวันหนึ่งทำ 2 ครั้ง 3 ครั้งก็ไม่มีปัญหา แต่การจะไปทำจนกระทั่งหลายชั่วโมงเกินไปจิตมันไปเข้าอรูปฌาน มันสูบกินพลังจิตไป

การทำสมาธิขั้นพื้นฐานนั้นไม่ต้องมากเกินไปแต่ก็อย่าให้น้อยนักก็ทำอย่างพอดีอย่างที่นั่งสมาธิ 30 นาที เดินจงกรม 30 นาที วันหนึ่งไปแล้วสัก 1 ชั่วโมงอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังเป็นการสะสมหรือผลิตพลังจิต ซึ่งถือเป็นจุดมุ่งหมายของการทำสมาธิคือการสะสมพลังจิตพลังจิตนั้นเมื่อเราได้มากขึ้นก็จะเป็นพลังจิตสะสมเป็นส่วนที่เหลือที่เราสามารถจัดเก็บเอาไว้ในจิตของเรา ซึ่งท่านเปรียบเสมือนว่าบุญวาสนาบารมีมันจะไปรวมกันอยู่ที่พลังจิต เมื่อพลังจิตโตบุญวาสนาบารมีก็เติมโตไปตาม      

เพราะฉะนั้น การสร้างสมาธิ ที่สร้างขึ้นนั้นจึงสามารถทำพลังจิตของเราให้เหมือนกับเงินเหลือใช้ที่เราจะเก็บเอาไว้เป็นบุญเป็นวาสนาเป็นบารมีต่อไป

“เราท่านทั้งหลายการที่พวกเราได้มาทำสมาธิ ตลอดจนกระทั่งได้มาเป็นครูบาอาจารย์สอนสมาธิก็คือการขยายหรือทำให้จิตมีความเจริญยิ่งขึ้น”

พระอาจารย์ยังกล่าวถึง อารมณ์ของคนเราไม่ว่าจะเป็นใคร จะเป็นผู้มียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่ง เป็นผู้มีเงินมีทองมากมาย หรือเป็นคนที่ยากจนข้นแค้น อารมณ์ต่างมีด้วยกันทุกคน แล้วอารมณ์เหล่านี้ไม่ใช่ว่าจับปราณีใคร ไม่ใช่ว่าคนนั้นมีอำนาจวาสนาสูงส่งแล้วอารมณ์จะดี อารมณ์ไม่ได้ปราณีใคร มันเป็นธรรมชาติที่ต้องทำให้บุคคลเกิดเหตุนี้ การทำสมาธิจึงเป็นเรื่องของการแก้อารมณ์ เพื่อที่จะมาแก้ไขให้ตรงจุด แก้ตรงจุดแล้วก็อยู่สบาย” 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments