728 x 90

ทำความรู้จักกับ Marine economy หรือ Ocean economy เศรษฐกิจที่เราได้จากทะเล

img

ผลประโยชน์แห่งชาติ และความมั่นคงทางทะเล เป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศไทย เนื่องจากมีนัยยะทั้งเชิงพื้นที่และมูลค่า แต่ประเทศไทยกำลังสูญเสียผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลโดยรวม หรือสูญเสียรายได้สุทธิ และการใช้ทรัพยากรทางทะเลที่ขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สภาวะการสูญเสียผลประโยชน์ทางทะเลสุทธิของไทยน่าเป็นห่วงมากขึ้น

ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้สนับสนุนการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการคู่ขนานกับโครงการสถานการณ์และข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

โดย ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในทางกายภาพหากพิจารณาเชิงพื้นที่ ประเทศไทยมีอาณาเขตทางทะเล ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 กว่า 350,000 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของอาณาเขตทางบกที่มีอยู่ประมาณ 513,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวทางชายฝั่งทะเลรวมฝั่งอ่าวไทย ทะเลอันดามัน และช่องแคบมะละกาตอนเหนือกว่า 2,815 ตารางกิโลเมตรใน 23 จังหวัด และมีผู้ใช้ประโยชน์จากทะเลในทุกกลุ่ม ทุกระดับ และทุกพื้นที่

แต่เมื่อประเมินมูลค่าผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลในปี 2557 จากข้อมูลของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ พบว่า มูลค่าเศรษฐกิจภาคทะเลของไทยมีมูลค่ามหาศาล สูงถึง 24 ล้านล้านบาท โดยในช่วงปี 2550-2558 มูลค่าของเศรษฐกิจภาคทะเลมีสัดส่วนคิดเป็น 30% โดยประมาณของ GDP และคาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต แต่กลับไม่ได้ตกอยู่ในมือคนไทยในสัดส่วนที่ควรจะเป็น


รวมถึงผลประโยชน์ทางทะเลของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในอาณาเขตทางทะเลของประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทะเลหลวงหรือน่านน้ำสากล บริเวณพื้นที่ (The Area) และเขตทางทะเลของประเทศอื่นทั่วโลก ที่สามารถทำความตกลงกันเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ขณะเดียวกันก็มีปัญหาต่างๆ ทางทะเลที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตที่ยังคงรอการแก้ไข ที่กำลังเกิดขึ้น และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบได้ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ จึงจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยจะต้องหาแนวทางที่จะผลักดันให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์จากทะเลอย่างที่ควรจะเป็น และจะต้องมีกระบวนการหาคำตอบในประเด็นต่างๆ ทางทะเลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ซึ่งจะที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศในระดับต่างๆ

สถานการณ์ของผลประโยชน์ทางทะเลของไทย ถูกกำหนดจากแนวทางการขับเคลื่อนทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ซึ่งล้วนเป็นกรอบกำหนดทิศทางการพัฒนาผลประโยชน์ทางทะเล ทั้งเรื่องของกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งปัจจุบันมี 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ การขนส่งและพาณิชยนาวี การผลิตพลังงาน การท่องเที่ยว และการประมง

โดยเฉพาะกิจกรรมการท่องเที่ยว และการขนส่งพาณิชยนาวี มีปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทรัพยาการทางทะเลและชายฝั่ง ถือเป็นต้นทุนที่สำคัญของกิจกรรมต่างๆ ซึ่งพบว่า ส่วนใหญ่ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งส่วนใหญ่ยังคงเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เช่น ปะการัง และสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงสิ่งแวดล้อม ที่มีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงอย่างรุนแรงโดยเฉพาะปัญหาขยะทะเล

ซึ่งประเทศไทยมีแนวโน้มของกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทางทะเลและชายฝั่งเพิ่มขึ้น ทั้งปริมาณ มูลค่า และรูปแบบ ขณะที่แนวโน้มของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นฐานสำคัญของกิจกรรมกำลังเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยให้อยู่ในสภาวะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่สภาวะการสูญเสียผลประโยชน์ทางทะเลสุทธิในระดับที่น่าเป็นห่วง


Marine economy  หรือ Ocean economy คือ เศรษฐกิจที่เราได้จากทะเล แต่ทั้งหมดอยู่บนฐานของทรัพยากรที่อยู่ใต้ทะเลไม่ว่าจะเป็นปะการัง ดอกไม้ทะเล หรือสัตว์ทะเลหายาก รวมไปถึงป่าชายเลน เหล่านี้ถือเป็นต้นทุนที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจทางทะเล ดังนั้น ถ้าเราไม่ได้มีการบริหารจัดการหรือมองภาพไม่ครบ มุ่งเน้นการพัฒนาที่จะได้มาซึ่งเศรษฐกิจหรือกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทางทะเลต่างๆ เพียงอย่างเดียว (เปรียบเป็นภาพภูเขาน้ำแข็ง) แต่ถ้าไม่ดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเล(เปรียบเป็นภาพใต้ภูเขาน้ำแข็ง) ก็จบ เพราะเราไม่รู้ว่าตอนนี้เราเสียปะการังปีหนึ่งไปกี่ตารางเมตร หรือกี่ตารางกิโลเมตร สูญเสียสัตว์ทะเลหายากหรือสัตว์สงวนอย่างพะยูนหรือเต่าไปเท่าไหร่ เป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับการจัดการต้นทุนเหล่านี้ซึ่งมันเชื่อมโยงกันหมด นี่คือสถานการณ์ของไทยที่เปรียบเป็นภูเขาน้ำแข็งที่กำลังจะพังลงมา แต่วันนี้เรายังไม่มีแม้กระทั่งแผนและความตระหนัก

สาเหตุที่ทำให้ไทยต้องสูญเสียผลประโยชน์ทางทะเล ส่วนหนึ่งเกิดจากการแยกส่วนการบริหารจัดการระหว่างกิจกรรมการใช้ประโยชน์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขาดการวางแผนในการใช้ทรัพยากรทางทะเลและกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทางทะเล ทำให้การบริหารจัดการผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลของไทยในภาพรวมขาดประสิทธิภาพ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนด้านทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรม เช่น การท่องเที่ยวทางทะเล ควรลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรปะการังโดยตรง เพราะปะการังเป็นทรัพยากรทะเลที่เป็นฐานของกิจกรรมการท่องเที่ยวและ อื่นๆ อาทิ เป็นแหล่งอนุบาลของทรัพยากรประมง หากไม่ช่วยกันดูแลอาจส่งผลกระทบต่อทั้งกิจกรรมประมงและกิจกรรมการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ควรสนับสนุนกิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับฐานทรัพยากร และสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการกำหนดเครื่องมือในการจัดการผลประโยชน์ทางทะเลทั้งระบบ เช่น การประเมินมูลค่าเศรษฐกิจภาคทะเล ปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง, พรบ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 เป็นต้น ที่สำคัญควรมุ่งสนับสนุนให้เกิดการทำงานเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ หรือ สนับสนุนให้มีการป้องกันปัญหา ก่อนที่จะเกิดปัญหาการสูญเสีย


ทั้งนี้ ไทยจึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่ชัดเจน โดยโครงการนี้ได้ผลการศึกษาออกมาในรูปแบบของข้อเสนอแนะการบริหารจัดการเพื่อให้ผลประโยชน์ทางทะเลเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปพร้อมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาและเพิ่มผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศได้ในที่สุด

ซึ่งข้อเสนอแนะดังกล่าว ได้ถูกนำเสนอในที่ประชุมระดับนโยบายของคณะกรรมการต่างๆ ล่าสุดได้มีการนำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายบางส่วนจากประเด็นการวางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเลสำหรับประเทศไทยและประเด็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลฯ เข้าสู่ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย เรื่องการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์และกำหนดพื้นที่คุ้มครองทางทะเล ซึ่งได้ผ่านมติเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ข้อเสนอแนะดังกล่าวยังได้ถูกบรรจุอยู่ในแผนแม่บทยุทธศาสตร์ที่ 5 ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments