728 x 90

กทม. เริ่มทดสอบประสิทธิภาพหอฟอกอากาศ ลดฝุ่น PM2.5 คาดช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์

img

กรุงเทพมหานครเดินหน้าทดลองติดตั้ง และทดสอบประสิทธิภาพหอฟอกอากาศ ลดฝุ่น PM2.5 โดยใช้เวลาทดลอง 2 - 3 เดือน และจะแบ่งการติดตามผลเป็น 3 ระยะ ได้แก่ระยะสั้น 24 ชม. ระยะกลาง 3 วัน และระยะยาว 30 วัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ได้ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ชม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม.

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และภาคเอกชน ดำเนินการทดลองติดตั้งหอสูงฟอกอากาศ จำนวน 1 ชุด บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ด้านถนนราชดำริ ตรงข้ามโรงแรมอโนมาแกรนด์ กรุงเทพฯ เขตปทุมวัน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานในการลดปัญหาฝุ่นและมลพิษจาก PM2.5 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการเสริมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นและมลพิษทางอากาศ


โดยกรุงเทพมหานครได้ติดตั้งเครื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 ต.ค.62 และเริ่มเปิดเดินเครื่องตั้งแต่เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา โดยจะเปิดเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับหอสูงฟอกอากาศ มีลักษณะเป็นเสาสูง 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ใช้หลักการทำงานของพัดลมขนาดใหญ่ที่มีปริมาณลมสูง (Air Volume) และกำลังการดึงลมสูง (Air Pressure) ดึงอากาศให้ไหลผ่านแผ่นกรองฝุ่น 2 ชั้น โดยใช้แผ่นกรองชนิด HEPA Fitter ขนาด 1 ไมครอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกทางด้านบน มีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตารางเมตร ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ โดยใช้กำลังไฟฟ้า 3.5 กิโลวัตต์


ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดเจ้าหน้าที่ร่วมเก็บข้อมูลปริมาณความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ซึ่งในช่วงเช้าก่อนเปิดเครื่องฟอกอากาศ วัดค่าได้ 31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในช่วงที่เปิดเดินเครื่องขณะนี้ วัดค่าได้ 28 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยจะใช้ระยะเวลาทดลองประมาณ 2-3 เดือน ทำการประเมินผลเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น 24 ชั่วโมง ระยะกลาง 3 วัน และระยะยาว 30 วัน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และเปรียบเทียบความเข้มข้นของฝุ่นและมลพิษ รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องในการลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ซึ่งหากผู้ประกอบการ หรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่มีความสนใจสามารถประสานมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อซื้อเครื่องหอสูงฟอกอากาศมาติดตั้งบริเวณพื้นที่ของตนเองได้


ทางด้าน พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การติดตั้งหอสูงฟอกอากาศเป็นเพียงมาตรการเสริมในการดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยแก่ประชาชน ควบคู่ไปกับมาตรการต่างๆ ที่กรุงเทพมหานครดำเนินการอยู่ ซึ่งการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศให้ประสบความสำเร็จนั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งปัญหามลพิษทางอากาศ 54% เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากท่อไอเสีย และการเผาไหม้


ดังนั้น กรุงเทพมหานครจึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้บริการขนส่งมวลชนมากขึ้น บำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดี และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ปลูกต้นไม้ป้องกันฝุ่น และดูดซับมลพิษ เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองปลอดฝุ่น ปลอดภัย น่าอยู่ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี


ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบ Real Time ได้ทางเว็บไซต์ www.bangkokairquality.com และเฟซบุ๊ค กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments