728 x 90

นักวิทยาศาสตร์กว่า 1.1 หมื่นคน จาก 153 ประเทศทั่วโลก ร่วมประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ

img

คณะนักวิทยาศาสตร์ กว่า 11,000 คน จาก 153 ประเทศทั่วโลก ร่วมลงนามประกาศภาวะฉุกเฉินการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก โดยระบุว่า โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ภูมิอากาศที่ไม่สามารถประเมินได้ จากวิถีการบริโภคของมนุษย์ในปัจจุบัน ซึ่งมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และกำลังคุกคามทำลายระบบนิเวศรวมถึงมนุษย์ พร้อมนำเสนอนโยบายสำหรับการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ซึ่งสำนักข่าว The Guardian เปิดเผยว่า งานวิจัย และคำประกาศดังกล่าว ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Bioscience ในวาระครบรอบ 40 ปีการประชุมภูมิอากาศโลก โดยมีจุดประสงค์ของงานวิจัยคือการแกะรอยว่ามีการทำอะไรไปบ้าง ตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ในแง่ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

โดยในงานวิจัยได้ระบุว่า “เราประกาศอย่างชัดเจน และแจ่มแจ้งว่าโลกกำลังเผชิญกับภาวะฉุกเฉินทางสภาพอากาศ ดังนั้นเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนเราต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตของเรา วิกฤตการณ์สภาพอากาศได้มาถึงแล้ว และเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ มันรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ คุกคามระบบนิเวศ ธรรมชาติ และชะตากรรมของมนุษยชาติ”

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวซินหัว เปิดเผยว่า ดร.โทมัส นิวซัม (Dr. Thomas Newsome) จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรัฐออริกอน มหาวิทยาลัยเคปทาวน์ และมหาวิทยาลัยทัฟตส์ โดยมีนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกกว่า 11,000 คนร่วมลงนาม ได้กล่าวเตือนถึง “ความทุกข์ทรมานที่มนุษย์ต้องเผชิญ และยังไม่มีใครพูดถึง” ซึ่งจะเกิดขึ้นหากแนวโน้มเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเกี่ยวโยงกับมนุษย์ และวิทยาศาสตร์หลายส่วน จึงอยากเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์จากทุกสาขาร่วมลงนาม และสนับสนุนงานวิจัย รวมถึงเนื้อหาในบทวิจัยฉบับนี้ และนักวิทยาศาสตร์ทุกคนมีภาระหน้าที่ด้านจริยธรรมในการเตือนมนุษยชาติเกี่ยวกับภัยใหญ่หลวงทุกประการ

ซึ่งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาตัวบ่งชี้อย่างกว้างขวาง และระบุขอบเขต 6 ประการที่มนุษยชาติต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อชะลอผลกระทบต่อโลกที่กำลังมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ พลังงาน มลพิษระยะสั้น ธรรมชาติ อาหาร เศรษฐกิจ และประชากร

โดยยุทธศาสตร์ที่ต้องดำเนินการคือ การใช้พลังงานสะอาด ที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ฟื้นฟูและปกป้องระบบนิเวศ เช่น ป่าไม้ ทุ่งหญ้า และป่าชายเลน ซึ่งช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนในชั้นบรรยากาศได้ การบริโภคพืชผักมากขึ้น และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ลดความสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจลง และรักษาระดับจำนวนประชากรโลกให้เติบโตขึ้น 200,000 คนต่อวัน

นอกจากนี้ในงานวิจัยยังระบุว่า ในฐานะนักวิทยาศาตร์ เราขอให้มีการใช้ข้อมูลซึ่งบ่งชี้สัญญาณชีพของโลกนี้อย่างแพร่หลาย และหวังว่าตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะทำให้สภานิติบัญญัติ และสาธารณชนเข้าใจถึงความฉุกเฉินของวิกฤตการณ์นี้ยิ่งขึ้น และจัดลำดับความสำคัญใหม่ และให้มีการติดตามความคืบหน้า

แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่วนมากมาจากกลุ่มคนอายุน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงในแง่บวกก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด อาทิ ปศุสัตว์ และการผลิตเนื้อสัตว์ การสูญเสียพื้นที่ป่าปกคลุม การอุปโภค บริโภคพลังงาน และการเดินทางทางอากาศ กระแสส่วนใหญ่ยังไม่เป็นไปในทางที่คาดหวัง ซึ่งหมายความว่าเราไม่ได้ทำตามคำเตือนของนักวิทยาศาตร์ที่ออกมาพูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศนับหมื่นครั้ง ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments