728 x 90

เร่งนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เส้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง-สายสีเขียว วงเงิน 3.6 พันล้าน คาดแล้วเสร็จปี 66

img

คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ กฟน. เร่งแผนนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ฉบับปฏิบัติการเร่งรัด (Quick Win) จำนวน 3 โครงการ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง-สายสีเขียว รวมระยะทาง 20.5 กม. ในวงเงินลงทุนรวม 3,673 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จในปี 2566

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินการตามแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ฉบับปฏิบัติการเร่งรัด (Quick Win) วงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 3,673.40 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ในประเทศ จำนวน 2,500 ล้านบาท และเงินรายได้ของ กฟน. จำนวน 1,173.40 ล้านบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ

สำหรับสาระสำคัญที่พิจารณาคือ แผนงานของ กฟน. ที่ดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ระยะทางรวม 215.6 กิโลเมตร ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จไป 46.6 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างดำเนินการ ระยะทางรวม 169 กิโลเมตร แต่เนื่องจากแผนงานบางส่วนต้องรอดำเนินการพร้อมกับหน่วยงานสาธารณูปโภคอื่น ทำให้แผนงานของ กฟน. มีความล่าช้า ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายให้ กฟน. ดำเนินการลงทุนโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมให้เร็วขึ้น

โดยจากการสำรวจพื้นที่ที่มีแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มขีดความสามารถของระบบจำหน่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับปริมาณความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า รวมถึงมีความพร้อมในการดำเนินโครงการ คือ ได้มีการก่อสร้างบ่อพัก และท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินหลักร่วมไปกับโครงการรถไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว

กฟน. จึงขอความเห็นชอบแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ฉบับปฏิบัติการเร่งรัด (Quick Win) จำนวน 3 โครงการ ระยะทางรวม 20.5 กม. ประกอบด้วย เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถนนรัตนาธิเบศร์ (ถนนราชพฤกษ์-ถนนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 4.4 กม. วงเงิน 745.2 ล้านบาท เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี-ถนนติวานนท์ ระยะทาง 10.6 กม. วงเงิน 1,937.6 ล้านบาท และ เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถนนสุขุมวิท (ซอยสุขุมวิท 81-ซอยแบริ่ง) ระยะทาง 5.5 กม. วงเงิน 931.0 ล้านบาท

โดยมีวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 3,673.40 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าดำเนินการรวม 3,613.8 ล้านบาท และ ดอกเบี้ยระหว่างการก่อสร้าง 59.7 ล้านบาท โดยจะใช้เงินกู้ในประเทศ จำนวน 2,500 ล้านบาท และเงินรายได้ของ กฟน. จำนวน 1,173.40 ล้านบาท

ทั้งนี้ แผนงานดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ด้วยแล้ว และคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จในปี 2566

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments