728 x 90

ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ คนรุ่นใหม่ที่มีสายเลือดนักการเมืองผู้มีบทบาทสำคัญในประเทศไทย

img

ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยปลุกปั้นให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยได้อย่างสง่างามเมื่อปี 2554

ชยิกาคือหลานสาวแท้ๆ ของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีสายเลือดนักการเมืองผู้มีบทบาทสำคัญในประเทศไทย

สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ เธอมาในบทบาทนายทะเบียนของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยผลักดันสิทธิเสรีภาพการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น แต่จะเข้ามาสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศ และรณรงค์ให้ยุติปัญหาความรุนแรงในสังคม

จุดเริ่มต้นที่เข้ามาทำงานการเมือง?
แรกเริ่มคือ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่บ้านก่อน แล้วช่วงนั้นเกิดเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัว เรียกว่าทางบ้านโดนหางเลขไปด้วย โดนกล่าวหาว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง อยู่เบื้องหลังของกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งจริงๆ แล้วครอบครัวเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย แล้วเราเองก็ไม่ได้สนใจการเมืองด้วยซ้ำ เลยคิดว่า ขนาดเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยยังโดนไปด้วยเลย จึงตัดสินใจเข้ามาช่วยงานที่พรรคเพื่อไทยเป็นเลขาฯ ของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในยุคนั้น

เคยมีโอกาสช่วยงานสังคมมาก่อนด้วยใช่ไหม?
คุณแม่เป็นผู้ที่ทำงานด้านสมาคมสตรี แล้วเราเองก็มีโอกาสติดตามคุณแม่ไปทำงาน ช่วยงานสาธารณประโยชน์ เช่น เข้าไปช่วยคิดโครงการให้ ผู้หญิงประกอบอาชีพ ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วต้องมาช่วยงานด้านสตรีนะ คิดเพียงว่า อยากเข้ามาช่วยจริงๆ เพราะเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมามีผลกระทบต่อครอบครัวเรามาก มันไม่ยุติธรรมเลย ก็เลยเข้ามาทำงานการเมือง แต่หลังจากที่เข้ามาทำงาน ทำประโยชน์ให้กับสังคม ก็เห็นว่า ผู้หญิงที่ทำงานการเมืองน้อยมาก เรียกได้ว่า การเมืองเป็นโลกของผู้ชาย มีความซับซ้อน มีจุดที่ผู้ชายทำได้แต่ผู้หญิงทำไม่ได้ แต่เรามีคุณยิ่งลักษณ์เป็นตัวอย่าง เรื่องที่ผู้ชายทำคุณยิ่งลักษณ์ก็ทำได้ ซึ่งในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาทำงานการเมือง เมื่อเราได้โอกาสตรงนี้แล้วก็จะทำให้ดีที่สุด เแต่มันก็จะมีข้อแตกต่างระหว่างหญิงชายอยู่ดี ซึ่งเราก็ต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป

เข้ามาร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติได้อย่างไร?
เราได้รับการโหวตเข้ามา และส่วนหนึ่งคือหัวหน้าพรรคกับเราค่อนข้างคุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยอยู่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจทำงานการเมืองเต็มตัวคือ รัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่างขึ้นมาถูกเขียนโดยคนที่ไม่ได้มาจากประชาชน เขาเขียนขึ้นมาให้บรรยากาศการเมืองไทยเป็นไปแบบที่มีพรรคเล็กพรรคน้อยมารวมกัน คือไม่ได้เอื้อให้พรรคใหญ่สามารถพัฒนาและเติบโตได้เต็มที่ ซึ่งตอนที่เราช่วยงานพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ 3 ส่วนคือ ประชาสัมพันธ์ ด้านต่างประเทศ และนโยบาย ซึ่งต้องบอกตรงๆ ว่าพรรคเพื่อไทยมีบุคลากรเยอะอยู่แล้ว แล้วตัวเราเองก็ไม่ได้มีฐานเสียงในพื้นที่เขตต่างๆ แต่เราพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้ามาทำงานการเมืองเบื้องหน้าอย่างเต็มตัว แล้วอยากผลักดันสิ่งที่คิดไว้ ซึ่งการที่จะทำได้คือต้องเป็น ส.ส. ในสภานิติบัญญัติ จึงตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติ

หลังจากเข้ามาแล้วมีประเด็นไหนที่อยากผลักดันบ้าง?
เราเป็นคนเชื่อมั่นกับหลักการประชาธิปไตยมาก จึงอยากผลักดัน 2 ประเด็นหลักๆ ประเด็นแรก เรื่องความเท่าเทียมกันทุกเพศสภาพ เพศวิถี และอีกประเด็นคือ ในฐานะที่ทำงานด้านประชาสัมพันธ์มานาน เราเห็นว่าประเทศไทยถูกกดทับเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น ซึ่งมันเป็นพื้นฐาน เป็นกุญแจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่จะนำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจด้วย 

คิดว่าสนามการเมืองไทยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทมากน้อยแค่ไหน?
ในรัฐธรรมนูญใหม่นี้ไม่ได้มีการกำหนดสัดส่วนผู้หญิงที่เข้ามา ซึ่งเราก็อยากผลักดันให้มีผู้หญิงมากขึ้นด้วย แต่ถ้าถามถึงภาคเอกชนประเทศไทยมีสัดส่วนของผู้หญิงเยอะมาก ผู้หญิงมีจุดแข็งอีกเยอะที่จะทำให้การเมืองไทยสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นได้

ในส่วนของพรรคไทยรักษาชาติเอง เราเปิดรับความคิดเห็นของทุกกลุ่ม ทั้งหญิงชายอย่างเท่าเทียม แต่ในส่วนของการเมืองภาพรวม ยังมีอีกหลายประเด็นที่เห็นว่ายังมีอยู่ เช่น การโจมตีทางเพศ การใส่ร้ายป้ายสี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนในการส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้ามีบทบาท หรือมองให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ ความตั้งใจของผู้หญิง แล้วเปิดโอกาสให้เข้ามามีบทบาททางการเมืองด้วย

มีวิธีรับมืออย่างไรกับกรณีที่นักการเมืองหญิงมักถูกเหยียดเพศ?
ถ้าเกิดขึ้นกับเรา เราคงไม่โจมตีใครกลับ ตั้งแต่ทำงานมา เราไม่เคยโจมตีคนอื่นโดยการนำเรื่องเพศมาใช้ คือต้องเริ่มจากตัวเองก่อน เราตั้งใจไว้ว่าจะนำเสนอมุมมองความคิดอย่างสร้างสรรค์ แต่ถ้ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น เราก็พร้อมจะเป็นผู้สะท้อนให้สังคมเห็นว่าควรยุติเรื่องนี้ในสังคม เพราะเรื่องผู้หญิงมักจะมีความรุนแรงตามมา ตั้งแต่ความรุนแรงทางวาจา ทางร่างกาย ส่วนถ้าเป็นเรื่องเท็จ ต้องพึ่งกฎหมาย และพยายามนิ่ง อดทน มีสติกับข่าวต่างๆ ใช้ความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์

มองปัญหาความรุนแรงในประเทศไทยเป็นอย่างไร?
เรื่องความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครอบครัว อยากขอให้ทุกคนที่พบไม่นิ่งเฉย ต่อให้เป็นสามีภรรยากันก็ตาม ก็ไม่มีสิทธิที่จะทำความรุนแรงต่อกัน คนมักจะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว อย่าไปยุ่ง ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ควรมีใครถูกปฏิบัติ หรือแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง อยากฝากไว้เลยว่า ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหาสังคม ดังนั้น ถ้าเราทุกคนสามารถมองได้แบบนี้แล้ว ทุกคนก็จะสามารถเป็นหูเป็นตาให้กับสังคมได้

โดยส่วนตัวคิดว่า “ผู้หญิงไทยยุคใหม่ในสังคมประชาธิปไตย” ต้องเป็นอย่างไร?
สำหรับคนยุคใหม่ที่มีแนวคิดทันสมัย เราอยากให้มองเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเพศไหนก็ตาม ให้มองอยู่ในพื้นฐานความเป็นมนุษย์เท่ากัน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นเพศสภาพ เพศวิถี หรือสถานะทางสังคมอื่นๆ ที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน


วทันยา วงษ์โอภาสี นางฟ้าลูกหนังกับก้าวแรกในสนามการเมืองไทย

พรรณิการ์ วานิช ก้าวสู่บทบาทใหม่ภายใต้อุดมการณ์เดิมผลักดันสังคมสู่ประชาธิปไตย
ศิริภา อินทวิเชียร ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างสร้างสรรค์ 
ชนก จันทาทอง ทายาทนักการเมืองแดนอีสานมุ่งแก้ปัญหาเพื่อเกษตกรชาวไทย

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments