728 x 90

ลุยตรวจ 48 สวนสนุกในกรุงเทพฯ พบ 16.67% สอบตกเกณฑ์มาตรฐาน

img

ผลสำรวจสวนสนุกในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 48 แห่ง พบว่ามีใบอนุญาตก่อสร้างและใบอนุญาตประกอบกิจการ 33 แห่ง ไม่มีใบอนุญาต 15 แห่ง และในจำนวนนี้มีที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินสุขลักษณะ 8 แห่ง ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไข เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการที่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน  

กทม. ลุยตรวจสอบสวนสนุก 48 แห่ง 
กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตต่างๆ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจการและตรวจสุขลักษณะ ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย ประเภทกิจการสวนสนุกในกรุงเทพ ฯ จำนวน 48 แห่ง ในพื้นที่ 26 เขต ตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและใบอนุญาตประกอบกิจการ 33 แห่ง ไม่มีใบอนุญาต 15 แห่ง จึงได้แจ้งให้ดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้องภายใน 15 วัน หากไม่สามารถดำเนินการให้เรียบร้อยจะสั่งระงับการให้บริการ และมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกที่ตั้งเป็นการชั่วคราวตามลานกิจกรรมหรืองานต่างๆ ประมาณ 7-30 วัน ที่ต้องขออนุญาตเช่นกัน ซึ่งต้องเข้าไปกวดขันดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างชั่วคราวมีข้อจำกัดด้านอายุการใช้งาน กทม. จึงได้กำชับให้เขตดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวด


พบ 8 แห่งไม่ผ่านเกณฑ์สุขอนามัย
ส่วนการตรวจประเมินสุขลักษณะของสถานที่ตั้ง ลักษณะอาคาร การสุขาภิบาล ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและการป้องกันเหตุรำคาญ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีกิจการสวนสนุกที่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 40 แห่ง คิดเป็น 83.33% ส่วนที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานมี 8 แห่ง คิดเป็น 16.67% และใน 48 แห่งแบ่งเป็นสวนสนุกที่อยู่ภายในอาคารห้างสรรพสินค้า 43 แห่ง อยู่ภายนอก 5 แห่ง 

ดึงภาคีเครือข่ายร่วมกำหนดกรอบ
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้สำนักอนามัย โดยสำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น กรมโยธาธิการและผังเมือง, กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, สำนักนายกรัฐมนตรี, ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพของกิจการสวนสนุก พร้อมทั้งให้ร่วมกันพัฒนาแนวทาง หลักเกณฑ์ คู่มือการตรวจประเมินด้านสุขลักษณะความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสำหรับกิจการสวนสนุก เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากการใช้บริการเครื่องเล่นในสวนสนุก 


ยึด 5 มิติเป็นเกณฑ์ให้คะแนน 
โดย กทม. มีเกณฑ์การตรวจสวนสนุก ใน 5 มิติ คือ ต้องมีคู่มือการติดตั้ง และขออนุญาตถูกต้อง, ต้องมีคู่มือการใช้งานเครื่องเล่น พร้อมติดป้ายคำเตือน และกำหนดอายุผู้เล่นให้เห็นชัดเจน, ต้องมีคู่มือการดูแลบำรุงรักษา และตรวจสอบตามเวลาที่กำหนด คือ 3-6 เดือน และ 1-5 ปี, ต้องมีคนคุมเครื่องที่ต้องผ่านการฝึกอบรม และต้องมีแผนการรับมือและแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือเกิดอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงต้องดูแลความสะอาดป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดต่อ เช่น โรคมือ เท้า ปาก, ไข้หวัดใหญ่, ตาแดง สู่ผู้ที่มาใช้บริการ และสำหรับสวนสนุกที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน กทม. ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการเร่งแก้ไขปรับปรุง ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน และมีความปลอดภัยต่อประชาชนผู้ใช้บริการโดยเร็ว

ทั้งนี้ ความปลอดภัยจากการเล่นเครื่องเล่นและใช้บริการในสวนสนุก นอกจากจะต้องเข้มงวดกับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อกำหนดให้เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้บริการและผู้ปกครอง คอยดูแลและให้คำแนะนำเด็กให้เล่นเครื่องเล่นอย่างเหมาะสมกับช่วงอายุ เล่นด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย รวมทั้งควรล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังเล่นในสวนสนุก เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้วย 


คุณทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ - รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 
"กรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน ที่อาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากการใช้บริการเครื่องเล่นในสวนสนุก จึงมอบหมายให้สำนักอนามัย โดยสำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย พัฒนาแนวทาง หลักเกณฑ์ คู่มือการตรวจประเมินด้านสุขลักษณะความปลอดภัย และอาชีวอนามัยสำหรับกิจการสวนสนุก พร้อมทั้งได้กำชับให้สำนักงานเขตดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชนที่ไปใช้บริการ"

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments