728 x 90

กรุงเทพฯ รั้งท้ายเมืองจักรยานโลก ติดอันดับ 88 จาก 90 เมืองทั่วโลก

img

ผลสำรวจการจัดอันดับเมืองจักรยานปี 2019 ชี้ กรุงเทพฯ ติดอันดับ 88 จาก 90 เมืองทั่วโลก มีสัดส่วนผู้ใช้จักรยานทั้งเมืองคิดเป็น 0.25% รั้งท้ายสุดในเอเชีย 

ส่วนเมืองแห่งจักรยานอันดับ 1 ได้แก่ ยูเทรกต์ แห่งเนเธอร์แลนด์ แซงหน้าเมืองที่หลายคนคุ้นเคยอย่างอัมสเตอร์ดัม และโคเปนเฮเกน

ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำโดย Coya บริษัทประกันภัยสัญชาติเยอรมัน ระบุว่า ยูเทรกต์ (Utrecht) ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของเนเธอร์แลนด์ ถูกจัดให้กลายเป็นเมืองจักรยานอันดับ 1 ของโลก มีสัดส่วนผู้ใช้จักรยาน 51% ของคนทั้งเมือง ปัจจุบันมีที่จอดรถจักรยานใหญ่สุดในโลก สามารถจุจักรยานได้มากถึง 22,000 คัน เปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบช่วยผู้ขับขี่ค้นหาจุดจอด มีที่จอดจักรยานเฉพาะสำหรับจักรยานแบบพิเศษ เช่น จักรยานตอนยาวสองที่นั่ง หรือจักรยานที่มีแฮนด์กว้างกว่าปกติ

โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้จักรยานเติบโตเร็วสุดในเนเธอร์แลนด์ เฉลี่ย 125,000 คันต่อวัน หรือเกือบราวๆ ครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากร 330,000 คนในเมืองยูเทรกต์


สำหรับกรุงเทพมหานคร ติดอันดับ 88 จาก 90 เมืองทั่วโลก ได้คะแนนเมืองจักรยานรวม 18.90% และเมื่อเทียบสัดส่วนคนทั้งเมืองแล้วพบว่า มีผู้ใช้จักรยานเพียง 0.25% ของคนทั้งเมือง

ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ได้คะแนนอากาศเหมาะสำหรับปั่นจักรยานอยู่ที่ 23.62 คะแนน (ยูเทรกต์ 63.83) ถนนพิเศษสำหรับปั่นจักรยาน 27.22 (ยูเทรกต์ 57.51) โครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสำหรับปั่นจักรยาน 24.75 (ยูเทรกต์ 60.78) และคะแนนด้านความปลอดภัย 78.02 (ยูเทรกต์ 82.46)

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กรุงเทพฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของจักรยานและได้สร้างเลนจักรยานขึ้นอย่างจริงจังเมื่อประมาณปี 2008 แต่สุดท้ายไบค์เลน (Bike Lane) ก็ไม่เป็นที่นิยมในเขตเมือง โดยผลสำรวจจากมูลนิธิโลกสีเขียวที่เคยทำการสำรวจปัญหาที่คนเมืองไม่เลือกขี่จักรยาน พบว่า 86% ลงความเห็นว่า การขี่จักรยานในกรุงเทพฯ ยังไม่ปลอดภัย

สำหรับเมืองในเอเชียที่ติดอันดับครั้งนี้ด้วย ได้แก่ อันดับ 24 โตเกียว - ญี่ปุ่น อันดับ 38 ปักกิ่ง - จีน อันดับ 51 เซี่ยงไฮ้ - จีน อันดับ 52 สิงคโปร์ อันดับ 69 โซล - เกาหลีใต้ อันดับ 79 นิวเดลี - อินเดีย และอันดับ 85 จาการ์ตา - อินโดนีเซีย  


ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ - ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
จักรยาน เป็นเครื่องมือการบูรณาการการทำงาน, การขนส่ง, ค่าครองชีพ, การศึกษา, การปกครอง, สุขภาพ และหลายต่อหลายอย่าง แม้กระทั่งเรื่องโลกร้อน หากนำแนวคิดนี้มาทำให้บ้านเรากลายเป็นชุมชนจักรยาน ที่ผมไม่ใช้คำว่า เมืองจักรยาน เพราะเกิดขึ้นยาก แต่ชุมชนเกิดง่ายกว่า เพราะอยู่ในมุมเล็กๆ หากเราทำให้ชุมชนมีสังคมดีขึ้น ค่าใช้จ่ายน้อยลง เอื้ออาทรต่อกัน ก็จะดีต่อประเทศไทย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องผลักดันวิธีคิดนี้ให้เกิดการขยายผล เหมือนกับที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก และนอร์เวย์


สุรจิตร ศิริ - ชาวกรุงเทพฯ ผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
เหตุผลที่ใช้จักรยานเป็นยานพาหนะหลัก เพราะเร็วและหาที่จอดง่าย 

ส่วนเรื่องการขับขี่ไม่กังวลเพราะทุกคนต้องใช้กฎจราจรเดียวกัน ถ้าเริ่มตอนนี้อาจทำได้แค่พื้นฐาน เช่น ให้ถนนมีไหล่ทาง เพราะขอบทางเสียหายมาก มีหลุมบ่อ ฝาท่อไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน ตอนนั้นสภาพถนนดีกว่านี้ ซึ่งความเสียหายอาจเป็นตามระยะเวลา รวมถึงการก่อสร้าง เรายังไม่ต้องมีเลนจักรยานก็ได้ แต่ทำถนนให้ดีก่อน ส่วนเรื่องรถไฟฟ้าที่ให้นำจักรยาน(พับไม่ได้)ขึ้นได้นั้น มีกำหนดเวลาสั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีการจัดการที่ดีขึ้น

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments