Saturday, November 28, 2020
More

    เดินหน้าเชื่อมบัตรโดยสารข้ามระบบ ก.คมนาคมนัด 5 หน่วยงานเซ็น MOU 27 มี.ค. นี้

    นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ครั้งที่ 30 – 3/2563 โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานพัฒนาระบบการใช้งานร่วมกันของระบบตั๋วร่วมในรูปแบบ Interoperability ซึ่งในระยะเร่งด่วนคือการทำให้บัตรแมงมุม บัตร MRT Plus ของ รฟม. และบัตร Rabbit ของ BTS สามารถใช้งานร่วมกันได้

    โดย จะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟม.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ในวันที่ 27 มี.ค. 2563


    ทั้งนี้จะเป็นการบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจ ในส่วนของการเติมเงินให้เติมเงินที่ผู้ออกบัตรเท่านั้น แต่สามารถอ่านข้อมูลในบัตรข้ามระบบกันได้ สำหรับกรณีใช้บัตรข้ามกัน เข้าได้แต่เงินในบัตรไม่เพียงพอให้จ่ายเป็นเงินสด โดยให้แต่ละหน่วยงานใช้งบประมาณของตัวเอง และเร่งดำเนินการเพื่อพัฒนาระบบให้เป็นไปตามแผนที่คณะกรรมการกำหนดไว้

    ในส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้นำเสนอข้อมูลสถิติปริมาณผู้โดยสารและรายได้ที่ได้รับชำระเงินผ่านเครื่อง EDC ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 มีผู้ใช้จำนวนประมาณ 19 ล้านคน คิดเป็นรายได้ทั้งหมด 314 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมากที่สุด ประมาณ 60 – 70% รองลงมาคือระบบ Debit และ QR Code 10%

    ขณะที่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้ว่าจ้างบริษัท สมาร์ท เทคโนโลยี คอร์ปอเรชัน ทดสอบระบบ ARL Upgrading แล้ว 3 ครั้ง แต่ยังทดสอบระบบได้ไม่ครบตามขอบเขตงาน และยังมิได้จัดส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้ รฟฟท. และ รฟม. เร่งติดตามการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามสัญญา แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2563

    ด้าน กรมเจ้าท่า (จท.) ได้รายงานความคืบหน้าเรื่องการทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 เรื่อง การส่งเสริมการจัดท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรให้สามารถนำพื้นที่บางส่วนของท่าเรือสาธารณะมาใช้เชิงพาณิชย์ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ สนข. จท. รฟม. กทม. และผู้ประกอบการภาคเอกชน ประชุมหารือร่วมกันเพื่อจัดทำแผนการใช้ตั๋วร่วมสำหรับการขนส่งทางน้ำ และนำมาเสนอในการประชุมครั้งต่อไป

    ส่วนความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการตั๋วร่วม พ.ศ. …. ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือถึงสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการตั๋วร่วม พ.ศ. …. เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอนแล้ว คาดว่าจะสามารถเข้า ครม. พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า

    นอกจากนั้น ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบในหลักการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการบริหารจัดการระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ (ETCS) และยกเลิกคณะทำงานศึกษาแนวทางการบริหารจัดการบัตรอัตโนมัติ (OBU) ในระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ (ETCS) เพื่อให้การศึกษาและเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถนำไปสู่ระบบแบบไร้ไม้กั้น และสามารถใช้งานร่วมกับระบบตั๋วร่วมได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อไป