Saturday, November 28, 2020
More

    กทม. สั่งปิดสถานประกอบการ สถานบริการ 6 ประเภท กว่า 4.5 พันแห่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มี.ค. 63

    จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีจำนวนผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่ไม่แสดงอาการชัดเจน จึงสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก เชื้อไวรัสจะสามารถแพร่กระจายไปยังคนที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อได้ทีละหลายคน ส่งผลให้กรุงเทพมหานคร ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ..2558 ข้อ 35 (1) สถานที่ซึ่งผู้คนมีการรวมตัวเบียดเสียดใกล้ชิด และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อง่ายทางปาก เช่น การตะโกน ส่งเสียงเชียร์ สัมผัสถูกเนื้อต้องตัว หรือใช้สิ่งของร่วมกัน

    โดย พล...อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงประเภทสถานประกอบการ ในพื้นที่ กทม. ที่สั่งปิดเป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 6 ประเภท ประกอบด้วย


    1. สนามมวย ให้ยุติการเเข่งขันขันชกมวยที่มีเวทีใน กทม. ทั้งหมด รวมถึงสนามกีฬาต่างๆ

    2. สถานบริการ เช่น ผับ บาร์ จำนวน 1,712 เเห่ง

    3. กิจการอาบ อบ นวด จำนวน 821 แห่ง

    4. สถานที่อาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร จำนวน 95 แห่ง

    5. กิจการโรงมหรสพ (โรงภาพยนตร์ โรงละคร มหรสพ) จำนวน 258 เเห่ง

    6. สถานที่ออกกำลังกายที่เป็นพื้นที่ปิด จำนวน 63 แห่ง

    ทั้งนี้สำหรับสถานบริการ และสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ที่สั่งปิดมีจำนวนรวม 3,519 แห่ง ส่วนสถานประกอบกิจการที่สุ่มเสี่ยงแพร่เชื้ออีก 5 ประเภท อาทิ สนามกีฬา สนามมวย อาบอบนวด ร้านสปา อบสมุนไพร ฟิตเนส  โรงละคร โรงภาพยนตร์ อีกกว่า 1,000 แห่ง โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 31 มีนาคม 2563 รวมระยะเวลา 14 วัน หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 เเสนหรือทั้งจำทั้งปรับ

    อย่างไรก็ตามสำหรับวัดมัสยิดร้านอาหารต่างๆได้ประสานขอความร่วมมือให้มีการคัดกรองคนก่อนเข้าไปและควรมีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการรวมทั้งประสานไปยังจุฬาราชมนตรีขอความร่วมมือให้ประกอบพิธีละหมาดที่บ้านแทนการประกอบพิธีร่วมกันทุกวันศุกร์และขอความร่วมมือเลื่อนการจัดงานรื่นเริงต่างๆนอกจากงานศพซึ่งก็จะมีการแนะนำวิธีการป้องกันการแพร่ระบาดด้วย

    นอกจากนี้ กทม. ได้ออกมาตรการต่างๆ ในการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายในวงกว้าง เช่น การยกเลิกจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การทำความสะอาดสถานที่สาธารณะที่ใช้ร่วมกัน และการให้ทุกคนช่วยกันคัดกรองผู้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อนี้ รวมถึงขอความร่วมมือจากทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ให้ยกเลิกกิจกรรมที่จัดให้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน ตามมาตรการเว้นระยะระหว่างบุคคล 1-2 เมตร และที่สำคัญคือ หมั่นล้างมืออย่างถูกวิธี

    ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า การหยุดกิจกรรมต่างๆ อาจทำให้คุณค่าทางเศรษฐกิจเสียหาย แต่ขอให้ทุกคนคำนึงถึงคุณค่าของชีวิตก่อน เนื่องจากหากสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เศรษฐกิจก็จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านไม่ตื่นตระหนก แต่ต้องอยู่ด้วยความตระหนัก เพราะความตระหนักคือทางเดียวที่จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ และเชื่อว่าประชาชนทุกคนจะสามารถฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน


    Writer : Kanokorn Na Ranon