Sunday, November 29, 2020
More

    เล็งเพิ่มความหนาแน่นบนรถไฟฟ้าได้ไม่เกิน 70% ผู้โดยสารนั่งติดกัน-ยืนหันหลังชนกันได้

    กรมการขนส่งทางรางและผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเตรียมเสนอรัฐบาลคลายล็อกมาตรการเว้นระยะห่างในรถไฟฟ้ารถไฟชานเมืองเนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารกลับมาในระบบมากขึ้น

    เล็งเพิ่มความหนาแน่นบนรถไฟฟ้า

    นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ได้หารือเตรียมการรองรับการกำหนดมาตรการดูแลผู้โดยสารในข่วงเปิดเทอมต้นเดือนกรกฎาคม 2563 ร่วมกับผู้ให้บริการทุกรายและกรมควบคุมโรค และศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยได้ข้อสรุปดังนี้ ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันให้เสนอรัฐบาลคลายล็อกมาตรการเว้นระยะห่างในรถไฟฟ้า รถไฟชานเมือง เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารกลับมาในระบบประมาณถึง 800,000 เที่ยวคนต่อวัน และคาดว่าหากเปิดเทอมจะมีผู้โดยสารเกินกว่า 1 ล้านเที่ยวคนต่อวัน หากคงมาตรการเดิมอาจทำให้เกิดการติดเชื้ออื่นๆ เช่น ไข้หวัด จากการมีผู้โดยสารต้องยืนรอรอบบริเวณสถานีจำนวนมากในชั่วโมงเร่งด่วนได้ 


    โดยสมควรกำหนดเพิ่มความหนาแน่นได้ไม่เกินร้อยละ 70 และกำหนดจุดยืนแบบหันหลังชนกัน ในรถ และอนุญาตให้นั่งในที่นั่งติดกันได้ จากเดิมหากเป็นมาตรการเข้มงวดจะได้เพียงร้อยละ 25

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังต้องเข้มงวด 3 ประเด็นคือ

    1. ประเด็นด้านระบบการจัดการ เช่น กำหนดให้มี Safety manager ตรวจสอบความสะอาดความหนาแน่นและการดูแลการบริการตามมาตรฐานสากลสาธารณสุขเสมอ

    2. ประเด็นระบบการใช้บริการ คือ กำหนดให้ต้องสวมหน้ากาก 100% กำหนดห้ามการพูดกันในตู้โดยสาร กำหนดให้ยอมรับ การทำ Group release บ้างหากสภาพหนาแน่นในขบวน

    3. ประเด็นการติดตามผู้โดยสาร ด้วยแอปฯไทยชนะควรใช้ เฉพาะในระบบรถไฟเดินทางเกินกว่า 1 ชม. เพราะผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 8 สถานีๆ ละ 3 นาที รวม 24 นาทีเท่านั้น

    นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางรางพร้อมด้วยผู้ให้บริการทุกรายประสงค์จะทำ MOU กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้านการให้คำแนะนำ ติดตาม และตรวจสอบสภาพการแพร่ระบาดในรถไฟฟ้า รถไฟเสมอ เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบที่ประชาชนสามารถวางใจได้ รวมทั้งกรมการขนส่งทางรางจะรายงานผลการหารือไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ปลดล็อกการเว้นที่นั่งในรถไฟฟ้า รถไฟ ต่อไป