Wednesday, November 25, 2020
More

    รถไฟฟ้าสายสีทองเฟส 1 คืบหน้า 89% ตั้งเป้าให้บริการ ต.ค. 63 ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย

    ขบวนรถไฟฟ้า รุ่น Bombardier Innovia APM 300 ที่จะวิ่งให้บริการในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทอง ขบวนแรกได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคณะผู้บริหารจาก บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท บอมบาดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น ประเทศไทย ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ร่วมตรวจรับขบวนรถไฟฟ้าสายสีทอง ณ ท่าเทียบเรือ เอ 2 ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ในวันที่ 18 มิถุนายน 2563

    รถไฟฟ้าสายสีทองเฟส 1 ภาพรวมมีความคืบหน้า 89% เตรียมเปิดให้บริการภายในเดือนตุลาคม 63

    นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) กล่าวว่า กรุงเทพธนาคม ได้รับมอบหมายจากกรุงเทพมหานคร ให้เป็นผู้ดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในระยะที่ 1 ซึ่งมี 3 สถานี คือ สถานีกรุงธนบุรี (GN1) สถานีเจริญนคร (GN2) และสถานีคลองสาน (GN3) ระยะทาง 1.80 กิโลเมตร


    โดยการก่อสร้างในปัจจุบันมีความคืบหน้าภาพรวม 89% แบ่งเป็นการก่อสร้างงานโยธา คืบหน้า 94.42% งานระบบเดินรถ คืบหน้า 81% ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อุปกรณ์ที่ต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศเกิดความล่าช้า แต่ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วก็จะสามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในการเร่งรัดงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากสำนักการจราจรและขนส่ง ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ และบริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย จำกัด ผู้ติดตั้งระบบ รวมถึงสำนักการโยธา สำนักงานเขต กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เจ้าของพื้นที่ สน. ในพื้นที่ สำนักสิ่งแวดล้อม

    สำหรับการเปิดให้บริการยังคงเป็นเป้าหมายเดิมคือภายในเดือนตุลาคม 2563 โดยจะจัดเก็บค่าโดยสารตามที่เคยศึกษาไว้คือ 15 บาทตลอดสาย ทั้งนี้คาดว่าในปีแรกที่เปิดให้บริการจะมีผู้โดยสารประมาณ 42,260 เที่ยว-คน/วัน

    รถไฟฟ้าสายสีทอง Feeder ที่เชื่อมต่อการเดินทางได้กับทุกโหมด

    นายมานิต กล่าวต่อว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง เป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง หรือ Feeder ให้บริการโดยใช้รถไฟฟ้า Automated People Mover – APM (ระบบขนส่งมวลชนแบบนำทางอัตโนมัติ) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งมีขนาดกะทัดรัด มีความเหมาะสมกับพื้นที่ และมีประสิทธิภาพ

    ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้กับทุกโหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบรางสายหลัก คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยที่มีจุดเชื่อมต่อกันที่สถานีกรุงธนบุรี ซึ่งผู้โดยสารที่ใช้บัตรแรบบิทสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีทองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

    นอกจากนี้รถไฟฟ้าสายสีทองยังเชื่อมต่อกับรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ย่านคลองสาน รวมทั้งเชื่อมต่อการเดินทางในเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา และในอนาคตจะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-ราษฎร์บูรณะ และรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ได้อีกด้วย

    ซึ่งโครงการนี้ไม่มีการใช้งบประมาณจากทางราชการ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ และเอกชน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่รัฐ มีลักษณะคล้ายกับการดำเนินการระบบขนส่งมวลชนบางเส้นทางในประเทศญี่ปุ่น

    รถไฟฟ้ารูปแบบไร้คนขับ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยใช้รางนำทาง จุผู้โดยสารได้ 276 คน/ขบวน

    ด้านนายสุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับการว่าจ้างจากกรุงเทพธนาคม ให้เป็นผู้ดำเนินการจัดหาขบวนรถ รวมถึงการเดินรถ และซ่อมบำรุง เป็นระยะเวลา 30 ปี

    โดยรถไฟฟ้าที่รับมอบในครั้งนี้ เป็นรถไฟฟ้ารุ่น Bombardier Innovia APM 300 ผลิตที่เมือง อู่หู มณฑลอานฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน มีความพิเศษคือ เป็นรถไฟฟ้ารูปแบบไร้คนขับ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยใช้รางนำทาง สามารถจุผู้โดยสาร 138 คน/ตู้ และ 1 ขบวนสามารถจุผู้โดยสาร 276 คน/ขบวน รองรับผู้โดยสารได้ 4,200 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง

    ตัวรถไฟฟ้ามีความกว้าง 2.8 เมตร ความยาว 12.75 เมตร ความสูง 3.5 เมตร ประตูมีความกว้าง 1.9 เมตร ความสูงของพื้นรถ 1.1 เมตร น้ำหนัก 16,300 กิโลกรัม ก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่ำ ความเร็วการทำงานสูงสุดที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉินระบบจะทำการหยุดรถอัตโนมัติ และมีรถมารับผู้โดยสารทันที

    รถไฟฟ้าอีก 2 ขบวนจะทยอยเดินทางมาถึงไทย ภายใน ส.ค. 63

    สำหรับขบวนรถไฟฟ้าที่ใช้ในระบบรถไฟฟ้าสายสีทอง มีทั้งหมด 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ ซึ่งจะใช้รับส่งผู้โดยสาร 2 ขบวน และสำรองไว้ในระบบ 1 ขบวน โดยขณะนี้ได้รับมอบรถไฟฟ้าแล้ว 1 ขบวน ซึ่งจะนำไปไว้ยังโรงจอด และศูนย์ซ่อมบำรุงที่สถานีกรุงธนบุรี เพื่อเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนอื่นๆ ต่อไป ส่วนขบวนรถไฟฟ้าที่เหลืออีก 2 ขบวนที่จะทยอยเดินทางมาภายในเดือนสิงหาคม 2563 นี้

    ทั้งนี้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทอง ถือเป็นรถไฟฟ้าสายสำคัญ โดยเส้นทางจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น ไอคอนสยาม ล้ง 1919 เป็นต้น ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสาร และนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าสู่สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครได้ดียิ่งขึ้น