Sunday, August 9, 2020
More

    ขสมก. เตรียมขยับแผนฟื้นฟู ปรับค่าโดยสารเหมาจ่าย 30 บาท ให้บริการแบบเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

    องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ออกแผนฟื้นฟูปี 2563 รับกระแสโพล “รถเมล์แบบไหนถูกใจคนกรุงฯ” หลังพบแผนฯ เดิมมีบางข้อไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ และไม่ทันยุค Covid-19 เน้นความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นฐานของประชาชนทั้งด้านบริการ ความสะดวก ปลอดภัย ถูกสุขอนามัยตามวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) หวังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นรถเมล์สาธารณะของคนไทย ให้บริการสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ล่าสุดผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) แล้ว และเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนสิงหาคมนี้

    ขสมก. เตรียมขยับแผนฟื้นฟูครั้งประวัติศาสตร์ ให้ทันกับยุค New Normal


    นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก) กล่าวถึง การปรับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ที่ได้มีการปรับแผนใหม่ล่าสุด ทันต่อยุค Covid-19 ว่า ขสมก.ได้เคยจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อปี 2562 โดยได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี แต่เนื่องจากเรายังมีโจทย์ที่จะต้องปรับแผนให้รอบคอบรัดกุม สามารถแก้ปัญหาเรื้อรัง ทั้งสถานะทางการเงิน สภาพรถเก่าและจำนวนรถโดยสาร การปรับโครงสร้างองค์กร ต้นทุนการดำเนินงานที่สูง และการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีด้าน IT ของหน่วยงานให้ทันต่อยุคสมัย โดยจะเห็นว่าจากสถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 เป็นตัวเร่ง ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก

    ประโยชน์ที่คนกรุงจะได้รับจากแผนฟื้นฟูปี 2563

    สำหรับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากแผนฟื้นฟูดังกล่าว อาทิ
    1. ประชาชนจะได้ใช้รถใหม่ มีบริการที่สะอาด สะดวก สบาย ปลอดภัย ผ่านการตรวจสอบคุณภาพตัวรถ ทั้งระบบคันเร่ง เบรก เป็นอย่างดี และเป็นรถเย็นติดแอร์ทั้งหมด ทำให้พนักงานขับรถไม่รู้สึกเครียด
    2. ราคาค่าบริการเหมาจ่ายทั้งวัน 30 บาท สามารถโดยสารกี่เที่ยวก็ได้ไม่จำกัด ทั้งรถของ ขสมก. และรถร่วม ทั้งนี้คนที่ขึ้นเที่ยวเดียวคิดราคาเพียง 15 บาท
    3. ปัญหาการจราจรลดลง เนื่องจากจะมีจำนวนรถประจำทางลดลง จาก 6,000 คัน เหลือเพียง 2,500 คัน เท่ากับการลดพื้นที่การใช้ถนนลง
    4. คุณภาพอากาศดีขึ้น โดยเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า เอ็นจีวี และไฮบริดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    5. การปฏิรูปเส้นทางรถเมล์รูปแบบใหม่ ที่จะครอบคลุมทั้ง กทม.และ ปริมณฑล โดยมีเส้นหลัก เส้นรอง และวงกลม ตามโปรแกรมคำนวณจากระบบคอมพิวเตอร์ของกรมขนส่งทางบก ทำให้รถไม่ต้องวิ่งทับเส้นทางกันเอง
    6. ระยะเวลารอรถ สั้นลง 5-10 นาที โดยการปรับเส้นทางวิ่งระยะสั้น แต่มีความถี่เพิ่มขึ้น
    7. ประชาชนโดยรวมทั้งประเทศ ไม่มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น เนื่องจากหนี้สินเดิมได้มีการจัดการ

    โดยหากทำตามแผนที่วางไว้ มีการคำนวณว่าจะขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเป็นระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2571 และในปี 2572 ขสมก.จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระให้ภาครัฐในอนาคต ซึ่งนับเป็นการเตรียมแผนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

    คนกรุงส่วนใหญ่ พอใจต่อรถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในระดับน้อย

    นอกจากนี้ ขสมก. ยังเปิดเผยผลสำรวจ “รถเมล์แบบไหน ถูกใจคนกรุง” ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชาชนที่ใช้บริการรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,299 คน จัดทำโดยกรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 46.7% มีความพึงพอใจต่อรถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในระดับน้อย รองลงมา 33.0% ระบุว่าพึงพอใจปานกลาง และ 20.3% ระบุว่าพึงพอใจมาก
    เมื่อถามถึงภาพลักษณ์ของรถเมล์ที่วิ่งอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 61.0% ระบุว่ารอรถเมล์นาน รถไม่พอกับความต้องการ รองลงมา 51.7% ระบุว่ารถมีสภาพเก่า ชำรุดทรุดโทรม และ 41.2% ระบุว่ารถปล่อยควันดำ ส่งผลเสียด้านมลพิษ

    ประชาชน 61.6% อยากให้รถเมล์มาตรงเวลา ไม่ต้องรอนาน ขณะเดียวกันบางส่วนอยากให้มีการปรับราคาค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย 30 บาท

    สำหรับความคาดหวังว่าอยากได้รถเมล์แบบใดนั้น พบว่า ส่วนใหญ่ 61.6% อยากให้รถเมล์มาตรงเวลา ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน จะได้เดินทางรวดเร็วขึ้น รองลงมา 53.1% ระบุว่าอยากให้รถเมล์ใหม่ทุกคัน ทุกสาย เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และ 51.9% ระบุว่าอยากให้ออกรถถี่ขึ้น มีที่นั่งเพียงพอ ไม่ต้องเบียดเสียดแออัด ตามรูปแบบการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

    นอกจากนี้ ยังมีความต้องการอื่นๆ จากเสียงของผู้ใช้บริการ อาทิ 37.6% อยากให้รถโดยสารเป็นรถชานต่ำ เป็นมิตรกับผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และ 26.8% มีความคาดหวังให้ชำระค่าบริการผ่าน E-Ticket แทนการใช้เงินสด เพื่อความสะดวก ลดการสัมผัส และปรับราคาค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย 30 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน เป็นต้น

    ขสมก. พร้อมปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ทั้งหมด เป็นการพลิกโฉม ขสมก. ในอดีตโดยสิ้นเชิง

    ทั้งนี้ นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล เปิดเผยว่า ขณะนี้ ขสมก. พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสู่สิ่งที่ดีขึ้น เรามองไปที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ขสมก. ใหม่ทั้งหมด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ในการพลิกโฉม ขสมก. ในอดีตโดยสิ้นเชิง โดยเราได้รับฟังเสียงจากประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.

    อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 นี้ เราหวังส่งสัญญาณไปถึงประชาชนทุกคน เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นฐานของคนในสังคม ไม่เพียงแต่พนักงานของ ขสมก. หรือผู้ใช้บริการ แต่หมายถึงคนในสังคม ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัย

    ในส่วนของการแก้ไขปัญหาการขับรถหวาดเสียว ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร และขับรถเลยป้าย ขสมก.จะเข้มงวดกวดขันในการกำกับดูแลพนักงานขับรถ ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรและคู่มือพนักงานขับรถตามมาตรฐานระบบ ISO 9001: 2015 อย่างเคร่งครัด