Wednesday, April 14, 2021
More

    นำร่องเปิดการเดินเรือโดยสาร “คลองขุดมหาสวัสดิ์” เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน-บางบำหรุ

    สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เดินหน้าศึกษาแผนแม่บท W-MAP เร่งกำหนดกรอบพัฒนาเรือโดยสารในแม่น้ำ-คลอง ในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล รวม 32 เส้นทาง ระยะทางรวม 492.2 กม.

    เพื่อยกระดับ “การเดินทางทางน้ำ” เพิ่มจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าอีก 15 จุด เล็งนำร่องพัฒนาคลองขุดมหาสวัสดิ์เป็นแห่งแรก

    พัฒนา “คลองขุดมหาสวัสดิ์” เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน สถานีตลิ่งชัน-บางบำหรุ


    นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการศึกษาจัดทำแผนพัฒนาการเดินทางทางน้ำ ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล (W-MAP) และการเชื่อมต่อการเดินทางรูปแบบอื่น ครั้งที่ 1

    เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชนในพื้นที่ศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วม รวมประมาณ 100 คน

    ว่าเตรียมประสานกับกรมชลประทาน เร่งพัฒนา และเปิดการเดินเรือโดยสารใน “คลองขุดมหาสวัสดิ์” ช่วงประตูน้ำฉิมพลี-คลองบางกอกน้อย ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร

    ซึ่งมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟสายสีแดงอ่อน ที่สถานีตลิ่งชัน และสถานีบางบำหรุ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ให้มีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้น

    ช่วยบรรเทาการจราจรแออัดของถนนบรมราชชนนี

    โดยการเปิดการเดินเรือโดยสารใน “คลองขุดมหาสวัสดิ์” จะช่วยบรรเทาการจราจรแออัดของถนนบรมราชชนนีได้ โดยจะนำเรื่องนี้ บรรจุไว้ใน W-MAP เป็นโครงการนำร่องไว้ด้วย เพราะปัจจุบัน คลองขุดมหาสวัสดิ์ มีท่าเรือด้วยกัน 8 ท่า และมีเรือหางยาวสัญจร และเรือหางยาวสำหรับท่องเที่ยว เท่านั้น

    ทั้งการให้บริการเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำ และคลอง ยังมีความจำเป็นต้องปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านกายภาพ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ เช่น การรุกล้ำลำคลอง ปัญหาของประตูระบายน้ำ หรือสะพานกีดขวางการเดินเรือ

    ปัญหาด้านการให้บริการเดินเรือโดยสาร เช่น เรือวิ่งเสียงดัง เรือปล่อยควันดำ หรือปัญหาด้านความปลอดภัย กรณีมีผู้โดยสารหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วน

    ตลอดจน ปัญหาด้านท่าเรือโดยสาร เช่น ท่าเรือชำรุด ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกที่ท่าเรือ ตลอดจนปัญหาด้านการเข้าถึงท่าเรือ และเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น

    เช่น ทางเดินเข้าออกท่าเรือมีสิ่งกีดขวาง แสงสว่างไม่เพียงพอ ไม่ปลอดภัย ไม่มีป้ายบอกเส้นทางเข้าออกท่าเรือ และจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะอื่นห่างไกลจากท่าเรือ

    สนข.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บท พัฒนาการเดินทางทางน้ำในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

    สนข.อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาการเดินทางทางน้ำ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทางรูปแบบอื่น ในลักษณะ ล้อ-ราง-เรือ เพื่อเป็นการยกระดับการเดินทางทางน้ำ ให้ทางเลือกในการสัญจรและท่องเที่ยว รองรับความต้องการในการเดินทาง รวมถึงการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล

    สำหรับการศึกษาจัดทำแผน W-MAP นั้น สนข.จะใช้งบประมาณในการดำเนินการ จำนวน 33 ล้านบาท มีระยะเวลาในการศึกษารวม 14 เดือน คือระหว่างเดือน ก.ย. 63-พ.ย. 64

    เมื่อศึกษาแล้วเสร็จ จะสรุปผลการศึกษาเสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และให้ความเห็นชอบ จากนั้นจะส่งมอบแผนแม่บท ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปดำเนินการต่อไป

    กรุงเทพฯ – ปริมณฑล มีเรือโดยสาร 5 เส้นทาง ระยะทางรวม 77 กม.

    นายปัญญา ชูพานิช กล่าวว่า ผลการศึกษาเบื้องต้น ระบุว่า ปัจจุบันมีการให้บริการเรือโดยสารสาธารณะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 5 เส้นทาง มีระยะทางรวม 77 กิโลเมตร ประกอบด้วย

    1.เส้นทางของเรือด่วนเจ้าพระยา และเรือไฟฟ้าให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยา
    2.เส้นทางในคลองแสนแสบ
    3.เส้นทางในคลองผดุงกรุงเกษม
    4.เส้นทางในคลองภาษีเจริญ
    5.เส้นทางในคลองประเวศบุรีรมย์ (คลองพระโขนง)

    มีท่าเรือที่สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า ซึ่งเปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ในรัศมี 500 เมตร ประกอบด้วย

    1.ท่าเรือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) จำนวน 10 สถานี ได้แก่
    – สถานีอโศก
    – สถานีหัวลำโพง
    – สถานีบางไผ่
    – สถานีบางหว้า
    – สถานีเพชรเกษม 48
    – สถานีภาษีเจริญ
    – สถานีสะพานพระนั่งเกล้า
    – สถานีบางโพ
    – สถานีสนามไชย
    – สถานีสะพานตากสิน

    2.ท่าเรือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสีเขียว) จำนวน 2 สถานี ได้แก่
    – สถานีราชเทวี
    – สถานีบางหว้า

    3.ท่าเรือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) จำนวน 2 สถานี ได้แก่
    – สถานีมักกะสัน
    – สถานีรามคำแหง

    ศึกษาการเดินเรือเพิ่มเติมในอีก 27 เส้นทาง

    นอกจากเรือโดยสารใน 5 เส้นทางข้างต้น ใน W-MAP จะศึกษาการเดินเรือเพิ่มเติมในอีก 27 เส้นทาง ส่งผลให้มีคลอง และแม่น้ำที่มีศักยภาพในการเดินทางทางน้ำ รวมเป็น 32 เส้นทาง ระยะทางรวม 492.2 กิโลเมตร ซึ่งจะส่งผลให้มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าจาก 12 จุดในปัจจุบัน เพิ่มอีก 15 จุด รวมเป็น 27 จุด

    อย่างไรก็ตาม สนข.จะนำความเห็น และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปใช้ประกอบการศึกษาวิเคราะห์ในการจัดทำแผนแม่บท W-MAP

    โดยจะกำหนดแผนให้สอดคล้องกับการพัฒนาเมือง การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ รวมถึงกำหนดรูปแบบในการปรับปรุงทางเข้าออกสู่ท่าเรือ ส่งเสริมการใช้เรือไฟฟ้า พัฒนาท่าเรือให้ทันสมัย และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือเชิงพาณิชย์ควบคู่ไปด้วย