Thursday, October 1, 2020
More

    ขสมก.ลดฝุ่น PM2.5 จากรถเมล์อย่างต่อเนื่อง

    ขสมก. เร่งดำเนินการลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดจากรถโดยสาร เพื่อบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นที่เกินมาตรฐาน ในกทม. และปริมณฑล โดยมีมาตรการป้องกันการเกิดฝุ่นตั้งแต่ตรวจสภาพรถก่อนใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซล B20เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นแนวทางที่ต้องแก้ไขในระยะเร่งด่วน ไปจนถึงเร่งจัดหารถโดยสารพลังงานสะอาด เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

    องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้กำหนดมาตรการลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยแบ่งการดำเนินมาตรการ ออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก สูงเกินค่ามาตรฐาน ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล


    โดยนายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงเกินค่ามาตรฐาน ขสมก.จึงได้กำหนดมาตรการ เพื่อลดปริมาณการปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากรถโดยสาร โดยแบ่งการดำเนินมาตรการออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้


    1. มาตรการระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย
    – การตรวจวัดควันดำรถโดยสาร ก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการประชาชน โดยห้ามมิให้รถที่มีค่าควันดำเกิน 30% ออกวิ่งโดยเด็ดขาด หากตรวจพบจะส่งเข้าซ่อมบำรุงโดยทันที
    – ขอความร่วมมือ ให้บริษัทเหมาซ่อมบำรุงรถโดยสาร ดำเนินการตามแผน Set Zero ได้แก่ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง และไส้กรองน้ำมันดีเซล รวมทั้งการล้างทำความสะอาดท่อพักไอเสียของรถโดยสารทุกคัน ก่อนรอบปกติ เพื่อลดการปล่อยฝุ่นละอองจากท่อไอเสีย
    – เปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซล B20 ในรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศเครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 2,075 คัน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 15% ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 33% ไฮโดรคาร์บอน 21% และลดฝุ่นละอองได้ 3.7% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซลเดิม
    – เร่งรัดการรับมอบรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ล็อตที่เหลือ จำนวน 189 คัน แบ่งเป็น
    งวดที่ 1 รับมอบรถโดยสาร จำนวน 40 คัน ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562
    งวดที่ 2 รับมอบรถโดยสาร จำนวน 60 คัน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562
    งวดที่ 3 รับมอบรถโดยสาร จำนวน 89 คัน ในวันที่ 14 มีนาคม 2562


    2. มาตรการระยะกลาง ประกอบด้วย
    – รณรงค์ให้ประชาชนใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แทนรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ลดการปล่อยมลพิษ และฝุ่นละอองจากท่อไอเสีย
    – รณรงค์ให้พนักงานใช้บริการรถรับ – ส่งพนักงาน หรือใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ในการเดินทางมาทำงาน

    3. มาตรการระยะยาว ได้แก่ การเร่งดำเนินการจัดหารถโดยสารใช้พลังงานสะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาให้บริการประชาชน จำนวน 2,188 คัน เพื่อลดปริมาณการปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จากรถโดยสารอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย
    – การเช่ารถโดยสาร NGV จำนวน 300 คัน
    – การเช่ารถโดยสารระบบดีเซลและไฟฟ้า (Hybrid) จำนวน 400 คัน
    – การจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า (EV) จำนวน 35 คัน
    -การจัดซื้อรถโดยสารระบบดีเซลและไฟฟ้า (Hybrid) จำนวน 1,453 คัน