Monday, September 28, 2020
More

    ผลสำรวจเผยผู้หญิงทำงานยุคใหม่เครียดมากขึ้น แต่ต้องสตรอง

    ผู้หญิงยุคใหม่ต้องสตรอง เนื่องจากต้องดูแลตัวเอง ไปพร้อมกับการรับผิดชอบครอบครัว และการทำงาน จนเกิดการสะสมเป็นความเครียด และความกดดัน ที่กระทบต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ในระยะยาว

    ผู้หญิงยุคใหม่ในสังคมไทย เริ่มมีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจ และมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ไม่ธรรมดา ทั้งยังเป็นกำลังสำคัญ และเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้หญิงจำนวนมากได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นทั้งเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร รวมถึงเป็นผู้นำหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ซึ่งความสำเร็จที่ได้มานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากการทุ่มเททำงานหนักแล้ว ยังต้องทำหน้าที่อื่นไปพร้อมๆ กันด้วย ทั้งหน้าที่ในการเป็นแม่ หน้าที่ของลูก และหน้าที่ของภรรยา เป็นต้น


    โดยในแต่ละช่วงอายุ ผู้หญิงแต่ละคนต่างมีภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบที่แตกต่างกันออกไป อย่างสาวโสดประจำออฟฟิศอาจกังวลเรื่องงาน และเรื่องสุขภาพ ขณะเดียวที่ผู้หญิงที่กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอาจมีความกังวลเรื่องการหาบ้านหลังใหม่มาเป็นเรือนหอ รวมถึงยังต้องจัดการเรื่องงานที่บริษัทไปพร้อมๆ กัน หรือแม้กระทั่งคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกเล็ก ธุรกิจการงานก็ต้องดูแลแต่ก็ไม่สามารถละสายตาออกจากลูกน้อยที่ต้องได้รับการเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องได้

    ซึ่งไลฟ์สไตล์เหล่านี้อาจทำเอาหญิงแกร่งหลายคนถึงกับเขว เพราะเวลาในชีวิตแต่ละวันนอกจากจะทุ่มเทไปกับงานแล้วยังต้องหาเวลามาดูแลตนเอง หรือคนรอบข้างด้วย จนเกิดเป็นความเครียดสะสมถึงขนาดที่สาวๆ หลายคนสงสัยว่า งานเยอะขนาดนี้ สุขภาพจะดีได้จริงหรือ

    จากผลสำรวจคะแนนสุขภาพ และความเป็นอยู่แบบ 360° ของ “ซิกน่า” พบว่า ความเครียดในที่ทำงานของผู้หญิงมีแนวโน้มที่สูงขึ้นตามวัย โดยคุณแม่ที่มีลูกเล็กจะมีความเครียดสูงที่สุด โดยมากถึง 19% ของผู้หญิงกลุ่มนี้มองว่าตัวเองมีงานที่ต้องทำมากเกินไป ตามด้วยผู้หญิงแต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีลูก (15%) และ สาวโสด (13%) โดยสาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากความรับผิดชอบที่คุณแม่หลายๆ คนต้องดูแลลูกไปด้วย และทำงานไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่มีลูกเล็กที่ต้องได้รับนมแม่ในทุกๆ วัน ซึ่งอาจทำให้คุณแม่มีความกังวลมากเพราะต้องบาลานซ์ทั้งเรื่องงานและเรื่องลูก จนทำให้สะสมเป็นความเครียด และความกดดัน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ในระยะยาว


    ถึงแม้ว่าปัญหาเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนมากพบเจอในทุกวัน แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่ออฟฟิศส่วนมากมีโปรแกรมดูแลสุขภาพ ความเป็นอยู่ของพนักงานหญิงที่ไม่เพียงพอ โดยผลสำรวจพบว่า 5 สวัสดิการที่สาวออฟฟิศต้องการให้แต่ละองค์กรมีมากที่สุด ได้แก่ เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น (28%), วันลาพิเศษ (23%), สถานที่คลายเครียดในออฟฟิศ (21%), เวลาในการทำงานที่สั้นลง (19%) และกิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกันต่างๆ (16%)

    อย่างไรก็ตามการดูแลตนเอง ไปพร้อมกับการรับผิดชอบครอบครัว และงานในขณะเดียวกัน อาจเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากสำหรับผู้หญิงหลายคนในการวางแผนเพื่อบริหารและจัดการ โดยเฉพาะการบริหารเวลา จึงทำให้ผู้หญิงหลายๆ คนเลือกที่จะดูแลภาระหน้าที่ด้านการทำงาน และครอบครัวก่อนการดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรที่จะละเลยการดูแลตัวเองเป็นอย่างยิ่ง โดยมีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผู้หญิงยุคใหม่สามารถจัดการชีวิตของตัวเองให้สมดุล ได้แก่
    1. จดบันทึกกิจกรรมในแต่ละวัน – เริ่มจากการจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง โดยสามารถเขียนโน้ตลงบนกระดาษ หรือแม้แต่มือถือก็ได้ ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้สาวๆ ทุกรู้ว่าควรทำอะไรก่อนและหลัง รวมไปถึงสิ่งที่ต้องทำในช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย  
    2. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ – สิ่งที่สำคัญที่สุดของผู้หญิงอีกสิ่งหนึ่งคือการเข้านอนให้ตรงเวลา และพักผ่อนให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการนอนหลับให้เต็มอิ่มนั้นนอกจากจะทำให้รู้สึกสดชื่นเมื่อตื่นนอนแล้ว ยังส่งผลให้ร่างกายมีเวลาบำรุงซ่อมแซมตัวเองจากอาการเหนื่อยล้า และสร้างแรงให้กลับมาพร้อมสู้กับเช้าวันใหม่ได้อย่างเต็มที่
    3. แบ่งเวลาการทำงานและเวลาส่วนตัว – ถึงแม้ว่าจะมีหน้าที่ และการงานที่ค่อนข้างหนักในแต่ละวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแบ่งเวลาให้เป็นระเบียบ ซึ่งในแต่ละวันสาวๆ ควรแทรกเวลาพักผ่อนเข้าไปในตารางชีวิตด้วย เช่น เวลาพักสั้นๆ 10-15 นาที เพื่อลุกขึ้นเดินไปสูดอากาศนอกออฟฟิศ หรือเพื่อเป็นการขยับร่างการ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อบ้าง

    โดยวิธีดังกล่าว จะช่วยให้ชีวิตที่ดูวุ่นวาย มีความเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ซึ่งเมื่อสาวๆ สามารถจัดวางตารางชีวิตได้แล้ว ความเครียด และความกังวลจากภาระหน้าที่ต่างๆ ก็จะค่อยๆ ลดลง ซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้หญิงยุคใหม่ทุกคนดีขึ้น กลายเป็นพลังบวกเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงยุคใหม่สตรองต่อไปได้อย่างมีความสุข