Wednesday, December 2, 2020
More

    Documentary Club คัดหนังน้ำดี 32 เรื่อง มาปล่อยให้ชมกันทางออนไลน์

    เรียกว่าวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงที่ท้าทายอย่างมากในการประคองตัวเองให้อยู่รอดไปได้ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งยังนำมาซึ่งการปรับตัวครั้งใหญ่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นในส่วนการทำงานของคนทำหนัง หรือไลฟ์สไตล์การรับชมภาพยนตร์ของคนดู อย่างล่าสุดทาง Documentary Club คอมมูนิตี้สำหรับคนรักภาพยนตร์อีกแห่งในประเทศไทย ก็ได้เอาใจแฟนๆ ที่ต้องบอกลาการเดินเข้าโรงภาพยนตร์ ด้วยการออกภาพยนตร์คุณภาพถึง 32 เรื่อง ให้รับชมบน Doc Club on Demand ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Vimeo On Demand ในราคาเรื่องละ 1.99 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 60 บาท) โดยซื้อครั้งเดียวก็สามารถดูได้ตลอดจนกว่าทาง Documentary Club จะหมดสิทธิ์ในการฉายและยังมีซับไทยสำหรับผู้ชมที่ใช้งานอยู่ในพื้นที่ของประเทศไทยอีกด้วย


    ซึ่งสต็อกภาพยนตร์ที่ทาง Documentary Club ใส่มานั้นก็เรียกว่าจัดเต็มทั้งในด้านคุณภาพ ความหลากหลาย และความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น Oasis : Supersonic, The New Rijksmuseum, The Dreamers ฯลฯ ที่ทำให้คนรักหนังซึ่งต้องกักตัวอยู่กับบ้าน ไม่ต้องเศร้าหมองอีกต่อไป และนอกจากภาพยนตร์ที่ยกตัวอย่างมานั้น ยังมีอีกหลายเรื่องทีเดียวซึ่งเราอยากแนะนำให้ทุกคนได้ไปหาดูกัน ด้วยหวังว่าจะได้รับผลึกความรู้สึกดีๆ แบบที่เราได้ตอนที่ดูเช่นกัน

    Burning

    สำหรับเราแล้วมีภาพยนตร์ที่ทำจากหนังสือเพียงไม่กี่เรื่อง ที่สามารถนำพาแก่นสารของเนื้อหาที่รังสรรค์โดยผู้เขียนออกมาเล่าเป็นภาพได้อย่างงดงาม ละเอียดลออ สร้างอารมณ์ความรู้สึกร่วมได้ดีไม่แพ้ตัวหนังสือ ซึ่ง Burning ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของนักเขียนสุดแมสอย่าง ฮารูกิ มูราคามิ ที่กำกับโดยอี ชางดง ผู้กำกับชื่อดังของเกาหลีใต้นั้น สามารถทำหน้าที่ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างครบถ้วน ทั้งยังสามารถสื่อสารประเด็นบางอย่างให้ไปได้ไกลกว่าสารที่อยู่ในหนังสือด้วยซ้ำ เรียกว่าใครที่เป็นแฟนผู้กำกับ อีชางดง หรือนักเขียนดังอย่างฮารุกิ มูราคามิ พลาดเรื่องนี้ไปไม่ได้จริงๆ

     

    Ryuichi Sakamoto : CODA

    ภาพยนตร์ที่ไม่เพียงถ่ายทอดอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของ ริวอิจิ ซากาโมโตะ ได้อย่างสวยงามไม่แพ้ตัวโน้ตที่เขารังสรรค์ขึ้นเท่านั้น แต่ยังเสนอภาพของความสูญเสียจากโศกนาฎกรรมฟุกุชิม่าที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่หล่อหลอมให้ ริวอิจิ ซากาโมโตะ กลายมาเป็นศิลปินที่ใช้เสียงดนตรีเพื่อเยี่ยวยาความโหดร้ายที่ผู้ประสบภัยชาวญี่ปุ่นต้องพบเจอ หรือใครที่รักในซาวด์แทร็กเพราะๆ อย่าง Merry Christmas Mr. Lawrence แค่ได้เข้าไปฟัง  ริวอิจิ ซากาโมโตะ เล่นซาวด์ฯนี้ ในหนังเรื่องก็คุ้มทั้งราคาและเวลาที่ต้องเสียไปแล้ว

    แต่ถึงแม้หลายฝ่ายในวงการภาพยนตร์ทั่วโลกจะทำการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดจากวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้มากเท่าไหร่ ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าพอมองไปที่ตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นในแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกตอนนี้นั้น ก็จะพบว่าการกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง คงต้องใช้เวลาอีกสักพักเลยทีเดียว ยิ่งหากมองไปที่ตัวเลขความเสียหายเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในฮอลลีวูดจำนวน 120,000 คน กับแรงงานในอุตสาหกรรมบันเทิงของอังกฤษจำนวน 40,000 คน ที่ต้องตกงานทันทีหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ Covid-19 เป็นการแพร่ระบาดทั่วโลก (pandemic), 83% คือจำนวนแรงงานทั้งหมดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้, 20,000 คน คือจำนวนแรงงานที่ต้องหยุดงานอย่างไม่มีกำหนดในโปรดักชั่นใหญ่อย่างภาพยนตร์เรื่อง Shang Chi และเรื่อง Mcbeth, The Batman, Little Mermaid, Jurassic Park 4 ฯลฯ คือภาพยนตร์ชื่อดังที่ต้องหยุดการถ่ายทำออกไปอย่างไม่มีกำหนด

    ในส่วนความเคลื่อนไหวของวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในไทยนั้น จากการที่สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ในประเทศไทยได้ลงประกาศในเพจเฟซบุ๊กของทางสมาคมฯ ว่าขอความร่วมมือให้ทุกกองที่กำลังถ่านทำภาพยนตร์, ละคร, ซีรีส์, โฆษณาในช่วงนี้ หยุดพักการถ่ายทำเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม 2563” นั้น ก็อาจจะต้องทำการยืดเวลาออกไปอีก จากการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (...) รวมถึงการปิดทำการของสองโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ในประเทศอย่าง Major Cineplex กับ SF Cinema ด้วย เรียกว่าหากมีสิ่งที่คนรักหนังสามารถทำได้เพื่อช่วยแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ตัวเองหลงรักตอนนี้ ก็คงเป็นการอยู่บ้านและหาผลงานของเหล่าผู้ผลิตที่ปรับตัวด้วยการปล่อยออกมาให้ดูผ่านทางสตรีมมิ่งต่างๆ แทนกันซะแล้ว