Tuesday, November 24, 2020
More

    ทำความรู้จักกับวัฒนาสัจจา ร้านขายเครื่องครัวเก่าแก่ที่สุดในย่านแปลงนาม

    คุยกับอากงปรีชา วัฒนาสัจจา เจ้าของร้านเครื่องครัวในตำนานบนถนนแปลงนาม วัฒนาสัจจาหนึ่งในร้านขายถ้วยชามรามไห ที่อยู่ยืนยงมากว่า 70 ปี แม้จะเป็นข้าวของเครื่องครัวที่แสนธรรมดา แต่บางชิ้นก็เป็นความธรรมดาที่นับวันเริ่มเลือนหายและหายากขึ้นทุกทีๆ แถมสินค้าที่รับมาขายอีกทอดหนึ่งจากผู้ค้าส่ง ส่วนใหญ่ก็เป็นของที่นำเข้ามาจากจีน จึงไม่แปลกที่ภายในร้านจะประดามีด้วยของแปลกตาเรียกว่าเป็นร้านสุดคลาสสิคแห่งเดียวบนถนนแปลงนามที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร วัฒนาสัจจามีประวัติความเป็นมา และก้าวข้ามผ่านกาลเวลาจนถึงปัจจุบันได้อย่างไร ชวนมาฟังคำบอกเล่าจาก อากงปรีชา ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้เป็นเจ้าของกิจการกัน

    กำเนิดขึ้นตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2


    ที่นี่เริ่มกิจการมาตั้งแต่สมัยอากงของผมโน่นอั๊วยังเด็กๆ อยู่เลย ตอนนี้ 80 แล้วอากงปรีชาเล่าถึงอดีต พลางจัดข้าวของเข้าที่ไว้สำหรับโชว์ขาย พร้อมเท้าความให้ฟังว่าร้านวัฒนาสัจจาถือกำเนิดขึ้นช่วงราวๆ สงครามโลกครั้งที่ 2 เดิมทีใช้ชื่อว่าแต้ย่งน่ำฮวดพาณิชย์ซึ่งในอดีตล้วนแต่เป็นการรับของจากเมืองจีนมาขายทั้งสิ้น กว่าจะขนส่งผ่านทางเรือก็ใช้เวลาไม่น้อย แถมตอนนั้นต้องไปแบกของมาจากเอเย่นต์ หรือไม่ก็จ้างสามล้อเข็นของมาส่งที่ร้าน ทำไปได้สักพักใหญ่ๆ อากงของเขาก็ตัดสินใจกลับเมืองจีน และปล่อยให้ลูกอายุ 20 กว่าๆ (พ่อของอากงปรีชา) กรำงานเองตามลำพัง

    เมื่อตอนที่พ่อของผมจากไปในวัย 40 ปี ผมก็เข้ามาสานต่อกิจการวัฒนาสัจจาทันที โดยมีน้องอีก 2 คน คือนิคม (อายุ 70 กว่าปี) และทศพล (อายุ 60 กว่าปี) มาช่วยดูแลร้านจนถึงทุกวันนี้ นอกนั้นก็แยกตัวไปทำอาชีพอื่นๆ ที่เขาชอบ เราก็ไม่ห้ามกันอากงปรีชาเล่า ขณะที่น้องๆ ของเขาช่วยกันขายของอยู่หน้าร้าน

    ยึดหลักพอมี พอกิน ใช้ชีวิตแบบพอดี

    กิจการที่ทำมา ผมก็ไม่เคยคิดจะขยายให้ใหญ่โตอะไรมากมาย แค่ยึดตามแนวทางเดิมที่พ่อเคยทำไว้ และเขาก็สามารถเลี้ยงผมและน้องๆ อีก 10 คนให้เติบโตได้ ผมคิดว่าชีวิตมีอยู่มีกินเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว อาจจะต่างจากคนที่อยากทำกิจการเพื่อให้ตัวเองนั้นเติบโตร่ำรวยนะ ซึ่งนั่นก็ไม่ผิด แต่ส่วนตัวผมชอบทำงานแบบมีความสุข ไม่ต้องตั้งเป้าสูงหรือกดดันตัวเอง และที่ผ่านมาผมก็ขายเครื่องครัวนี่ล่ะส่งให้ลูกอีก 4 คนเรียนเช่นกัน มีทั้ง ปวช. ปวส. ปริญญาตรี และปริญญาโท ก็แล้วแต่ว่าใครมุมานะ อยากเป็นหรืออยากจะทำอะไร  สมัยที่พ่อยังอยู่ ผมก็ต้องเรียนรู้เอง ไม่รู้ก็ถามเพราะพ่อผมไม่มานั่งสอน ทุกอย่างคือให้คิดเอา อยากรู้อะไรก็ขวนขวายด้วยตัวเอง นี่อาจจะเป็นวิธีการสอนของเขาก็ได้ การขายของไม่มีตำราตายตัวหรอก ซึ่งก็เหมือนอาชีพอื่นๆ นั่นล่ะ ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเรา ลูกค้าแต่ละคนเป็นอย่างไร ต้องเจอและแก้ปัญหาเอง นี่ล่ะถึงเป็นตำราชีวิตที่แท้จริง

    ความเป็นตัวตนของวัฒนาสัจจาในย่านแปลงนาม

    ปัจุจบันวัฒนาสัจจา ถือเป็นร้านเก่าแก่ ซึ่งยังมีจุดยืนคงเดิมคือรับเครื่องครัวต่างๆ จากเอเย่นต์มาขายปลีก ส่วนวิธีการคัดเลือกของ มาจากสัญชาตญาณที่ผ่านการคะเนจากทางสายตาของอากงปรีชาเองว่าชิ้นไหนโดน ชิ้นไหนเด็ด ไม่มีเทรนด์มาเป็นตัวชี้วัด แค่สภาพดีและดูเก่าขลังสวยงามเป็นอันใช้ได้ ทว่าจุดเด่นของที่นี่คือคุณจะได้เห็นลวดลายแปลกๆ ของถ้วย ชาม แจกัน และกาน้ำชาที่มาจากเมืองจีน รวมถึงของเก่าอย่างหม้อดินขาว ขวดโหลแก้ว (คล้ายพลาสติก) ฯลฯ หายากซุกตัวอยู่บนชั้นใดชั้นหนึ่งในร้านนั่นเอง แถมวัฒนาสัจจา ไม่เพียงมีลูกค้าขาประจำเป็นร้านอาหารหรือโรงแรมในละแวกใกล้เคียงเท่านั้น แต่บ่อยครั้งยังมีออร์เดอร์จากต่างจังหวัดเข้ามาอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน

    แถวนี้บอกเลยมีร้านอั๊วร้านเดียวที่ยังอยู่ เพราะไม่มีใครทำแล้ว ทำไปก็ไม่รวย (หัวเราะ) ที่ทำเพราะผมรักในอาชีพนี้ ถึงเงินไม่เยอะๆ แต่ก็มีความสุข ที่ผ่านมาลูกๆ ก็บอกให้เลิก เดี๋ยวเขาจะดูแลผมเอง เราก็ไม่เอาเพราะไม่ชอบอยู่เฉยๆ หรอก ต้องทำงานถึงจะไม่เครียด (หัวเราะ) และที่นี่ผมไม่มีบริการส่งของนะ เพราะไม่จ้างลูกน้อง ถ้าอยากได้อะไรก็ลองเข้ามาดู ชอบหรือถูกใจก็เข้ามาสั่งและมารับกันเอง แต่ถ้าชอบของทันสมัย บริการดีส่งถึงที่ก็ลองไปดูที่ร้านอื่นได้เลยไม่ว่ากัน (หัวเราะ)”

    ต้มยำกุ้งยังไม่กระทบเท่ากับโควิด-19

    ด้วยความที่วัฒนาสัจจาเป็นร้านที่เปิดมาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะจรจาก BLT จึงได้ถามถึงผลกระทบต่อวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันว่ามีผลต่อร้านอย่างไรบ้าง ซึ่งเถ้าแก่รุ่นใหญ่ได้ตอบสวนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันทีว่า

    วิกฤตต้มยำกุ้ง ร้านผมแทบไม่มีผลกระทบเลยนะ แต่โควิด-19 เนี่ย หนักกว่าเยอะเพราะช่วงที่ร้านอาหารและโรงแรมแถวนี้ถูกปิดชั่วคราว รวมถึงห้ามชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศ ทำให้ยอดขายของร้านพลอยตกลงไปด้วยเช่นกัน คือย่านเยาวราชเนี่ย ที่จริงวันเสาร์และวันอาทิตย์คนแน่นเลย แต่พอมีโควิด-19 ถนนนี่โล่งมาก แต่ผมก็ไม่ได้เครียดอะไรมากนัก เพราะธุรกิจใหญ่ๆ น่าจะแย่มากกว่า เขาก็ยังสู้เลยแล้วร้านอั๊วเล็กๆ จะอยู่ไม่ได้ได้ยังไง

    ร้านวัฒนาสัจจา ตั้งอยู่บนถนนแปลงนาม โทร. 0 2222 4802 เป็นร้านที่ไม่มี FB หรือช่องทางโซเชียลใดๆ หากอยากแวะไปชมสินค้า สามารถขึ้นรถไฟฟ้า MRT ไปลงสถานีวัดมังกร จากทางออกที่ 1 เลี้ยวขวาเดินตรงไปประมาณ 150 เมตร ก็จะถึงที่หมาย