Thursday, April 15, 2021
More

    บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อ เสี่ยงเป็นโรคไตจากปริมาณโซเดียมมากโดยไม่รู้ตัว

    องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมเป็น “วันไตโลก” ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 11 มีนาคม 2564 รณรงค์ให้คนไทยเกิดความตระหนักในการป้องกันโรคไต

    คนไทยชอบกินเค็ม พบประมาณ 8 ล้านคน ป่วยเป็นโรคไต


    นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังประมาณ 8 ล้านคน ซึ่งการป่วยเป็นโรคไต เกิดมาจากกระบวนการทำงานของไตผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถขับของเสียหรือรักษาสมดุลของเกลือและน้ำในร่างกายได้ โดยมีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่นโรคถุงน้ำในไต (polycystic kidney disease) โรคที่ทำให้เกิดการอักเสบของไต (glomerulonephritis) โรคที่เกิดจากการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่ว และที่สำคัญคือการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มจัด หวานจัดเป็นประจำ ทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน โรคความดันโลหิตสูง และเกิดโรคเบาหวานตามมา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่พบบ่อยที่สุด

    บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ อาจเสี่ยงโรคไตจากการรับโซเดียมในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว

    สำหรับวิธีดูแลและป้องกันไม่ให้เสี่ยงที่จะเกิดโรคไตนั้น ควรหลีกเลี่ยงที่อาจจะทำร้ายไต และดูแลสุขภาพดังนี้ งดรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม เลี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลีกเลี่ยงการทานอาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ อาหารกระป๋อง เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากมีสารพิษต่อไตโดยตรง ควบคุมน้ำหนักให้ได้มาตรฐาน รับการตรวจสุขภาพประจำปี

    อย. ชวนประชาชนร่วมกิจกรรม โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้เหมาะสม

    ด้านภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กำหนดให้วันพฤหัสบดีที่สองของเดือนมีนาคมทุกปีเป็นวันวันไตโลก (World Kidney Day) เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญขอไต และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไต และการป้องกันโรคอย่างเหมาะสม

    อย. จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้เหมาะสม เช่น ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติตต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกว่าโรค NCDs (Non-communicable diseases) เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะไตวายเรื้อรัง หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งให้สังเกตุผลิตภัณฑ์อาหารสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” บนฉลาก ซึ่งผลิตภัณฑ์นั้น ๆ จะบอกถึงปริมาณสารอาหาร เช่น น้ำตาล ไขมัน โซเดียม ที่เหมาะสมต่อสุขภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน เช่น น้ำปลาทั่วไป 1 ช้อนชา จะมีโซเดียมประมาณ 450 มิลลิกรัม แต่น้ำปลามีสัญลักษณ์นี้บนฉลาก 1 ช้อนชา จะมีโซเดียมไม่เกิน 300 มิลลิกรัม