Monday, September 21, 2020
More

    ความสวยงามที่จีรัง

    “2 หนุ่มอวดดีกรีเมียสวย เปิดฉากดวลมีดเจ็บสาหัสทั้งคู่ เหตุรุ่นน้องแซวเมียสวยกว่า รุ่นพี่เกิดเขม่นไม่พอใจคิดว่าจะปีนเกลียว ชักมีดจ้วงก่อนอีกฝ่ายฮึดสู้ ผลบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่”

    เหลือบไปเห็นพาดหัวข่าวสำนักข่าวหัวเขียวและอีกหลายสื่อที่นำเสนอข่าวอาชญากรรมพื้นๆ ที่เราพบเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เรื่องของ 2 หนุ่มโรงงานเดียวกันเกิดมาผิดใจกันถึงขั้นเปิดศึกดวลมีดพร้าแทงกันจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ด้วยสาเหตุอวดดีกรีความสวยของเมียรัก  


    โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา พ.ต.ต.สมบัติ โชติไพรัตน์ สว.ป้องกันปราบปราม สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุคนงานทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธมีดแทงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดภายในโรงงานแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ท้ายซอยกิ่งแก้ว จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะให้ปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเบื้องต้น และเร่งนำส่ง รพ.บางพลี ต่อไป  

    สอบถามเพื่อนคนงานทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมงานในแผนกเดียวกัน ก่อนหน้าก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อน แต่จู่ๆ มาวันนี้ทั้งสองพูดจาแซวกันไปมาเรื่องความสวยของภรรยาแต่ละคนในทำนองว่าภรรยาของตนเองสวยกว่าอีกฝ่าย ก่อนที่นายวิษณุซึ่งเป็นรุ่นพี่กว่าจะเกิดความไม่พอใจคิดว่าเพื่อนรุ่นน้องแซวข้ามรุ่น จึงตรงเข้าทำร้าย แต่รุ่นน้องอีกฝ่ายคว้ามีดปอกผลไม้ออกมาข่มขู่ จึงเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากและเกิดการแย่งมีดแทงกันไปมาจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดตัวทั้งคู่ไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    อ่านแล้วก็ให้นึกย้อนไปถึงสังคมเราที่จะว่าไปมักปรากฏข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ถึงขนาดมีเรื่องเล่าขานในวงเหล้า เมื่อฝ่ายสามีกลับบ้านเอาเสียย่ำรุ่ง ฝ่ายภรรยาที่ตั้งแท่นจะเพ่น กบาลอยู่คาดคั้นว่าไปไหนมาถึงกลับเอาซะขนาดนี้ ฝ่ายสามีจึงออกกลอุบายอ้างเหตุที่กลับบ้านเช้า เพราะมัวเถียงเพื่อนในวงเหล้าที่มากล่าวหาว่าภรรยาตนสวยน้อยกว่านี่แหละ

    เรื่องของความสวย ความงามนั้น พระพรหมมงคลญาณ (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลและประธานสถาบันพลังจิตตานุภาพ ได้เทศนาฝากเป็นข้อคิดให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์หลายต่อหลายครั้ง โดยพระอาจารย์ได้ยกตัวอย่างเรื่องเล่าขานจากอดีตชาติ มีภิกษุรูปหนึ่งได้พบกับหญิงที่ชื่อว่า “นางสิริมา” เป็นหญิงที่สวยที่สุด นางได้สละอาชีพจากโสเภณี เพราะได้สำเร็จ “อริยะบุคคล” และทุกวันพระนั้น นางสิริมาจะนิมนต์พระภิกษุมาฉันที่บ้าน ครั้งนั้นมีภิกษุรูปหนึ่งได้รับนิมนต์ไปฉัน ได้เห็นรูปโฉมของนางสิริมาแล้วก็เกิดความหลงใหล กลับไปวัดไม่เป็นอันกินอันนอน

    หลังจากนั้นไม่นานนางสิริมาเกิดป่วยเป็นโรค ตายกะทันหันขึ้นมา พระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุการณ์มาโดยตลอด จึงได้เทศนาสั่งสอนผู้คนที่มาชุมนุมอยู่บ้านนางสิริมาในวันนั้นกว่า 8 หมื่นคน โดยพระพุทธเจ้าได้ถามประชาชนเหล่านั้นว่า มีใครต้องการศพนางสิริมานี้ไปบ้าง โดยตีราคานางสิริมาว่าใครจะเอาบ้าง ลดให้จากแสนหนึ่งเหลือหมื่น จากหมื่นเหลือพัน จากพันเหลือร้อย เหลือบาทเดียว และกระทั่งเหลือสตางค์เดียวก็ยังไม่มีใครเอา รวมทั้งภิกษุรูปงามนั้นด้วย เพราะศพนางสิริมาเริ่มเฟะแล้ว ทุกคนที่มาชุมนุมกันอยู่ ณ ที่นั้นจึงเข้าใจและได้ปลงสังเวช ในสังขาร เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนกระทั่งบรรลุกันทุกคน

    “พระพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความสวยความงามไว้ว่า คนเราที่จะสวยงามได้ จะต้องประกอบด้วย “อาทิกัลยานัง” คืองามในเบื้องต้น คือศีล “มัชเฌกัลยาณัง” งามในถ้ำกลางคือสมาธิ และ “ปริโยสาน กัลยาณัง” งามในที่สุดคือปัญญา หรือก็คือ ศีล สมาธิ และปัญญานั่นเอง ซึ่งไม่เป็นของยากที่เราจะทำขึ้นมากับตัวของเรา

    ถ้าผู้ใดได้ทำก็ถือว่าได้กำไรมาก เพราะว่าถ้าเราเอาชีวิตนี้ไปทำสำมะเลเทเมา ทำในทางที่ผิดศีล ถึงแม้ว่ารูปร่างจะสวยงามแค่ไหน แม้ว่าจะเป็นนางงาม แต่ถ้าไปทำผิดศีล ถ้าไม่มีสมาธิ ไม่ตั้งมั่นในสมาธิก็ไม่งามแล้ว  

    แต่หากเราได้ละซึ่งสิ่งเหล่านี้  เราเริ่มปฏิบัติสะสมสมาธิอันนี้ก็เรียกว่ามี อาทิกัลยาณัง คืองามในเบื้องต้น เมื่อเอาศีล สมาธิมาเป็นเครื่องประดับแล้วเรียกว่ามีธรรมะมาเป็นเครื่องปฏิบัติสวมใส่แล้วก็เป็นสิ่งที่เรียกว่างามหรือความงามจากภายในนั่นเองถึงจะเป็นความงามที่จีรัง”

    ลองกลับมาพิจารณาตัวตนของเรากันดู จะบุรุษหรือสตรีที่ว่ามีรูปโฉมงดงามนั้น เรางามแบบไหนกัน?