Saturday, June 6, 2020
More

    House of La Dolce Vita in Scooter 2019 พลิกโฉมโรงงานประกอบรถเก่าเป็นป๊อปอัพมิวเซียมสกู๊ตเตอร์สุดน่ารัก

    ชวนคนรักศิลปะและรถสกู๊ตเตอร์ออกมาสัมผัสกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่กับการนำศิลปะและ Iconic Scooter แห่งยุคอย่าง Vaspa เข้าไว้ด้วยกันใน “House of La Dolce Vita in Scooter 2019” Pop Up Museum ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่น่าสนใจที่ไม่มีใครรู้ของ​เวสป้า ตลอดระยะเวลากว่า 73 ปีที่ผ่านมา ในรูปแบบใหม่ นำเสนอผ่านมิวเซียม อาร์ตสเปซ และคาเฟ่ โดยได้พลิกโฉมโกดังเก่าที่เคยเป็นโรงงานประกอบรถยนต์ใจกลางสุขุมวิท 26 ให้เต็มไปด้วยสีสันสดใส จากงานดีไซน์ ศิลปะ เพื่อเติมเต็มแรงบันดาลใจและมอบความสนุก


    คุณพรนฏา เตชะไพบูลย์ หนึ่งในภัณฑารักษ์เล่าถึงคอนเซ็ปต์ว่า “House of La Dolce Vita in Scooter เป็นภาษาอิตาลีที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Sweet Life of Scooter เราเชื่อว่าเวสป้าเป็นสกู๊ตเตอร์ที่อยู่มายาว นานที่สุดแบรนด์หนึ่งและมีเรื่องราว โดยคอนเซ็ปต์เล่าถึงวิถีชีวิตของเวสป้า ในรูปแบบ Interactive Exhibition ใช้ Art Installation เป็นการสื่อสาร เข้าไปแล้วยังมี QR Code ให้สแกนเพื่อดูข้อมูลในแต่ละเรื่องว่าเล่าอะไรบ้าง แม้มิวเซียมเป็นเรื่องของ Knowledge แต่ในแต่ละห้องก็จะมีมุมมองที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการถ่ายภาพให้ทุกคนได้มาสร้างความสนุกสนานกันได้”

    ภายในมิวเซียมเริ่มจากโซน The Origin ที่จะพบกับห้องที่เต็มโมเดลรถเวสป้า LX สีดำและเหลืองจนคล้ายกับฝูงต่อ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นที่มาจากคำพูดของ Enrico Piaggio ที่ว่า “It Looks Like a Wasp” เมื่อได้เห็นรถเวสป้าครั้งแรก เพราะทั้งรูปทรงและเสียงของเครื่อง ยนต์ชวนให้นึกถึงตัวต่อ (Wasp) ซึ่งในภาษาอิตาลีก็คือ Vespa จึงถูกประทับตรามาตั้งแต่ปี 1946 รวมถึงยังจะได้รับรู้เรื่องราวการกำเนิดสกู๊ตเตอร์สัญชาติอิตาลี ซึ่งเกิดจากโรงงานที่เคยผลิตเครื่องบินสู่การผลิตรถสกู๊ตเตอร์ โดยวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตคือเศษจากเครื่องบิน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Two-wheeled Small Car จนในยุค 70s ก็กลายเป็นวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ยุคนั้น ถึงความอิสระและการไม่ยึดติดอะไรเดิมๆ

    ถัดมาเป็นโซน Dreamland ซึ่งจำลองเมืองทัสคานีที่เป็นบ้านเกิดของเวสป้า โดยฉากหลังมีการออกแบบโดยเล่าผ่านผ่านวัฒนธรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี อาหาร สถานที่ และประวัติศาสตร์ รวมไปถึงแนวคิดของผู้คนที่รักในความอิสระที่ได้แสดงออกให้เห็นผ่านไลฟ์สไตล์ จากนั้นเข้าสู่โซน Factory ซึ่งเล่าถึงการผลิตรถสกู๊ตเตอร์ของเวสป้า ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดการมองหาความแตกต่าง แถมยังหยิบปัญหาการขี่จักรยานที่กระโปรงของผู้หญิงมักจะเลอะน้ำมันจากโซ่มาปรับแก้ จนเป็นที่มาของการออกแบบเฟรมรถให้คลุมเครื่องยนต์เพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบาย

    และโซน Hall of Freedom ยังสนุกกับ Poster Wall งานโฆษณาของรถสกู๊ตเตอร์ในแต่ละยุค ที่แสดงออกถึงแนวคิดของคนในยุคนั้นๆ ผ่านทางไลฟ์สไตล์ รวมถึง Gardern of Eden เพื่อเฉลิมฉลองแนวความคิดการใช้ชีวิตที่อิสระ รวมทั้งแคมเปญโฆษณา Chi Vespa mangia le mele ซึ่งสื่อถึงการกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง อันนับว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกผลงาน

    คุณญารินดา บุนนาค หนึ่งในภัณฑารักษ์อีกคนยังเล่าถึงการออกแแบบพื้นที่มิวเซียมว่า ปกติสถาปัตยกรรมจะเป็น แบ็กกราวด์ที่มีฉากขาวๆ แล้วเอารูปมาติด แต่ครั้งนี้ได้นำสถาปัตยกรรมมาช่วยเล่าเรื่องและลำดับขั้นตอน อีกทั้งเราเน้นว่าที่นี่จะต้องถ่ายรูปสวย เพราะฉะนั้นจึงออกแบบจากพื้นฐานของมุมกล้องด้วย ในขณะเดียวกันยังให้คนที่มาสนุกด้วย เลยมีสเปซหลายรูปแบบ ทุกคนสามารถเอ็นจอยได้ มีเครื่องเล่นด้วย เหมือนออกแบบบ้านผีสิง จึงเดินชมได้เรื่อยๆ และมีความน่าตื่นเต้น

    นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวผ่านรูปแบบ Digital Exhibition ที่จะรวบรวมภาพ ถ่ายสวยๆ ทาง IG: Houseof LDVS อีกด้วย