Monday, June 1, 2020
More

    SPECTROSYNTHESIS II–Exposure of Tolerance: LGBTQ in Southeast Asia นิทรรศการศิลปะ LGBTQ ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    ตัวตนและความเท่าเทียมกันของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ – Lesbian Gay Bisexual Transsexual and Queer) ในสังคมไทยถือว่าได้รับการยอมรับ เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ทำให้เหล่าศิลปินมารวมตัวกันเพื่อนำผลงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นจากแรงผลักดันที่ต้องการจะส่งเสียงให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยน และสะท้อนประเด็นเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และใกล้เคียง ผ่านศิลปะร่วมสมัยในนิทรรศการ สนทนาสัปตสนธิ 2 – ไตร่ถาม: ความหลากหลายในอุษาคเนย์ (SPECTROSYNTHESIS II – Exposure of Tole-rance: LGBTQ in Southeast Asia) ซึ่งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ร่วมกับมูลนิธิซันไพรด์ จัดขึ้น


    ในนิทรรศการจะได้พบกับ 130 ผลงานของศิลปินจาก 15 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงศิลปินเชื้อสายจีนและอินเดีย 58 ศิลปิน ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่รวมศิลปะร่วมสมัยเกี่ยวกับ LGBTQ ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    คุณฉัตรวิฉัย พรหมทัตตเวที หัวหน้าทีมภัณฑารักษ์ กล่าวว่า “ผลงานศิลปะที่จัดแสดงในนิทรรศการจะเน้นเรื่องการยอมรับความหลากหลายทางเพศ แต่บทสนทนาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ในกลุ่ม LGBTQ สิ่งที่ทำให้นิทรรศการนี้ทรงพลังและสำคัญมาก คือศิลปินส่วนใหญ่มีประสบการณ์ส่วนตัวหรือไม่ก็รู้สึกร่วมไปกับประเด็นนี้ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น นิทรรศการยังแสดงถึงอิสรภาพที่ศิลปะมอบให้ อิสรภาพที่จะแสดงออกถึงการต่อสู้ของแต่ละคนเพื่อการยอมรับทางเพศ เพื่อให้คนยอมรับว่าเป็นปกติ การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และการต่อสู้เพื่อให้คนที่ตำแหน่งและสถานะเท่าเทียมกันเคารพกัน”

    สำหรับไฮไลต์ของผลงานที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ เป็นต้นว่า Welcome to My World ของอริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินไทยที่ได้สร้างวิดีโอแบบติดตั้งจัดวาง 5 จอภาย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์วัยเด็ก ที่รู้สึกตื่นตาตื่นใจเมื่อได้พบกับบุคคลแปลงเพศ ผลงานชิ้นนี้จะสะท้อนประเด็นความหลากหลายและการยอมรับทางสังคมอย่างชัดเจน

    Conundrum Ka Sorga (To Heaven) ของแอนน์ แซมัท ศิลปินชาวมาเลเซีย ผู้บุกเบิกศิลปะการทอ ซึ่งนำเสนอผลงานชิ้นพิเศษล่าสุดในชุดผลงานศิลปะอันโด่งดัง โดยเป็นประติมากรรมจากสิ่งทอสีรุ้งยาว 3 เมตร จะเผยให้เห็นเรื่องรูปร่างในอุดมคติและต้องการจะเห็นชุมชน LGBTQ กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งเหมือนนกฟีนิกซ์

    ขณะเดียวกัน บัลเบียร์ ครีชัน ศิลปินชาวอินเดียผู้เคยโดนวิพากษ์วิจารณ์เพราะสร้างผลงานศิลปะเกี่ยวกับเกย์ ก็ได้นำภาพวาด 2 ชิ้นมาจัดแสดงเพื่อแสดงถึงความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการยกเลิกกฎหมายที่กำหนดบทลงโทษสำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันในอินเดีย

    ยังจัดแสดงภาพถ่าย 6 ภาพโดยเยิ่น หาง ศิลปินชาวจีนผู้ล่วงลับ ที่จะได้เห็นนายแบบและนางแบบเปลือยอยู่ในท่วงท่าที่เปิดเผยและดูราวกับเป็นรูปปั้น ให้ความรู้สึกโดด-เดี่ยวและเก็บกด

    และผลงาน We The People (detail) ของตัน หว่อ ศิลปินชาวเวียดนามที่จำลองเทพีเสรีภาพขนาดเท่าของจริง แต่แยกชิ้นส่วนเป็น กว่า 300 ชิ้น กระจายไปตั้งหลายจุด เพื่อย้ำเรื่องสิทธิมนุษยชนและอิสรภาพส่วนบุคคล

    ขณะเดียวกันยังมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ LGBTQ และส่งเสริมให้เกิดการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ผ่านศิลปะ ซึ่งในวันที่ 18 มกราคม 2563 จะมีการแข่งขันเต้น Waack & Vogue ที่สนุกสนานและตื่นตาตื่นใจในงานเต้น Spectro Dance Battle อีกด้วย

    สำหรับนิทรรศการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการเดินทางหมุนเวียน โดยมูลนิธิซันไพรด์ ซึ่งที่กรุงเทพฯ เป็นจุดที่ 2 ต่อจาก SPECTROSYNTHESIS – Asian LGBTQ Issues and Art Now ที่จัดขึ้นในเมื่อปี 2560 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (Museum of Contemporary Art) กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน

    แพทริค ซัน ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิซันไพรด์ กล่าวว่า “ผมหวังว่านิทรรศการนี้จะส่งเสริมให้เกิดการอภิปรายกันในวงกว้าง และสนับสนุนให้เกิดสังคมที่เท่าเทียมมากขึ้นสำหรับชุมชน LGBTQ และมิตรสหาย”

    สนทนาสัปตสนธิ 2 – ไตร่ถาม: ความหลากหลายในอุษาคเนย์ (SPECTROSYNTHESIS II Exposure of Tolerance: LGBTQ in Southeast Asia)
    จัดแสดงที่ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7- 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
    ตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน 2562 – 1 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 – 21.00 (ยกเว้นวันจันทร์)
    สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bacc.or.th/ หรือ Facebook: @baccpage