Friday, October 23, 2020
More

    ทานอาหารอีสานรสชาติดั้งเดิมฉบับโมเดิร์นในบรรยากาศโรงสีข้าว ที่ 100 Mahaseth เอกมัย

    แน่นอนว่าอาหารอีสานรสชาติดั้งเดิมของร้าน 100 Mahaseth สี่พระยา นั้นทำให้ผู้คนติดอกติดใจ จนกลายเป็นหนึ่งในท็อปลิสต์ร้านอาหารในใจของใครหลายคน วันนี้ เชฟชาลี กาเดอร์ เชฟและหุ้นส่วนของร้านได้ขยายสาขามาสู่ย่านเอกมัย เพื่อเปิดโอกาสให้นักชิมได้ลองลิ้มชิมรสชาติอาหารอีสานแท้ๆ แบบดั้งเดิมมากขึ้น


     

    100 Mahaseth เอกมัย อาหารอีสานโมเดิร์น

    จาก 100 Mahaseth สี่พระยาที่มีบรรยากาศแบบโรงสีข้าว สู่ 100 Mahaseth เอกมัย ที่ยังคงมีความเป็นไทย และมีกลิ่นอายเป็นกระท่อมเล็กๆ แต่เพิ่มความขี้เล่นขึ้นเพื่อให้ลูกค้าที่มาเยือนได้รู้สึกเหมือนว่าทานข้าวอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น ทั้งยังมีการเพิ่มบาร์ให้มีความโดดเด่นต่างจากสาขาแรกที่โดดเด่นด้วยครัวแบบเปิด

    ในส่วนของอาหารก็ยังคงเน้นเป็นอาหารอีสาน และอาหารเหนือรสชาติดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของไทยที่เชฟต้องการจะเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารพื้นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็หาทานได้ที่ในภาคอีสาน แต่ได้มีการนำมาปรับหน้าตาให้ดูโมเดิร์น ทันสมัย และน่ารับประทานมากขึ้น ด้วยเทคนิค และการตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร

    ซึ่งนอกจากที่นี่จะเด่นเรื่องอาหารอีสานรสชาติดั้งเดิมในรูปแบบโมเดิร์นแล้ว การนำวัตถุดิบมาใช้อย่างคุ้มค่าตามคอนเซ็ปต์ Root to fruit & Nose to tail ทำให้ 100 Mahaseth มีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างไม่ได้เป็นที่นิยม ทำให้ไม่ได้หาทานกันแบบง่ายๆ แถมส่วนใหญ่ยังเป็นออร์แกนิก ปลอดสารพิษ และรู้ที่มาของวัตถุดิบทุกชนิดในทุกจาน

    เมื่อพูดถึงอาหารขอเริ่มด้วยเมนูซิกเนเจอร์ จานขายดีที่สุดของร้าน อย่าง Bone Marrow หรือไขกระดูกงาขี้ม่อน เป็นไขกระดูกวัวย่างในเตาถ่าน ท็อปด้วยงาขี้ม่อนคลุกเคล้ากับน้ำจิ้มซีฟู้ดและตะไคร้ซอย เพื่อตัดความมันเลี่ยนของไขกระดูก และเพิ่ม Texture นับว่าเป็นเมนูที่สื่อถึงคอนเซ็ปต์ Nose to tail ได้อย่างชัดเจน อีกอย่างไขกระดูกนับว่าเป็นส่วนน้อยที่จะถูกนำมาปรุงเป็นอาหาร

    ต่อด้วย Bavette Ya-Nang เนื้อชายท้องจากจังหวัดสุรินทร์ ย่างแบบมีเดียม แรร์ เสิร์ฟพร้อมกับซอสน้ำใบย่านาง ให้ความรู้สึกคล้ายกับเวลาทานอ่อมแต่มีความเข้มข้น แนะนำให้ทานคู่กับดอกหอมย่างที่มาพร้อมกัน ซึ่งเข้ากันได้ดี และ Bamboo Shoot in Ya-Nang Broth แกงหน่อไม้ที่ค่อนข้างหาแบบฉบับดั้งเดิมยากในกรุงเทพฯ ซึ่งเชฟได้ใส่เพียงหน่อไม้ ผักหอมแย้ตามแบบต้นตำรับ เพื่อให้ได้รสชาติแบบอีสานดั้งเดิมแท้ๆ

    อีกจานเป็น Yum Chee หนึ่งในเมนูขายดีที่รวมผักชี 3 ชนิดเอาไว้ ได้แก่ ผักชีไทย ผักชีใบเลื่อย และผักชีลาวคลุกเคล้ากับน้ำยำรสชาติคล้ายส้มตำ เสิร์ฟกับหัวใจหมูดองน้ำปลาย่าง อร่อยจนต้องยกนิ้วให้ และอีกหนึ่งเมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้ อย่าง ข้าวจี่ ซึ่งใช้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 จากขอนแก่นที่สีมาเพื่อเฉพาะร้านนี้เท่านั้น ทาด้วยไข่ผสมน้ำปลาร้าเพื่อเพิ่มกลิ่น และรสชาติ ที่แม้จะดูเป็นเมนูธรรมดาๆ แต่ถูกใจมากจริงๆ

    นอกจากนี้ยังมีของหวานที่น่าสนใจ และคงคอนเซ็ปต์ Root to fruit ตามแนวคิดของ 100 Mahaseth ได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็น Banana หรือภาษาไทยในชื่อ ขนมกล้วยๆ ที่ประกอบด้วย หยวกกล้วย และลูกกล้วยปิ้ง ทานกับไอศกรีมข้าวคั่ว และน้ำกล้วยบวชชีที่เสิร์ฟมาคู่กัน รวมถึง Green Mango Sorbet ไอศกรีมมะม่วงน้ำปลาหวานกับมาร์ชเมลโลว์พริกกะเกลือ เป็นเมนูที่แปลกแต่ดีงาม

    Chef of the week

    ที่ตั้ง : ซอยเอกมัย 21
    เปิดทุกวันเวลา 17.00 – 24.00 น.
    โทร 02-004-6932, 082-030-9926
    Facebook : @100Mahaseth