Tuesday, May 18, 2021
More

    อภิชิต ปวงขจร หัวหน้าเชฟของ Sexy Cow ร้านเนื้อย่านซอยหลังสวน ชวนทาน 8 เมนูไฮไลต์

    พูดคุยกับเชฟเอก-อภิชิต ปวงขจร หัวหน้าเชฟและผู้รังสรรค์เมนูของ Sexy Cow ร้านเนื้อพรีเมียมแห่งย่านซอยหลังสวน พร้อมทาน 8 เมนูไฮไลต์ และเมนูอื่น ๆ น่าสนใจ ภายในบรรยากาศร้านสไตล์โมเดิร์นรัสติก ที่สร้างความเคร่งขรึม ดูร้อนแรง น่าดึงดูด

    “เนื้อ” วัตถุดิบของร้าน Sexy Cow ที่ครองใจชาวมีทเลิฟเวอร์

    เชฟเอก : “แน่นอนว่าไฮไลต์ของร้าน Sexy Cow ต้องเป็น “เนื้อ” เพราะเราคัดสรรเฉพาะเนื้อเกรดพรีเมียมจากออสเตรเลียที่มีอายุ 270 วัน เพราะเป็นเนื้อที่มีเนื้อสัมผัสไม่เหนียว หรือเละเกินไป แต่มีความนุ่มกำลังพอดี สำหรับทำสเต็ก”


    “โดยเรามีเนื้อให้เลือก 4 ชนิด คือ เนื้อสตริปลอยน์ เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ ริบอาย และโทมาฮอว์ค หลังจากนั้นต้องนำมาผ่านการบ่มขั้นต่ำ 4 สัปดาห์ ก่อนที่จะนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ รวมถึงการปรุงขั้นต้นอย่างการซูวี”

    “เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อทุกชิ้น จะมีคุณภาพสม่ำเสมอ และให้รสชาติชั้นเลิศทุกเมนู และที่สำคัญ เราใช้เตากริลล์เนื้อแบบพิเศษ ซึ่งสั่งทำขึ้นโดยเฉพาะ เป็นเตาเหล็กยาว 3 เมตร และใช้ตะแกรงกริลล์”

    “โดยแบ่งแต่ละส่วนของเตา ให้อุณหภูมิของไฟแตกต่างกัน เพื่อให้เนื้อได้เล่น
    กับความแรงของไฟหลาย ๆ ระดับ ทำให้ได้ความสุกในแบบที่เราต้องการอย่างพอดี และยังให้กลิ่นรมควันที่หอมมากเป็นพิเศษ จนโดดเด่น และแตกต่างมากกว่าร้านเนื้อทั่วไป”

    แนวทางในการทำงานเป็นเชฟของเอก-อภิชิต ปวงขจร ผู้รังสรรค์เมนูต่าง ๆ ของร้าน Sexy Cow

    เชฟเอก : “เราเริ่มต้นอาชีพเชฟมาตั้งแต่อายุ 18 ปี ในฐานะเชฟอาหารญี่ปุ่น หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนมาเรียนรู้การปรุงอาหารอิตาเลียน และสั่งสมประสบการณ์จวบจนปัจจุบัน รวมแล้วอยู่ในวงการอาหารระดับอาชีพมากว่า 12 ปี”

    “โดยแนวทางในการปรุงอาหารเฉพาะตัว ของเราทุกวันนี้ เป็นเรื่องการคิดค้นเมนูใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน ที่ต้องการลิ้มลองสิ่งใหม่ ๆ แต่ยังคงอยู่บนมาตรฐานการรักษารสชาติของวัตถุดิบไว้ในระดับสูง”

    “และสิ่งสำคัญคือการควบคุมคุณภาพ ซึ่งเราต้องชิมอาหารที่ปรุงทุกครั้ง แม้ด้วยประสบการณ์ จะทำให้เราสามารถประเมินระดับความสุก กลิ่น และรสชาติได้ทั้งหมดจากสายตา แต่เพราะอาหารทุกจาน คือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในทุก ๆ ครั้ง เราจึงต้องมั่นใจได้ ว่าผลงานของเราจะมอบรสชาติที่เราต้องการให้แก่ลูกค้าได้ 100%”

    ชิมเมนูไฮไลต์ จากร้านเนื้อพรีเมียมย่านซอยหลังสวน “Sexy Cow”

    เริ่มจาก Meat Platter ซิกเนเจอร์ของร้าน ที่รวมเนื้อนำเข้าเกรดพรีเมียม 3 ชนิด ทั้งเนื้อสันนอก (Striploi), เนื้อสันใน (Tenderloin), และเนื้อส่วนติดซี่โครง (Rib eye) รวมทั้งซี่โครงแกะ (Lamb chops) จากออสเตรเลีย โดยถูกบ่ม 4 อาทิตย์ จนเกิดความนุ่ม และได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เสิร์ฟพร้อมเกลือ 5 ชนิด ซึ่งช่วยชูรสของเนื้อได้อย่างดี

    Wagyu Tomahawk เนื้อวากิวโทมาฮอว์คติดซี่โครง ที่ลูกค้าสามารถเลือกขนาดได้ตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป คัดเลือกเนื้อจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุด ขุนด้วยธัญพืช 360 วัน เพื่อให้ได้เนื้อชั้นดี มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จากนั้นนำมาบ่ม 45 วัน ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่านที่ความสุกกำลังพอดี

    Crab Tagliolin เมนูเส้นพาสต้าสดทำเอง ผัดกับซอสซัฟฟรอน (ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่แพงที่สุดในโลก) และเนื้อปูก้อนใหญ่เต็มคำ เติมชิลลี่เข้าไปเพื่อความสไปซี่ ให้มีรสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทย

    Truffle Risotto เมนูข้าวสไตล์อิตาเลียน กลมกล่อมด้วยครีมจากพาร์มิซานชีส ผัดกับเนยแท้จากฝรั่งเศส ให้กลิ่นหอม เติมความกรุบกรอบด้วยเห็ดมอเรลอิตาลี และทรัฟเฟิลสไลด์แน่น ๆ

    Sexy Cow Sea Food Platter รวมเมนูซีฟู้ดจัดเต็ม ที่มีทั้งคานาเดียนล็อบสเตอร์สด นำมากริลที่ความสุกกำลังพอดี เพื่อคงความฉ่ำของเนื้ออยู่ และมีอาทิ กุ้งลายเสือ หอยเชลล์ไซซ์ยักษ์ นำมาจัดวางรวมกัน ก่อนราดด้วยซอสสูตรเด็ดของร้าน ที่เรียกว่าซอสสิงคโปร์ ให้รสชาติสไปซี่ เข้ากันอย่างลงตัวกับซีฟู้ด

    Wagyu Short Rib เมนู Seasonal Specials อย่างเนื้อวากิวส่วนซี่โครงนำเข้าจากออสเตรเลีย ซูวีไฟอ่อน 24 ชั่วโมง กริลล์บนเตาถ่าน และเติมกลิ่นหอมจากไม้อบรมควัน ราดด้วยซอสเทริยากิ ทานคู่กับผักคอสกริลและมันฝรั่งทอด

    ตบท้ายด้วยของหวานอย่าง Panna Cotta ขนมหวานสัญชาติ อิตาเลียน รสละมุนเปรี้ยวหวานหอมมันลงตัว จากพานาคอตต้าที่ใช้โรสแมรี่มาเป็นส่วนผสม นำไปต้มกับครีม และกรีกโยเกิร์ต ให้ความสดชื่น ท็อปด้วยกรานิต้าลิ้นจี่ ราดซอสราสเบอร์รีกุหลาบ ทานคู่กันกับบลูเบอร์รี ราสเบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี ให้ความหอมสดชื่น เหมือนวิ่งอยู่ในสวนกุหลาบ


    7 Layers Black forest เลเยอร์เค้กช็อคโกแลตเข้มข้น สูตรเด็ดของทางร้าน เริ่มจากช็อคครั้นชี่ด้านล่าง ตามด้วยเค้กช็อคชิฟฟ่อน ราสเบอร์รีเยลลี ดาร์กช็อค 70% มิลค์ช็อคมูสไวท์ช็อคมูส และปิดด้วย Chocolate Glazed ช็อคโกแลตเกลซ ท็อปปิ้งด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี เพิ่มความสดชื่นให้กับเซตเมนูขนมหวานได้อย่างลงตัว เวลาทานให้ตักจากด้านบนลงมาด้านล่าง เพื่อให้ได้ชิมรสชาติของเลเยอร์เค้กได้อย่างสมบูรณ์

    Sexy Cow (ยังคงมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด)
    – ชั้นล่างของอาคาร The Millennia Tower ซอยหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.
    – เปิดทุกวัน โดยแบ่งเวลาการให้บริการเป็นมื้อกลางวัน (เวลา 11:00-14:30 น.) และมื้อค่ำ (เวลา 18:00- 21:00 น.)
    – โทร. 082-924-4014
    – FB : SexyCow BKK