Sunday, December 5, 2021
More

    Goose Cafe คาเฟ่ชิคแกมหรู อวดความฟีลกู้ดแบบ Casual Dining แห่งย่านพระโขนง

    “พระโขนง” เป็นอีกย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่เรียกว่าเปลี่ยนไปจากเดิมแบบผิดหูผิดตา ตามรายทางนอกจากจะเต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดเจ้าเด็ดเจ้าดังแล้ว ณ เวลานี้ยังละลานตาไปด้วยคอนโดฯ แกลเลอรี่ และร้านเฟอร์นิเจอร์หรู ฯลฯ ผุดขึ้นมาสร้างสีสันให้กับทำเลไม่น้อย


    โดย “Goose Cafe” นับเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ฟีลดีที่ทีมงานเราได้มีโอกาสไปเยือน ซึ่งตั้งอยู่หัวมุมซอยปรีดีพนมยงค์ 1 ห่างจาก BTS พระโขนง (ทางออก 2) ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น

    จึงเหมาะมากที่หนุ่ม-สาวออฟฟิศจะนัดเพื่อนฝูงมาพบปะสังสรรค์ หรือมาหย่อนก้นนั่งชิล… รอทำธุระแถวนี้

    สำหรับโครงสร้างร้านเน้นสีเอิร์ธโทนที่ผสานเข้ากับแสงธรรมชาติอันอบอุ่น ตัดกับการตกแต่งที่หรูหราทันสมัย เจือความเปรี้ยวเท่เล็กๆ

    ด้วยการใช้ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่เล่นกับรูปทรงเรขาคณิตมาสร้างสรรค์ได้อย่างแปลกตา งามพอดี พอเหมาะแก่การถ่ายรูปสวยๆ ไว้เก็บเป็นที่ระลึกทีเดียว

    แต่สิ่งที่ชูโรงให้คาเฟ่แห่งนี้ ดูแตกต่าง ต้องยกให้กับการนำเสนออาหารสไตล์ “Asian Twist” ที่ไม่เพียงเน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบเท่านั้น แต่หน้าตายังดีไซน์ได้ครีเอท เรียกว่าเป็นร้านสไตล์ Casual Dining ที่ดูดีมีระดับแต่ราคาเป็นมิตร (ต่อหัวประมาณหลักร้อย) ที่สำคัญทุกเมนูชูรสความเป็นเอเชียที่เน้นความกลมกล่อมแต่ไม่เลี่ยน และบางเมนู เชฟยังโผล่มาเซอร์ไพรส์ เสิร์ฟให้แก่ลูกค้าถึงโต๊ะ !

    สำหรับเมนูเด็ด มาแล้วควรลอง อาทิ “Cold Capellini Tuna Yuzu” จานนี้มีความเป็นเจแปนนิสที่มอบรสชาติเปรี้ยว หอม และสดชื่น… ในคราวเดียวกัน (แถมซอสยูซุยังนำเข้ามาจากเกาะคิวชูด้วย)

    “Slow Cooked Short Rips Green Curry and Roti” (แกงเขียวหวานโรตีเนื้อตุ๋น) เมนูคิดค้นขึ้นใหม่ ที่นำโรตีไปย่างแทนการทอด (เพื่อไม่ให้อมน้ำมัน) ทานคู่กับแกงเขียวหวานมอบเท็กซ์เจอร์ที่แปลก ชูความเผ็ดนิด หวานหน่อยแต่กลมกล่อมกำลังดี

    “Italian Sausage Mashed Potatoes” ทีเด็ดอยู่ตรงที่ไส้กรอก ซึ่งทำขึ้นเอง เผยเนื้อที่แน่นๆ กัดแล้วชวนนึกถึงไส้อั่ว ของไทย แต่จุดไคลแมกซ์คือเนื้อหมูด้านในที่มอบความนุ่ม… ทานคู่กับแมสด์โปเตโต้ แล้วหอมละมุนลิ้นทีเดียว

    สุดท้าย “Cauliflower Espuma” จานนี้นอกจัดจานได้แปลกตา รสชาติยังให้ความเผ็ด หอม หวาน และกลมกล่อมไม่หยอก แถมเชฟยังโผล่มาเสิร์ฟพร้อมฉีดเอสพูมาให้ถึงโต๊ะ (อย่างที่บอกไปข้างต้น) เรียกว่าอารมณ์เปรียบเสมือนนั่งอยู่ในร้านแบบ Fine Dining เลยล่ะ

    ทั้งหมดนี้คือการนำเสนอในแนวทางแบบ Goose Cafe ที่เจ้าของร้านเปรยให้ทางทีมงานฟังว่า… ทุกอย่าง ล้วนแต่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากคำสั้นๆ ว่า “ชีวิตที่ดี” นั่นเอง (ด้านบนของร้านยังทำเป็นบูทีคโฮเทล ชื่อว่า Goose Living ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้อีกด้วย)

    Goose Cafe

    – เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 21:00 น.

    – ซอยปรีดีพนมยงค์ 1 – BTS พระโขนง (ทางออก 2)

    – โทร. 094-872-4343

    – FB : Goose Cafe