Thursday, October 1, 2020
More

    INDIGO ท่วงทำนองความเศร้าในเฉดสีคราม และการเรียนรู้จากศิลปิน 100 ล้านวิว

    ไม่มากก็น้อยที่บทเพลงของ Indigo วงดนตรี Electronic Rock ที่มีสมาชิกคือ บลู-บัญชา คำลือชา, ขวัญ-ขวัญชนก พันธุระ และโดนัท-กานต์ชนก ม่อมพะเนาว์ จะลอยผ่านให้ได้ยินในที่ใดสักแห่ง อย่าง “ถ้าฉันเป็นเขา” เพลงที่มียอดวิวในยูทูบทะลุหลัก 100 ล้านวิว หรือ “พัง” ซิงเกิลล่าสุดที่ติดท็อป 100 ของ Joox ในปี 2019 หากแต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ในยุคเพลงดิจิทัล วงหน้าใหม่มักจะเป็นที่รับรู้น้อยกว่าบทเพลงของพวกเขา Indigo ก็เข้าข่ายทำนองที่ว่านั้น ซึ่งเขาจะมีวิธีการทำงานอย่างไรเพื่อให้วงเป็นที่รับรู้กว้างขึ้น หรือมีบทเรียนอะไรจากยอดวิวที่ถล่มทลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่งนัก จึงชวนให้เราได้มาพูดคุยถึงเบื้องหลังความคิดและตัวตนของพวกเขากัน

    Track1 ผสมจนเป็นสีคราม

    บลู “จุดเริ่มต้นของ Indigo มาจากผมไปประกวด The Voice Thailand ซีซั่น 5 แล้วจึงได้มาร่วมงานกับค่าย Muzik Move Records เลยชวนพี่ขวัญและโดนัท ที่เป็นเพื่อนเล่นดนตรีด้วยกันเข้ามาช่วย ซึ่งทีแรกผมจะได้เป็นศิลปินเดี่ยว แต่พี่โอ๊บ เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆการ ที่เป็นโปรดิวเซอร์ เห็นว่าเราทำงานด้วยกันแล้วเคมีตรงกัน เลยมองว่าทำงานเป็นวงจะดูแข็งแรงกว่าอยู่คนเดียว”


    ขวัญ “Indigo คือสีคราม แทนสัญลักษณ์ของพวกเราสามคน บลูเป็นสีน้ำเงิน แล้วมีขวัญกับโดนัทมาผสม อีกอย่างยังแทนถึงสีสันดนตรีกับเนื้อเพลงของวงที่มีความหม่นและดำดิ่ง”

    Track2 ท่วงทำนองแบบ Indigo

    ขวัญ “แรกเริ่มเราทำสองเพลงพร้อมกันคือ Indigo และ แค่เราไม่ได้รัก กัน เพลงหนึ่งนำเสนอความเป็น Indigo ผ่านทางดนตรี และอีกเพลงหนึ่งนำเสนอผ่านทางเนื้อเพลง”

    บลู “เป็นไดเร็กชั่นของวงว่ามีตัวตนแบบนี้ ซาวด์ดนตรีเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เราไม่ได้เล่นกันแค่สามชิ้น แต่เหมือนมีหุ่นยนต์อยู่ข้างหลัง”

    โดนัท “เป็นสิ่งที่เราดีไซน์ขึ้น เราอยากได้ยินเสียงอื่นนอกเหนือจากกีตาร์ เสียงร้อง เพราะชื่นชอบซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ มองว่าเป็นสมัยนิยมมั้ย เป็นเพราะความชอบของพวกเราและทำมาตรงกับไทม์ไลน์ที่คนฮิตกันพอดีมากกว่าครับ”

    Track3 อินในบทเพลงเศร้า

    บลู “ผมรู้สึกว่าเพลงเศร้าตอบโจทย์คนได้ไว แล้วเวลาร้องออกไปมันสื่อสารได้ง่าย ผมร้องเพลงที่สมหวังไม่ค่อยโอเค หรือเพลงที่เร็วเกินไปก็ไม่ค่อยอิน ผมรู้สึกว่าเพลงของ Indigo ความเร็ว ความหน่วง หรือสีของเพลงต้องเป็นฟีลนี้ อยากจะคีปความเศร้า ความหม่น ทุกคนในวงก็เล่นเพลงเศร้าออกมาได้ดีกว่า แต่ถ้าเวลาเล่นคอนเสิร์ต เราเล่นเพลงสนุกนะครับ”

    Track4 Base On True Story

    บลู “ทุกเพลงมาจากประสบการณ์ของพวกเรา ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ทุกคนน่าจะเคยเจอ เราก็หยิบตรงนั้นมาขยายต่อ ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นประสบการณ์ที่เราไม่เคยเจอก็จะร้องจะเล่นออกมาโดยที่ไม่อิน ถ้าเล่นไปแล้วเหมือนเป็นการโกหกตัวเอง ก็จะเป็นการโกหกคนฟังด้วย”

    ขวัญ “พี่โอ๊บจะให้เราสามคนเล่าว่าใครมีประสบการณ์ความรักแบบไหน อกหักอย่างไรบ้าง แล้วมาผสมกับ คอมเมนต์ที่ทุกคนเข้ามาแสดงทางยูทูบในแต่ละเพลงของเรา ว่ารู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องราวแบบไหนบ้าง ซึ่งการทำงานของ Indigo ทุกซิงเกิลจะเริ่มมาจากตัวบลู โดยพี่โอ๊บให้โอกาสในการขึ้นโครง เมโลดี้ คิดความรู้สึกของเพลงขึ้นมาก่อน เพราะบลูเป็นคนร้องก็ต้องถ่ายทอดออกไปให้ดีที่สุด พอได้โครงเพลงมาหนึ่งเพลงก็จะรบกวนทีมทำเพลง ซึ่งมีพี่ยักษ์ Clash, พี่เอก Season Five, น้องเอิ๊ต ภัทรวี และเอิง Aliz เข้ามาทำเนื้อเพลง โดยเราก็จะช่วยในทุกกระบวนการ”

    Track5 โชว์ในม่านน้ำตา

    บลู “มีคนฟังร้องไห้ในทุกคอนเสิร์ตของเรา ผมเองก็ถามกับสมาชิกวงว่าเราทรมานเขาเกินไปหรือเปล่า ซึ่งเราตั้งใจอยากให้คนฟังในสิ่งที่เป็นตัวเรา ไม่ได้พยายามยัดเพลงอกหักหรือเศร้าให้คนฟังนะ แค่อยากทำเพลงแบบนี้ออกไป แต่ก็มีกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้อกหัก ฟังเพราะชอบเพลงและเมโลดี้จริงๆ หรืออีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบดูเอ็มวี เราก็พยายามทำเพลงออกมาให้เยอะที่สุด”

    ขวัญ “เราเป็นแค่ตัวกลางที่สื่อสารออกไป มองในแบบที่ว่าสังคมตอนนี้ คนรุ่นใหม่เจอกับอะไร ความรักที่เจ็บปวดจากโซเชียล มีเดีย ที่มีการติดต่อกันง่ายขึ้น เลิกกันง่ายขึ้น ตามโลกที่หมุนไป เราเชื่อเสมอว่าการเล่นคอนเสิร์ตเพื่อให้ทุกคนสนุก บางทีคนที่มาก็อาจจะมาฟังแค่เพลงถ้าฉันเป็นเขาเพลงเดียวก็ได้ แต่เขาจะต้องได้รับความสนุกกลับไป”

    Track6 สิ่งที่เรียนรู้ใน 100 ล้านวิว

    โดนัท “เพลงถ้าฉันเป็นเขามีฟีดแบ็กดีเกินกว่าที่เราตั้งไว้ พอพี่โอ๊บบอกว่าต้องมีเพลงใหม่ ก็ให้บลูกลับมาเป็นการบ้าน แต่แฝงมาด้วยความกดดัน ซึ่งจริงๆ เรากดดันกันเอง เพราะรู้สึกว่าเพลงถ้าฉันเป็นเขา มาตรฐานมันไปไกลมาก สิ่งหนึ่งที่ทำให้เพลงดังได้ขนาดนี้ ไม่ได้มีแค่ตัวเเพลงและเอ็มวี แต่มีคน  คัฟเวอร์และนักดนตรีกลางคืนนำไปเล่นตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งมีวงดนตรีเล่นเยอะมากเท่าไรก็เป็นการโปรโมตอีกทางหนึ่งที่ดีมาก ต้องขอขอบคุณพี่ๆ นักดนตรีทุกคน ซึ่งตอนที่เราทำเพลงก็ใช้ความตั้งใจและคิดเพียงแต่ว่าอยากจะทำเพลงดีๆ ออกไปสักเพลง พอผลงานออกไปแล้วมีคนตอบรับกลับมาก็เป็นกำลังใจให้เราทำผลงานต่อไปเรื่อยๆ”

    ขวัญ “จากการเครียดมากๆ พี่ๆ เขาบอกกับบลูว่า อย่าไปกดดันมันสิ คนเขาไม่ได้รอฟังเพลง 100 ล้านวิวนี่ เขาแค่รอฟังเพลงดีๆ เราคิดเยอะไป เหมือนสติมันไม่มา ตอนที่เราออกทัวร์กัน รู้สึกว่าอยู่แต่กับเพลงถ้าฉันเป็นเขาตลอดเวลา ซึ่งเรายอมรับกันนะว่าเพลงดังมากกว่าวง เราก็ปรึกษากับพี่ๆ ที่ค่าย Muzik Move Records เอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟังว่า คนฟังไม่รู้เลยว่าเพลงถ้าฉันเป็นเขาคือเพลงของเรา ไม่มีใครจำ Indigo ได้ ก็สอดคล้องกับเพลงพัง เลยทำเป็น Lyric มิวสิกวิดีโอเป็นหน้าของบลู เพราะถ้าคนจำบลูได้หนึ่งคน คนก็จะจำวงได้ อีกอย่างคนฟังก็จะฟังเนื้อเพลงมากกว่าสตอรี่ แล้วก็จะได้มาถ่ายทอดว่าชีวิตเป็นอย่างไร เป็น Two-Way Communication ซึ่งพอวงได้รับรู้ว่าคนฟังรู้สึกอย่างไร ก็จะนำไปทำเพลงต่อๆ ไป คิดว่าปีนี้ทุกคนน่าจะรู้จัก Indigo มากขึ้น”