Tuesday, November 24, 2020
More

    4 ภาพยนตร์สร้างพลังใจให้กับทุกคนที่เชื่อในเรื่องความเท่าเทียมกันทางชาติพันธุ์

    มองประวัติศาสตร์ ความบอบช้ำจากการถูกกระทำ และการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของคนผิวสีผ่าน 4 ภาพยนตร์คุณภาพ

    Green Book (2018) – เรื่องราวมิตรภาพต่างผิวสี


    ภาพยนตร์ออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปี 2019 ซึ่งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบมุมกลับของชายสองคนอย่าง โทนี่ ลิป (Tony Lip) ชาวแรงงานอิตาเลียนอเมริกันที่กลายมาเป็นคนขับรถพาดร.ดอน เชอร์ลีย์ (Don Shirley) นักเปียโนผิวสีระดับสตาร์ชาวแอฟริกันอเมริกันออกทัวร์ไปยังพื้นที่ที่มีการเหยียดผิวอย่างรุนแรงอย่างตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา โดยมีสมุดปกเขียว (Green Book) เป็นไฟนำทาง ซึ่งตลอดทั้งเรื่องก็เผยให้เห็นถึงมิตรภาพที่ก่อตัวเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ทั้ง การกีดกันชาวผิวสี ความต่างทางชนชั้น ฯลฯ ที่ทำให้เราได้เห็นถึงโลกที่สวยงามของการการยอมรับในความต่างที่อาจจะไม่ใช่แค่สีผิว แต่ยังควบรวบไปถึงความเชื่อ เพศสภาพ ด้วยเช่นกัน

    – Green Book หรือชื่อเต็ม The Negro Motorist Greeb Book คือคู่มือเดินทางของคนผิวสีที่ใช้งานกันในช่วง 1936-1966 ภายในบรรจุด้วยข้อมูลร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่อื่น ๆ ที่ปลอดภัยสำหรับการเข้าไปใช้บริการของคนผิวสี

    – Rotten Tomatoes Score 78%

    – รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม ปี 2019

    The Green Mile (1999) – พลังแห่งการเยียวยาของคนผิวสี

    ภาพยนตร์ที่นำเสนอความบอบช้ำอันเกิดจากความไม่เป็นธรรมที่คนผิวสีถูกกระทำผ่านตัวละครจอห์น ค็อฟฟี่ ชายผิวดำร่างใหญ่ น่ากลัว แต่มีจิตใจดี และอ่อนโยน ซึ่งถูกตัดสินโทษประหารชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งมีความสามารถในการเยียวยาความเจ็บป่วยของผู้คนได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยในเรื่องจะพาเราไปสำรวจความเจ็บปวด โหดร้าย และโศกนาฎกรรม อันเกิดจากอคติทางชาติพันธ์ุที่ฝังรากลึกมายาวนานในยุคที่อเมริกายังเต็มไปด้วยการกดขี่ชาวผิวสี ที่ไม่เพียงสะกิดใจเราในเรื่องการยอมรับในความหลากหลายมนุษยชาติด้วยกันเท่านั้น แต่ยังเปิดหัวใจเราให้ไม่ด่วนตัดสินใครเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกอีกต่างหาก

    – The Green Mile เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนวนิยายของนักเขียนชื่อดัง สตีเฟน คิง (Stephen King)

    – คำว่า กรีนไมล์ (Green Mile) คือคำที่ใช้เรียกทางเดินสีเขียว ซึ่งเป็นเส้นทางที่นักโทษประหารใช้ในการเดินจากห้องขังไปสู่ห้องประหาร

    – Rotten Tomatoes Score 78%

    – ติดรายชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ไมเคิล คลาร์ก ดันแดน (Michael Clarke Duncan) สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และสาขาผสมเสียงยอดเยี่ยม

    Hidden Figures (2016) – การขับเคลื่อนของสตรีผิวสีในสถาบันอวกาศนาซา

    ภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริงของนักคณิตศาสตร์หญิงชาวผิวสี 3 คน ที่ได้เข้าไปทำงานในองค์การนาซา (NASA) ซึ่งอยู่ในยุคที่ไม่เพียงมีอคติด้านสีผิวเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของการกีดกันทางเพศในวัฒนธรรมองค์กรที่มีความชายเป็นใหญ่อีกด้วย โดยตัวภาพยนตร์ก็สามารถถ่ายทอดปัญหาการต่อสู้เพื่อสตรีผิวดำได้อย่างเห็นภาพ และสร้างอารมณ์ร่วมให้ผู้ชมมีแรงผลักดัน และเห็นคุณค่าในความเท่าเทียมทางเพศ ทางชาติพันธุ์ ทางความเชื่อได้อย่างดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

    – Hidden Figures สร้างจากเรื่องจริงของนักคณิตศาสตร์สตรีผิวสีที่เคยทำงานใน องค์การนาซา (NASA) อย่าง Katherine G. Johnson, Mary Jackson, และ Dorothy Vaughan และยังมีรูปแบบนิยายในชื่อเดียวกันอย่าง Hidden Figures ที่เขียนโดย มาร์โกต์ ลี เช็ตเทอร์ลีย์ (Margot Lee Shetterly)

    – Rotten Tomatoes Score 92%

    – ติดรายชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

    Selma (2014) – สัมผัสการต่อสู้เพื่อชาติพันธ์ุของดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และชาวผิวสี

    ภาพยนตร์ที่ฉาพภาพการต่อสู้ของนักสิทธิมนุษยชนระดับตำนานอย่างดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Dr. Martin Luther King, Jr) กับเหตุการณ์ในช่วงที่เขาเริ่มต้นการประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งให้ชาวผิวสีด้วยการเดินเท้า เป็นเวลา 3 อาทิตย์ในปี 1965 จากเมือง Selma ไปยัง เมือง Montgomery ในรัฐ Alabama เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดี Lydon B. Johson ลงนามในกฎหมายที่จะทำให้คนผิวสีได้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ซึ่งนอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงพลังของดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ แล้ว ยังเห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจของชาติพันธุ์ผิวสี ที่น่าจะสร้างกำลังใจ และพลังให้กับมนุษยชาติทุกคนที่มีความเชื่อในการยอมรับซึ่งความหลากหลาย และเคารพในความต่างของกันและกันอย่างจริงใจ

    – ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Dr. Martin Luther King, Jr) ถือเป็นนักสิทธิมนุษยชนคนสำคัญของโลก โดนเริ่มมีบทบาทในการเรียกร้องความเท่าเทียมให้ชาวผิวสีจากการคว่ำบาตรรถโดยสารประจำทางในเมือง Montgomery รัฐ Alabama ที่มีชนวนมาจากการที่สตรีผิวสีชื่อโรซา พาร์คส์ (Rosa Parks) ปฎิเสธการสละที่นั่งบนรถเมล์ให้กับชายผิวขาว จนโดนจับกุมในปี 1955 โดยเป็นเหตุการณ์เริ่มต้นของการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมให้ชาวผิวสีครั้งใหญ่ในอเมริกา จนเธอถูกยกให้เป็นวีรสตรีคนหนึ่งของชาวผิวสี

    ทั้งนี้ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ยังเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ที่ลือลั่นไปทั่วโลกอย่าง “ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่งประเทศนี้จะลุกขึ้นยืนหยัดและจรรโลงความหมายที่แท้จริงของบทบัญญัติแห่งความเท่าเทียมกันของมนุษย์”

    – Rotten Tomatoes Score 99%

    – ติดรายชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และคว้า 1 รางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กับเพลง Glory โดย John Legend กับ Common