Saturday, November 28, 2020
More

    คุยกับผู้กำกับและนักแสดงถึงการทำงานและความแตกต่างของฉลาดเกมส์โกงเวอร์ชันละคร

    จากภาพยนตร์ไทยที่สร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมได้อย่างร้อนแรง ชนิดที่ออกไปคว้าความสำเร็จทั้งในไทย และระดับอินเตอร์ กับเรื่องราวการโกงข้อสอบที่เป็นทุจริตระดับโรงเรียน สู่อาชญากรรมระดับประเทศ มาวันนี้ GDH ร่วมกับ Tencent Video ส่งฉลาดเกมส์โกงเวอร์ชันละครที่มีการขยายประเด็นต่าง ๆ ที่กระแทกใจคนดูกันมาแล้วทั่วโลกให้กลับมาอีกครั้ง ทุกวันจันทร์ และอังคาร 20:15 น. และออนไลน์ทาง WeTVth 22:30 น. เริ่มตอนแรก 3 ส.ค. 63

    โดยมีการเพิ่มความหลากหลายตามสไตล์ละครขนาดยาว ทั้งดราม่า ความรัก ความไม่เท่าเทียมในสังคม ฯลฯ ที่ขนทัพนักแสดงทั้งรุ่นใหม่ และรุ่นใหญ่มาต่อยอดเรื่องราวจากภาพยนตร์ สู่รูปแบบละครแบบติดตามกันได้ยาว ๆ ดังจะเห็นได้จากคำบอกเล่าของผู้กำกับ และทีมนักแสดง

    ความแตกต่างจากเวอร์ชันภาพยนตร์ของละครฉลาดเกมส์โกง


    พัฒน์จะมีตัวละครหลัก 4 คน คือลินรับบทโดยจูเน่เจ้านายรับบทโดยแบงค์เกรซรับบทโดยนาน่า และพัฒน์รับบทโดยไอซ์ ที่ผู้ชมน่าจะจำได้จากตัวภาพยนตร์เหมือนกัน แต่แน่นอนว่าพอมีการเปลี่ยนนักแสดง คาแรคเตอร์ที่เราพัฒนาของนักแสดงหลักทั้ง 4 คนก็ไม่เหมือนเดิม ด้วยความที่มันเป็นละครทำให้เรามีการเพิ่มเนื้อหาและขยายประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นไปอีก และพล็อตเรื่องก็มีการต่อเติมไปจากเดิมอย่างมาก ซึ่งมีหลายจุดที่คนเคยชมภาพยนตร์ สามารถมาชมเวอร์ชันละครแบบได้อรรถรสเหมือนดูเรื่องใหม่เลยครับ

    การเข้าฉากกับนักแสดงรุ่นใหญ่ของไอดอลสาวจูเน่

    จูเน่อย่างนักแสดงรุ่นใหญ่ที่จูเน่ได้เข้าซีนด้วยหลัก ๆ ก็จะเป็นพี่แท่งศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, พี่อุ๋มอาภาศิริ จันทรัศมี, พี่ออร์แกนราศี ดิศกุล ณ อยุธยา ซึ่งจริง ๆ คือได้ทำงานร่วมกับอีกหลายท่าน แล้วก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก รู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสได้มาทำงานร่วมกับนักแสดงที่มีประสบการณ์มาก ๆ ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากค่ะ

    โดยเรื่องนี้จูเน่รับบทเป็นลินซึ่งเราก็รู้ว่ามันเป็นบทบาทที่เคยถูกเล่นในเวอร์ชันหนังไปแล้ว แล้วทุกคนทำออกมาได้ดีมาก เราเองก็กดดัน แต่ว่าพอมาเจอผู้กำกับ เจอทีมนักแสดงแล้ว ก็เหมือนที่พี่พัฒน์บอกว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่ค่ะ มีการขยายแบ็คกราวด์ของตัวละคร ก็พยายามเรียนรู้ และทำให้เต็มที่ที่สุดค่ะ

    จากนักร้องเจ้าของหลายเพลงฮิตสู่การเข้าสู่โลกแห่งการแสดงครั้งแรกของเจ้านาย

    เจ้านายจริง ๆ ตอนแรกมันก็เป็นอะไรที่น่าตกใจตอนรู้ว่าได้เล่น แล้วก็ช่วงแรก ๆ ก็ค่อนข้างเครียด เพราะว่าตัวภาพยนตร์ทำไว้ดีมาก กังวลว่าจะเกิดการเปรียบเทียบอะไรหรือเปล่า แต่ว่าพอได้เข้าไปเจอกับนักแสดงหลาย ๆ คน ก็รู้สึกว่าเรากำลังทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนอยู่ เพราะฉะนั้นก็ทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่

    ซึ่งก็ค่อนข้างยากครับ เพราะว่าเป็นเรื่องแรก และก็มีแรงกดดันที่จะรู้สึกอยู่ในใจนิด ๆ ตลอดเวลา แต่ว่าพอได้เข้ามาเจอกับนักแสดงหลาย ๆ คน แล้วก็มาคุยกับพี่พัฒน์ กับแอคติ้งโค้ช ก็เข้าใจว่ามันเป็นการปั้นละครใหม่ขึ้นมา ก็อยากให้ทุกคนได้เข้ามาลองสัมผัสโลกของฉลาดเกมส์โกงเวอร์ชันละครกันครับ

    การควบบทบาทนักร้องเพลงประกอบละคร ของเหล่านักแสดงหลัก

    ไอซ์จริง ๆ มันเกิดจากความที่พวกเราหลาย ๆ คนชอบร้องเพลงกันอยู่แล้ว ก็เลยมีการคุยกับพี่พัฒน์ว่าเรามาทำเพลงประกอบกันเองไหม แล้วก็ทำกันจริง ๆ โดยตอนนี้เพลงประกอบละครฉลาดเกมส์โกงก็มีการปล่อยออกมาแล้ว 1 เพลง คือเพลง “Follow Me” ซึ่งเป็นเพลงที่ผมร้องกับพี่วีวิโอเลต วอเทียร์ และเป็นเพลงที่อยู่ในไตเติ้ลละคร โดยมีการปล่อยออกไปในทุก ๆ สตรีมมิ่งเลย สามารถเข้าไปฟังเรียบร้อย แล้วก็ยังมีเพลงโคฟเวอร์กว่าจะรักของน้องนาน่าด้วย และแน่นอนว่ามีนักร้องของเราอีกคนอย่างเจ้านาย ซึ่งแต่งเพลงเองจากการบรีฟของพี่พัฒน์เลย ชื่อเพลงโกงความรักไม่ได้โดยอีก 2 เพลงนี้ ก็อยากให้ทุกคนได้รอติดตามฟังกันครับ

    บทดราม่าหนักหน่วงของนาน่า นักแสดงน้องเล็กจากค่ายนาดาว บางกอก

    นาน่าจริง ๆ ในบทของเกรซมันค่อนข้างมีความฉีกขาดออกมาจากบทเหม่เหม ในละครเลือดข้นคนจางที่นาน่าเคยเล่น เพราะจะมีการเพิ่มความดาร์กไซด์ขึ้นมาอีกเยอะมาก พล็อตในละครก็จะถูกขยายขึ้น ตัวละครก็จะมีความคอนฟลิกต์มากขึ้น ซึ่งมันค่อนข้างท้าทายที่จะนำเสนอออกไปให้คนดูเห็น เพราะจะมีทั้งความสัมพันธ์กับตัวละครลินที่มีคอนฟลิกต์กันระหว่างเพื่อน ซึ่งในภาพยนตร์จะเห็นเกรซเป็นคนเข้าถึงง่าย แต่ในละครคาแรคเตอร์จะมีความซับซ้อนมากขึ้น

    ฉลาดเกมส์โกง ละครที่นำเสนอประเด็นต่าง ๆ ในสังคมไทยแบบครอบคลุม

    พัฒน์อาจจะดูเห็นนักแสดงนำ 4 คนเป็นเด็กนักเรียน เป็นวัยรุ่น แต่จริง ๆ ละครเรื่องนี้มันไม่ใช่ละครวัยรุ่นเลยครับ มันเป็นการนำเสนอเรื่องราวผ่านเด็กวัยรุ่น 4 คน ที่สะท้อนเรื่องของสภาพสังคม และชีวิตประจำวันทั้งความสัมพันธ์ ชนชั้น ประเด็น ฯลฯ โดยเราตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ เพราะว่าตัวภาพยนตร์ทำเอาไว้ดีมาก แล้วก็ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพแล้ว ซึ่งเราก็อยากขยายออกมาเป็นละครให้ทั้งคนที่เคยดูภาพยนตร์ และไม่เคยดูได้รับชมกันในวงที่กว้างขึ้น

    แล้วคุณล่ะ พร้อมกลับการเข้าห้องสอบอีกครั้งหรือยัง….