Monday, September 27, 2021
More

    ชม 8 ภาพยนตร์-ซีรีส์ ส่งพลังแกร่งในการขับเคลื่อนโลกของผู้หญิง รับวันสตรีสากล

    เฉลิมฉลองให้กับพลังของการขับเคลื่อนโลกในด้านต่าง ๆ ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ฯลฯ ของเหล่าผู้หญิงทั่วโลก รับ “วันสตรีสากล” ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี กับ 8 ภาพยนตร์-ซีรีส์ ที่คาแรกเตอร์ผู้หญิง ได้มีบทบาทสำคัญ และสร้างพลังบวกให้เราฮึดสู้ต่อเรื่องต่าง ๆ ของชีวิตได้อย่างดี (แอบกระซิบว่าทุกเรื่อง หาชมได้ทาง Netflix แล้วนะ)

    Moxie (2021)


    ภาพยนตร์วัยรุ่นที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนชื่อเดียวกัน เกี่ยวกับวิเวียน คาร์เตอร์ (รับบทโดย Hadley Robinson) เด็กสาวขี้อาย อายุ 16 ปี ที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ เธอได้รับแรงบันดาลใจจากแม่ของเธอ ซึ่งเป็นอดีตสาวพังก์ร็อคสุดแกร่งหัวก้าวหน้า

    ได้จุดประกายให้เธอกล้าจะพูดถึงประเด็นการเหยียดเพศในโรงเรียน โดยใช้หนังสือทำมือ ที่ชื่อว่า “Moxie” เป็นสื่อกลางเพื่อการเคลื่อนไหวรณรงค์ในประเด็นความไม่เท่าเทียมทางเพศในโรงเรียนมัธยมปลายของเธอ


    Bombay Begums (2021)

    ซีรีส์แนวดราม่าสุดปังของหญิงแกร่งเชื้อสายอินเดีย 5 คน ที่มีพื้นเพครอบครัวที่แตกต่างกัน ตั้งแต่หญิงสาวนักบริหารไปจนถึงหญิงสาวจากกลุ่มชายขอบของสังคม ซึ่งการเอาตัวรอดและเอาชนะอุปสรรคท่ามกลางวิถีชีวิตยุคใหม่ในมุมไบไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

    สิ่งที่พวกเธอทั้ง 5 คนมีเหมือนกัน คือ ความทะเยอทะยาน ความปรารถนา การต่อสู้เพื่ออำนาจ และความเปราะบาง ซีรีส์ได้ติดตามการเดินทางของพวกเธอในขณะที่พวกเธอต่อสู้กับอุปสรรคในอาชีพ และความสัมพันธ์ ไปพร้อม ๆ กับการท้าทายบรรทัดฐานของสังคม


    Sisyphus (2021)

    ซีรีส์ไซไฟจากเกาหลีที่เพิ่งเริ่มออกอากาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ปมของเรื่องราวจะวนเวียนอยู่ที่วิศวกรอัจฉริยะ ฮันแทซุล (รับบทโดย โจซึงอู) ที่ประดิษฐ์เครื่องข้ามกาลเวลา จนเกิดความวุ่นวายปั่นป่วนในโลกปัจจุบัน ทำให้หญิงแกร่งจากโลกอนาคต คังซอเฮ (รับบทโดย พัคชินฮเย)

    ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากทำลายล้างจากสงคราม ต้องย้อนเวลากลับมาช่วยชีวิตฮันแทซุล รวมทั้งปกป้องเกาหลีจากความล่มสลายนี้ให้ได้ นาน ๆ ที่เราจะได้เห็นซีรีส์จากฝั่งเกาหลีที่ให้ผู้หญิงได้รับบทนำเป็นฮีโร่ในภารกิจกอบกู้โลก ซึ่งพัคชินฮเยก็สามารถรับบทแอคชั่นต่อสู้ได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมคำพูดติดปากของเธอ “วันนี้ยังไม่ใช่วันตายของฉัน”


    Enola Holmes (2020)

    ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนชุด The Enola Holmes Mysteries ของแนนซี สปริงเกอร์ นักเขียนชาวอเมริกัน โดยเรื่องราวเริ่มต้นในเช้าวันเกิดปีที่ 16 ของ เอโนลา โฮล์มส์ (มิลลี่ บ็อบบี้ บราวน์) น้องสาวแท้ ๆ ของนักสืบผู้ยิ่งใหญ่อย่าง เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เอโนลาพบว่าแม่ของเธอ (เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์) ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

    ทำให้เอโนลาต้องมาอยู่ภายใต้การดูแลอันเข้มงวดของพี่ชายคนโต คือ ไมครอฟต์ โฮล์มส์ (แซม คลาฟลิน) ที่วางแผนส่งเธอไปอยู่โรงเรียนประจำที่เหมาะสมสำหรับกุลสตรี ส่วนพี่คนรอง เชอร์ล็อค โฮล์มส์ (เฮนรี่ คาวิลล์) ก็ไม่สามารถคัดค้านความต้องการอันแรงกล้าของพี่ชายใหญ่ได้

    ในคืนก่อนที่เธอจะถูกส่งตัวไปโรงเรียน เอโนลาจึงแอบหนีไปตามหาแม่ในลอนดอนเพียงลำพัง ระหว่างการเดินทาง เธอก็พบว่า เธอได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องราวลึกลับเกี่ยวกับ ขุนนางหนุ่มรูปหล่อ (หลุยส์ พาร์ทริดจ์) ซึ่งหลบหนีออกจากคฤคาสน์อันหรูหราของตระกูลอย่างน่าสงสัย การผจญภัย และไขปริศนาด้วยตัวเองครั้งแรกของเอโนลา กำลังจะเริ่มขึ้น


    Self Made : Inspired by the Life of Madam C. J. Walker (2020)

    สร้างจากเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจจากหญิงสาวชาวแอฟริกันอเมริกัน ชื่อว่ามาดาม ซีเจ วอล์กเกอร์ (รับบทโดย Octavia Spencer) ที่ก้าวขึ้นจากครอบครัวยากจน ที่มีพี่น้องถึง 6 คน เพื่อสร้างอาณาจักรแห่งความงาม และกลายเป็นเศรษฐีหญิงที่สร้างความสำเร็จขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและสองมือของเธอเอง

    เรื่องราวของวอล์กเกอร์ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ทั้งในด้านความทุ่มเท ความเฉลียวฉลาด และความกล้าหาญอย่างแท้จริง ภายใต้ฉากหลังของการกดขี่ทางเพศและเชื้อชาติหลังจากยุคเลิกทาส โดย Octavia Spencer ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy Award สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในประเภทลิมิเต็ดซีรีส์อีกด้วย


    Little Women (2019)

    ภาพยนตร์คลาสสิกที่ได้รับการรีเมคอีกครั้งในปี 2019 จากนิยายคลาสสิกชื่อเดียวกัน เรื่องราวการก้าวข้ามวัยหรือ Coming of age ของวัยรุ่นสู่การเป็นผู้ใหญ่ของพี่น้องสาว 4 คนตระกูลมาร์ช ได้แก่โจ (เซียร์ช่า โรแนน) เม็ก (เอ็มม่า วัตสัน) เอมี่ (ฟลอเรนซ์ พิวจ์) และ เบ็ธ (อลิซา สแกนเลน)

    ภายใต้การต่อสู้กับกรอบของสังคมที่วัดความสำเร็จของผู้หญิงจากการแต่งงาน และความท้าทายในการเป็นผู้หญิงในช่วงยุคศตวรรษที่ 18 ฝีมือการกำกับของ Greta Gerwig ผู้กำกับหญิง ที่นำเสนอเรื่องราวได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของผู้กำกับหญิงที่น่าจับตามองแห่งยุค


    To All the Boys Film Trilogy (2018 – 2021)

    To All the Boys เป็นออริจินัลซีรีส์รักวัยรุ่นอเมริกันโดย Netflix มีทั้งหมด 3 ซีซั่น สร้างจากนวนิยายไตรภาคที่มีชื่อเดียวกัน โดยมีพลอตเรื่องโรแมนติกน่ารักใสๆ เกี่ยวกับ ลอร่า จีน คัฟวีย์ (รับบทโดย ลาน่า คอนดอร์) สาววัยรุ่นไฮสคูลขี้อายที่เขียนจดหมายรัก 5 ฉบับ ถึงผู้ชายที่เธอตกหลุมรักในชีวิตทั้ง 5 คน

    ซึ่งจดหมายรักดังกล่าวที่ลอร่าเขียนควรจะเป็นความลับของเธอแต่เพียงผู้เดียว แต่จู่ ๆ จดหมายทั้งหมดกลับถูกส่งออกไปถึงผู้ชายทั้ง 5 คนอย่างลึกลับ ทำให้เรื่องราวอลม่านเริ่มต้นขึ้น จนกระทั่งปีเตอร์ คาวินสกี้ (โนอาห์ เซนทิโน่) นักกีฬาสุดฮอตประจำโรงเรียนได้รับจดหมายจากลอร่า

    และตัดสินใจจะคบหากับลอร่าในฐานะแฟนแบบกำมะลอ เพื่อประชดแฟนเก่าของเขา หลังจากที่ซีซั่นแรกออกฉายในปี 2018 ก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากและกลายเป็นหนึ่งในออริจินัลซีรีส์ของ Netflix ที่มีผู้ชมมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และ Netflix ก็ได้สร้างซีซั่นต่อ ๆ มาและออกฉายในปี 2020 และ 2021 ตามลำดับ


    Hidden Figures (2016)

    ภาพยนตร์ฟีลกู๊ด บอกเล่าเรื่องราวของ 3 บุคลากรสาวผิวสีในองค์กรนาซา ได้แก่ “แคทเธอรีน” (รับบทโดย Taraji P. Henson) นักคณิตศาสตร์ในองค์กรนาซาที่ถูกเรียกตัวไปช่วยโครงการปล่อยนักบินขึ้นไปบนอวกาศ “โดโรธี” (รับบทโดย Octavia Spencer) หัวหน้าทีมคณิตศาสตร์ของกลุ่มผู้หญิงผิวสีในนาซาที่ไม่ได้เลื่อนขั้นสักที และ “แมรี” (รับบทโดย Janelle Monáe) อยากเป็นวิศวกรแต่ถูกกฎระเบียบนาซากีดกัน ทำให้พวกเธอก็ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับวัฒนธรรมการเหยียดเพศ และเชื้อชาติในองค์กร ระดับโลก ด้วยการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง

    เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากคนในองค์กรและเพื่อนร่วมงาน และในที่สุดแล้ว พวกเธอก็แสดงให้โลกได้เห็นว่า ความสามารถของพวกเธอคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ เพศสภาพ สีผิว หรือเชื้อชาติ