Wednesday, April 14, 2021
More

    Landokmai วงดนตรีที่สร้างงานเพลงซึ่งอยากให้คนฟัง มองเห็นสิ่งสวยงามที่อยู่รอบตัว

    สัมผัสเรื่องราวการเติบโตในชีวิต และการทำงานเพลงของ “อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง (ร้องนำ)” และ “แอนท์-มนัสนันท์ กิ่งเกษม (กีตาร์, คอรัส)” สองสาวแห่งวง “Landokmai” ที่ต้องการส่งพลังบวก และชวนทุกคนมามองเห็นสิ่งสวยงามต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว ผ่านงานเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเธอ

    จุดเริ่มต้นของวง Landokmai มาจากความบังเอิญ !

    แอนท์ : Landokmai เริ่มมาจากเรากับอูปิมได้เข้ามาเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วก็ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน และเป็นรูมเมทกันด้วยค่ะ โดยเราเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ส่วนอูปิมมาจากเชียงใหม่


    เรียกว่าเป็นการมาเจอกันได้ ด้วยความบังเอิญของคณะที่เขาส่งอีเมลมาผิด เป็นแบบฟอร์มกรอกข้อมูลส่วนตัวของอูปิม แล้วตอนนั้นเราเข้ามาที่วิทยาลัยฯ คนเดียว แบบไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเดียวกันเลย ก็กลัวไม่มีเพื่อนวันปฐมนิเทศ เลยเอาเบอร์โทรศัพท์อูปิมไปแอดไลน์ แล้วก็ได้คุยกันตั้งแต่นั้นมาค่ะ

    การโคฟเวอร์เพลง “อาวรณ์” ของ Polycat ที่ส่งให้ Landokmai เริ่มเป็นที่รู้จัก

    แอนท์ : ตอนแรกที่เราได้ฟังเพลง “อาวรณ์” ของพี่ ๆ Polycat เรารู้สึกประทับใจมาก ทุกอย่างมันเพอร์เฟกต์ไปหมดกับการทำดนตรี ก็เลยชวนอูปิมมาโคฟเวอร์เพลงนี้กันค่ะ แล้วก็ปล่อยวันถัดมาหลัง เพลงอาวรณ์ ออกมาเลยค่ะ ทีนี้พอเราปล่อยไปหลังจากกระแสเพลงกำลังได้รับความนิยม คนก็เลยเข้ามาฟังกันเยอะค่ะ

    “เก็บดอกไม้” เพลงแรกอย่างเป็นทางการของ Landokmai 

    อูปิม : ตอนเราเริ่มเข้าปีสอง จะมีวิชาที่ต้องแต่งเพลงส่งปลายเทอม เราก็ลองขึ้นเพลงใหม่ ๆ กับแอนท์ จนตกตะกอนมาเป็น “เก็บดอกไม้” ซึ่งโดยส่วนตัวเรารู้สึกชอบมาก ก็เลยทำเพลงนี้ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ เกิดเป็นเพลงแรกของ Landokmai ค่ะ

    “On The Train” เพลงที่ได้แรงบันดาลใจมากจากภาพยนตร์ Before Sunrise 

    อูปิม : เพลงนี้เราได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Before Sunrise ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นหนังที่เจ๋งมาก และการพบกันครั้งแรกของคู่พระนางบนรถไฟ มันคือโมเมนต์ที่เราอยากเจอบ้าง เพราะรู้สึกว่ามันเป็นปาฏิหารย์ เราก็เลยอยากเขียนโมเมนต์พวกนั้นขึ้นมา เหมือนเป็นผู้กำกับ ที่บอกเล่าเรื่องราวของหนังเรื่องนี้สั้น ๆ ไว้ในเพลง “On The Train” ของ Landokmai

    “The Diary” เพลงที่ได้รับทุนจากโครงการ TK Band ของ Fungjai

    แอนท์ : เพลงนี้อูปิมขึ้นคอร์ดกับเมโลดี้มาก่อน โดยตอนนั้นเราอยู่ในโครงการ TK Band ของ Fungjai ซึ่งถ้าใครชนะ จะได้ทุนไปทำเพลง ก็เลยส่งไป จนได้ทุนมา แล้วเรากับอูปิมก็มาช่วยกันแต่งเพลงนี้จนสมบูร์ ซึ่งจริง ๆ ช่วงนั้นยังไม่มีค่ายสังกัดด้วยค่ะ

    การทำงานของ Landokmai หลังได้มาสังกัดค่ายเพลง What The Duck   

    อูปิม : การจัดการงานต่าง ๆ ดูง่ายขึ้นค่ะ จากแต่ก่อนที่แอนท์จะเป็นคนคอยทำงานหลังบ้านทั้งหมดด้วย แต่พอมาสังกัดค่าย What The Duck ทางค่ายก็จะคอยจัดการงานในส่วนนี้ให้ค่ะ

    แอนท์ : คือเวลา Landokmai ไปขึ้นแสดง เราก็จะเป็นคนทำทุกอย่าง ทั้งเรื่องติดต่อร้าน จองโรงแรม การเดินทาง ดูบัญชี ฯลฯ แต่พอมาอยู่ What The Duck ค่ายก็จะเป็นคนคอยจัดการทุกอย่าง

    และ What The Duck เขาไม่ได้จำกัดในเรื่องแนวทางการทำดนตรีเลย ก็เลยเป็นอะไรที่รู้สึกว่ามันดีขึ้นมาก ๆ จากตอนเป็นศิลปินอิสระ ทั้งช่วยให้เราทำงานเพลงกันได้อย่างสบายมากขึ้น

    “Welcome Home” เพลงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนเลื่อนฟีดเฟซบุ๊กของอูปิม

    อูปิม : เพลง “Welcome Home” เราได้แรงบันดาลใจมาจากตอนเลื่อนฟีดเฟซบุ๊กไปเรื่อย ๆ แล้วไปเจอคลิปของต่างประเทศ ที่แบบคุณพ่อเพิ่งกลับมาจากการไปรบ เลยสวมชุดทหารมาเซอร์ไพรส์ลูกที่โรงเรียน

    แล้วก็มีแบบคลิปซึ้ง ๆ แนวนี้ อย่างคุณปู่รอคุณย่าอยู่ที่สนามบิน แล้วซ่อนดอกไม้ไว้ข้างหลัง พอเจอกันก็สวมกอดกัน

    เราเลยรู้สึกว่าโมเมนต์การได้เจอกัน หลังจากไม่ได้พบกันมานาน มันอบอุ่นจังเลย ก็เลยหยิบประเด็นนี้มาพูดในเพลง “Welcome Home” ให้อารมณ์คนฟังแบบ ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ

    “ฉันเอง…นี่ไง” หนึ่งในผลงานเพลงของอัลบั้ม “Over The Sun” จาก Landokmai

    อูปิม : เพลงนี้จริง ๆ เป็นเพลงที่เรา กับพี่โปรดิวเซอร์ของเราใช้สอบอ่ะค่ะ เป็นเพลงที่ต้องเอาไปส่งอาจารย์ ซึ่งมันเคยมีเวอร์ชันภาษาอังกฤษมาก่อน แล้วเรารู้สึกเสียดาย เพราะเพลงนี้มันค่อนข้างมีอะไรน่าสนใจหลายอย่าง เลยเกิดเป็น “ฉันเอง…นี่ไง” เวอร์ชันภาษาไทยขึ้นมาค่ะ

    แอนท์ : “ฉันเอง…นี่ไง” มันเป็นเพลงที่เรารู้สึกว่าถ้าไม่หยิบมาทำ มันน่าเสียดายมาก และเป็นเพลงที่รู้สึกว่าอยากให้ทุกคนได้ลองเปิดใจฟัง เพราะถึงแม้ว่ามันอาจจะดูยากในความรู้สึก แต่ว่าในรายละเอียดแต่ละอย่างที่เราใส่ลงไปในเพลง มันดูเป็นงานที่ค่อนข้างจะมีคุณค่าทางศิลปะชิ้นหนึ่ง

    การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของสุนัขจิ้งจอก ในวรรณกรรมเจ้าชายน้อย ของเพลง “ฉันเอง…นี่ไง”   

    อูปิม : ด้วยความที่เพลง “ฉันเอง…นี่ไง” มันมีความเป็นวรรณกรรมสูงมาก ทีมทำ MV ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องราวของเพลงนี้ ใน MV โดยใช้วรรณกรรมเรื่อง “เจ้าชายน้อย” ซึ่งมันมีการสื่อสารที่สอดคล้องกับตัวเพลงพอดีเลยค่ะ

    โดย “ฉันเอง…นี่ไง” ถ้าอ่านเนื้อเพลงดี ๆ จะพบว่ามันคือเพลงเศร้า ซึ่งตัว MV บอกเล่าถึงมุมมองของสุนัขจิ้งจอก ที่ถูกเจ้าชายน้อยทำให้เชื่อง ด้วยการมีพันธะกับเจ้าชายน้อย

    แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าชายน้อย ก็ทิ้งสุนัขจิ้งจอก ไปหากุหลาบอยู่ดี เหมือนในโมเมนต์ของเพลงนี้ ที่เราแทนตัวเองเป็น สุนัขจิ้งจอก ซึ่งไม่ว่ายังไง เขาก็เลือกกุหลาบอยู่ดี

    คอนเซปต์ในการทำงานเพลงของ Landokmai

    อูปิม : การทำงานเพลงของ Landokmai เราจะเริ่มจากทำนองก่อน ก็จะหยิบกีตาร์มาสักตัว แล้วก็ฮัมออกมา พอเราเห็นภาพเมโลดี้พวกนั้นเป็นอะไร เราก็ค่อยยัดเนื้อร้องใส่เข้าไป

    เราก็จะได้ทำนอง เมโลดี้ และคอร์ดมาให้แอนท์คร่าว ๆ ให้แอนท์กรองอีกทีว่ามันเวิร์กไหม แอนท์ชอบหรือเปล่า มันเข้าใจยากเกินไปไหม ซึ่งแอนท์จะเป็นคนคอยกรองทุกอย่าง ทำให้เพลงมันฟังง่ายขึ้นค่ะ

    แอนท์ : จริง ๆ เราเหมือนเป็นคนช่วยเสริมให้งานเพลงของ Landokmai ออกมาเป็นที่เข้าใจง่ายสำหรับคนฟังมากขึ้น แต่โดยหลัก ๆ การขึ้นชิ้นงาน คนเริ่มจะเป็นอูปิมค่ะ

    แต่ทั้งนี้ ในส่วนของพาร์ทดนตรี เราจะช่วยกัน และเหมือนหลัง ๆ มา เราจะแบบเริ่มตั้งเป้าหมายไว้ ว่าเราอยากทำแนวเพลงประมาณไหน และต้องให้มันบาลานซ์กับจุดตรงกลาง ที่จะคอยเชื่อมคนฟังส่วนใหญ่ กับพวกเรา

    รายละเอียดต่าง ๆ ที่ Landokmai ให้ความสำคัญกับการทำเพลง

    อูปิม : สำคัญมาก ๆ คือเนื้อร้องค่ะ ซึ่งรู้สึกว่าจุดนี้ ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายในการแต่งเพลงของเราอยู่ทุกวันนี้ เพราะเราจะเขียนเนื้อร้องยังไง ให้มันไม่ซ้ำซาก แต่คนฟังเข้าถึงได้ด้วย แล้วก็มีเรื่องของการทำดนตรีให้แปลกใหม่ ซึ่งสองส่วนนี้ยากมากค่ะ

    แอนท์ : ด้วยความที่เราไม่อยากให้แต่ละเพลงที่ออกมามีความซ้ำซาก การทำงานมันเลยยากประมาณหนึ่งเลยค่ะ เหมือนบางเพลงจริง ๆ เราทำเสร็จกันมานานแล้วนะคะ แต่ว่าต้องมานั่งกรองกันใหม่อีกสักพัก กว่าจะเอามาปล่อยได้

    การทำงานที่คิดถึงแฟนเพลงมากขึ้นของ Landokmai    

    แอนท์ : เมื่อก่อนการทำงานเพลงของเรา ไม่เคยคิดถึงเรื่องแฟนเพลงเป็นหลัก แต่พอโตมาจนทุกวันนี้ เราเริ่มรู้สึกได้ว่าจริง ๆ แล้ว Landokmai มีส่วนที่อยู่ได้ด้วยแฟนเพลง ทุกวันนี้เราก็เลยเลือกที่จะให้ความสำคัญกับคนฟังของเรามากขึ้นค่ะ

    อูปิม : เหมือนตอนนี้เราไม่ได้ทำเพลงเพื่อฟังกันเองอีกต่อไป เราต้องแคร์คนฟังของเราด้วยค่ะ

    ถ้าอย่างนั้น นิยามเพลงของ Landokmai ทุกวันนี้ เป็นอย่างไร ?

    แอนท์ : เพลงของ Landokmai คือการมองโลกในแง่ดีค่ะ อย่างเพลง “ฟ้า” ที่ดูเหมือนจะเศร้า เหมือนยังนึกข้างในว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายเราก็มารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้ว มันเป็นเพราะใจของคน

    ที่ไม่มีวันเหมือนเดิม เหมือนกับท้องฟ้า มันก็เป็นการปลอบตัวเอง ให้มองโลกในแง่ดี แม้ว่ามันจะเป็นเพลงเศร้า

    อูปิม : จริง ๆ แล้วเพลง Landokmai ทุกเพลง แต่งมาเพื่อให้คนคิดบวก ฟังแล้วอยากให้มีกำลังใจ หรือฟังแล้วอยากให้มองเห็นสิ่งสวยงามรอบตัว ซึ่งบางที มนุษย์เราหลายคนก็มักจะมองข้าม หรือไม่ได้นึกถึง โดยคอนเซปต์นี้ เป็นประเด็นหลัก ที่เราต้องการสื่อสารให้แฟนเพลงเลยค่ะ

    “Over The Sun” อัลบั้มที่แสดงถึงการเติบโตในการทำงานเพลงของ Landokmai

    อูปิม : ยังไงก็ขอฝากอัลบั้ม “Over The Sun” ของพวกเราสองคนไว้ด้วยนะคะ โดยจะมีถึง 4 เพลงให้ฟังกันเลยค่ะ ทั้ง Please be True,  ฉันเอง…นี่ไง, ฟ้า และ Our Sunset หรือฟังเพลงอื่น ของเราเพิ่มเติม ได้ตามสตรีมมิ่งต่าง ทั่วไปเลยค่ะ

    ติดตามผลงานทั้งหมดของLandokmai” ได้ทาง FB : Whattheduck และ FB : LANDOKMAI