Thursday, April 22, 2021
More

    ร่วมฟื้นฟูชุมชนผ่านการท่องเที่ยวสไตล์โลคอลของ Local ALike x ดุสิตธานี ที่ชุมชนกุฎีจีน

    อ่านการปรับตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในวันที่ความยั่งยืนของชุมชน สำคัญพอ ๆ กับการอยู่รอดของภาคธุรกิจ ผ่านความร่วมมือระหว่างบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กับโลเคิล อไลค์ (Local Alike) ก่อนไปตระเวนเที่ยวกับหนึ่งในโปรแกรมทริปของแคมเปญนี้ อย่างเส้นทาง “กรุงเทพ-สัมผัสเสน่ห์ของกลิ่นอายโปรตุเกสในชุมชนกุฎีจีน ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำ”

    ดุสิตธานี x Local Alike รุกตลาดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    โดยการร่วมมือครั้งนี้ กลุ่มดุสิตธานีนำโดยศุภจี สุธรรมพันธุ์ -ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) จะทำงานร่วมกับ Local Alike ที่นำโดย ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ -ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โลคัล อไลค์ จำกัด ในการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ด้วยการส่งทีมงานเข้าไปช่วยให้ความรู้กับคนในชุมชน ในการรับมือกับนักท่องเที่ยว และให้คำแนะนำในการวางระบบการทำงานเพื่อยกระดับการบริการให้ได้มาตรฐานสากล โดยความร่วมมือจะแบ่งเป็น 2 ระดับ


    – ความร่วมมือในระดับแรก คือการโปรโมทชุมชนที่มีความพร้อมผ่านแพคเกจท่องเที่ยว Dusit Local Explorer กับโรงแรมในเครือดุสิตทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นนำเสนอทริปการท่องเที่ยวแบบเจาะลึก สามารถสัมผัส และเข้าถึงชุมชนได้จริง ซึ่งรายได้ของทริปการท่องเที่ยว 70% จะเข้าสู่ชุมชนโดยตรง และอีก 30% จะเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการการท่องเที่ยวเชิงสังคมอย่าง

    – ความร่วมมือในระดับเชิงลึก คือ การร่วมส่งบุคลากรเข้าไปเป็นทีมงานจิตอาสาร่วมกับทีมงาน Local Alike เพื่อให้ความรู้กับชาวบ้านในชุมชนแห่งใหม่ ๆ ที่กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา เช่น วิทยาลัยดุสิตธานี ส่งทีมงาน และบุคลากรที่มีความรู้เข้ามาช่วยเสริม และทำงานร่วมกันกับ Local Alike ในการให้ความรู้คนในชุมชนใหม่ ๆ เพื่อยกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน

    รวมถึงช่วยสนับสนุนรายได้เสริมด้านอื่น ๆ ให้กับชุมชนผ่านกิจกรรม “โลเคิล อร่อย” (Local Aroi) ที่ส่งเสริมให้ชุมชนได้มีทักษะการประกอบอาหารอย่างมืออาชีพ ให้มีศักยภาพในการจัดเลี้ยงอาหารนอกสถานที่แบบพิเศษ ที่นอกจากจะได้อิ่มเอมจากอาหารอร่อยจากท้องถิ่นแล้ว ยังได้ซึบซับวิถีชีวิต วัฒนธรรม อัตลักษณ์ของชุมชนอีกด้วย และ “โลเคิล อลอท” (Local Alot) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่ถูกพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และได้มาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืน

    เปิดลายแทงเส้นทางสัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมในชุมชนกุฎีจีน

    เริ่มจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ที่ตั้งอยู่ใกล้เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี ก่อสร้างขึ้นมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2371-2379 ภายในวัดประกอบไปด้วยปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุสำคัญหลายชิ้น

    และไปเยี่ยมชมร้านเบเกอรีกุฎีจีน เรียนรู้การทำขนมฝรั่งกุฎีจีน และชิมตัวขนมแบบเสิร์ฟร้อน ๆ จากเตาถ่านโบราณกับร้านหลานป้าเป้า ตำนานร้านขนมย่านกุฎีจีนที่มีอายุอานามกว่า 250 ปี

    ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมเรือนจันทนภาพ เรือนไทยเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการผสมผสานสถาปัตยกรรมทางถึง 3 สัญชาติอย่างไทย จีน ฝรั่ง ที่สามารถสัมผัสได้ในทุกพื้นที่ของตัวเรือน พร้อมไกด์รุ่นเก๋าอย่างจารุภา จันทนภาพ (คุณป้าแดง) ที่พร้อมให้ความรู้ และเรื่องเล่าสนุก ๆ ทางประวัติศาสตร์ของตัวเรือนเต็มกระบุง

    หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินไปฝากท้องกับร้านอาหารไทย-โปรตุเกสอย่างร้านสกุลทอง ชิมเมนูซิกเนเจอร์ตั่งต่างของร้านอย่างถุงทองไส้ไก่ หมูโสร่ง ขนมจีนแกงไก่คั่ว เป็นต้น และร่วมทำเวิร์กชอปขนมจีบนกกับทางร้านแบบเป็นกันเอง และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

    อิ่มท้องแล้วก็ไปต่อกันที่วัดซางตาครู้ส หรือโบสถ์ซางตาครู้ส (Santa Cruz Church) โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในสไตล์สถาปัตยกรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา และสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมแบบอิตาลี ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับโดมแห่งมหาวิหารฟลอเรนซ์ และติดตั้งกระจกสีที่บอกเล่าเรื่องราวทางคริสต์ศาสนาอย่างสวยงาม

    หลังจากนั้น ก็มาที่ศาสนสถานสำคัญอีกหลังกับศาลเจ้าเกียนอันเกง ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ของชุมชนกุฎีจีน พลางเรียนรู้เรื่องราวความเก่าแก่ และทรงคุณค่า ผ่านชิ้นงานต่าง ๆ ที่ประดับอยู่ทั่วศาลเจ้า โดยศาลเจ้าเกียนอันเกงแห่งนี้ ยังนับเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในฝั่งธนบุรีอีกด้วย

    ปิดโปรแกรมทัวร์กันที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2368 และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ชื่อ “พระพุทธไตรรัตนนายก” หรือ หลวงพ่อโต และบริเวณหน้าวิหารหลวง ยังเป็นที่ตั้งของหอระฆัง ที่ใช้จัดเก็บหนึ่งในระฆังที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

    Chef table กุฎีจีน การนำเสนอเรื่องราวของชุมชนกุฎีจีน ผ่านอาหาร

    หนึ่งในไฮไลต์ของโปรแกรมทัวร์ Dusit Local Explorer ที่ทาง BLT เข้าร่วมคงหนีไม่พ้น Chef table กุฎีจีน ที่ Dusit Suites Hotel Ratchadamri, Bangkok โดยมีการเสิร์ฟเมนูอาหารที่เปี่ยมไปด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และเรื่องราวที่ตกผลึกจนมาเป็นเมนูต่าง ๆ อย่างน่าสนใจ

    Appetizer: ทอดมันอย่างโปรตุเกส Portuguese-inspired fish cake

    ทอดมันปลากรายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนู salt cod fish cake ของโปรตุเกส ถูกปรับโฉมใหม่ โดยใช้เทคนิค ทำเป็นทอดมันปลากรายตีจนเนื้อเด้ง ด้านบนวางด้วยแผ่นคุกกี้โหระพา ผักดอง ดอกไม้กินได้ และเจลลี่น้ำอาจาด

    Salad: ยำมหาพรต Yum Mahaprod (Lent salad)

    ยำทวาย ยำลูกผสมของวัฒนธรรม ที่คนนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิค ทำรับประทานในเทศกาลมหาพรต หรือเทศกาลข้าวบวช ซึ่งเป็นวันจำศีลภาวนาระลึกถึงความผิดบาป ถูกนำมาปรับ และดัดแปลง โดยออกแบบการตกแต่งจานลักษณะคล้ายตราแผ่นดินของโปรตุเกส เกิดเป็นยำทวายในรูปแบบใหม่ ที่กินกับซอสแกงเผ็ดสูตรเข้มข้น ด้านบนโรยด้วยปลากรอบ และด้านข้างคือใบไม้กรอบกับเจลพริกระฆัง

    Soup: ซุปสิงคโปร์ (Singaporean soup)

    เมนูซุปสิงค์โปร์ ของคนกุฏีจีน ตามรอยตำราเล่มเล็ก ซุปแกงเผ็ดแต่รสชาติ 3 รส เปรี้ยวน้ำส้มมะขาม หวานน้ำตาลมะพร้าว และเค็มจากน้ำปลาดี รสชาติกลมกล่อมแต่เข้มข้น รับประทานกับซี่โครงหมูที่ตุ๋นจนเปื่อยผัดกับเครื่องแกงจนเข้าเนื้อ

    Main: เคล้าเครื่อง เคล้ารส (Moo-Sanmo Kudeejeen)

    – เมนูคุ้นหู หมูแซนโม ถูกปรับมาใส่เทคนิคใหม่ ทำเป็น Roulade สอดไส้ด้วยมันหมู หั่นเป็นเส้นตามแบบต้นฉบับ แต่ปรับทำเป็นเบค่อนผสมกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ โรลด้วบเบค่อนเพิ่มเนื้อสัมผัส ทานคู่กับซอสแซนโม

    Potato fondant ที่ Infuse กลิ่นเครื่องเทศอย่างจีน ผสมแขกจนได้รสชาติดี รับประทานคู่กับ pot pie สตูว์ลิ้นวัว Pumpkin puree Torresmos (หมูฝอยผัดกากหมูอย่างโปรตุเกส) และผัดผักเนยพริกไทยดำ

    Pre dessert: กรานิต้าสามส้ม (Trio-Orange Granita)

    กรานิต้าสามส้ม ความเปรี้ยวจากน้ำส้มซ่า ส้มแมนดาริน และเลม่อนถูกเคล้ากับน้อยหน่า ผสมกับน้ำองุ่น เพิ่มความหอมด้วบใบมิ้น กินเพื่อล้างปากอาหาจานหลักที่ผ่านมา

    Dessert: รวม เครื่อง เทศ (Kudeenjeen sobremesa)

    เมนูขนมถูกผสมผสานจากวัฒนธรรมของขนมหลายประเทศ ไอติมกะทิเสิร์ฟกับขนมบ้าบิ่น รองด้วยครัมเบิ้ลเมล็ดทานตะวัน ขนมนิลดารา ขนมฝรั่งกุฏีจีน และเจลกระเจี๊ยบตัดรสชาติ

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับแคมเปญการท่องเที่ยว Dusit Local Explorer ได้ที่ http://www.dusit-international.com