Monday, June 14, 2021
More

    ชวนแวะทานของอร่อยและเยี่ยมเยือนย่านมักกะสัน ดินแดนอุตสาหกรรมรถไฟไทย

    ชวนแฉลบไปยังย่านมักกะสัน เยือนแลนด์มาร์ก และหาของอร่อยทานในถิ่นชุบชีวิตรถไฟไทยแห่งนี้กัน

    โรงงานมักกะสัน – หลักฐานแห่งความเฟื่องฟูของรถไฟไทย – หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมรถไฟไทยมา 111 ปี

    อู่ซ่อมรถไฟที่กว้างขวาง และมีความสำคัญที่สุดของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 2540 โดยมีขนาดพื้นที่ 356.25 ไร่ เริ่มเปิดทำการบำรุงรักษา และผลิตเครื่องจักรของรถไฟไทยครั้งแรกในปี 2453 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางโรงงานฯ ได้มีการปิดปรับปรุงโครงสร้างต่าง ๆ ไปบ้าง ตามระยะเวลาการใช้งาน


    โดยปัจจุบัน แม้ทางโรงงานมักกะสัน จะโดนลดบทบาทลง ด้วยการทำหน้าที่เพียงซ่อมแซมชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ ของรถไฟไทยอย่าง รถจักรดีเซล รถดีเซลราง และรถโดยสาร แต่ด้วยประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมของตัวโรงงานฯ

    อันเป็นหลักฐานสำคัญ ที่บ่งบอกถึงความเฟื่องฟูของ รฟท. ในแง่ของการเป็นฐานอุตสาหกรรมรถไฟ ซึ่งไปไกลถึงขนาดส่งให้โรงงานมักกะสัน เคยเป็นโรงงานฯ รถไฟที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนเลยทีเดียว

    ปัจจุบันตัวพื้นที่ภายในโรงงานมักกะสัน ยังไม่มีการเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้อย่างอิสระ แต่ในอนาคต โรงงานฯ จะมีการพัฒนาตัวพื้นที่ ให้เราเข้ามาเยี่ยมชมได้ ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ เป็นต้น ทั้งบริเวณพื้นที่ใกล้กัน ยังเป็นที่ตั้งของ สถานีรถไฟมักกะสัน อีกด้วย

    ขอบคุณภาพประกอบตัวพื้นที่ภายในโรงงานมักกะสัน จาก ผศ.สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว RSU VERNADOC

    ที่ถูกนำมาประกอบบทสัมภาษณ์ “VERNADOC เส้นสายสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นสู่การอนุรักษ์” ลิงค์ https://www.bltbangkok.com/lifestyle/art-culture/5344/

    โรงงานมักกะสัน ตั้งอยู่ที่ 700 ถ.นิคมมักกะสัน แขวงมักกะสัน

    Thirty 3 Cafe – แหล่งฝากท้องของชุมชนมักกะสัน – รสชาติอาหารปรับตามไลฟ์สไตล์ผู้ทาน

    ร้านที่ตอบโจทย์ผู้มาเยือนด้วยอาหารหลากสไตล์ ในบรรยากาศสไตล์โมเดิร์น คุมโทนความสุขุม แบบเข้าได้กับทุกความต้องการ ด้วยโทนร้านสีเทา-ดำ โดยเปิดมาแล้วประมาณ 5-6 ปี และด้วยความที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกับโรงแรมหลายแห่ง ทำให้ในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ทางร้านจะมีลูกค้าชาวต่างชาติ แวะเวียนมานั่งหาอะไรทานตลอดทั้งช่วงเช้า และช่วงเย็น

    แถมตอนเที่ยง ยังเป็นแหล่งฝากท้องสำคัญของคนทำงานโดยรอบพื้นที่ จนเกิดเป็นร้านที่มีเมนูอาหารให้เลือกหลากรสชาติ อย่าง แกงกะหรี่หมูทอด ที่ลดความร้อนแรงของเครื่องเทศลงมาในระดับปานกลาง เพื่อให้ทานได้อย่างสบาย ๆ สำหรับคนทั่วไป แต่หากอยากได้รสจัดจ้านถึงใจ ก็บอกทางร้านได้อีกด้วย ยิ่งทานแกล้มเครื่องดื่มดี ๆ อย่าง คาปูชิโน่เย็น สักแก้ว ก็เติมพลังให้พร้อมออกไปสู้งานต่อสบาย

    – 33 ซ.เพชรบุรี แขวงมักกะสัน
    – เปิดจันทร์-ศุกร์
    – เวลา 08:00-16:00 น. / หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง จะกลับมาเปิดทุกวัน เวลา 07:00-22:00 น.
    – FB : Thirty 3 Cafe Bangkok – 33 คาเฟ่ กรุงเทพฯ (https://web.facebook.com/thirty3cafe)

    Gontran Cherrier – เบเกอรีต้นตำรับจากเมืองน้ำหอม – ครัวซองต์กรอบนอกนุ่มใน

    ร้านเบเกอรีต้นตำรับจากเมืองน้ำหอม แนว Boulangerie ที่ตั้งชื่อร้านตามเชฟผู้เกิดในครอบครัวนักอบขนมปัง และเคยทำงานในภัตตาคารมิชลินสตาร์ 3 ดาว I’Arpege จนได้เขียนตำราสูตรการทำขนม ซึ่งตีพิมพ์ไปทั่วโลก !

    โดยเขามาเปิดสาขาแรกในไทย ที่ตึกสิงห์ คอมเพล็ก ทำเป็นครัวเปิด จึงได้กลิ่นเนยสดหอมโชย ของครัวซองต์ที่ใช้แป้ง และเนย สั่งตรงมาจากฝรั่งเศส พันทบไปทบมา แล้วรีดจนได้เลเยอร์สวยงาม กรอบนอกนุ่มใน

    มีการเพิ่มรส Matcha Red Bean และ Pain Au Chocolat นอกจากนี้ ยังอยากให้ลองครัวซองต์ไส้ครีมเกาลัด ควีนอามัน ฯลฯ ไปด้วย ทานทั้งที น้อยกว่านี้ได้ไง เนอะ !

    – ชั้นล่าง Singha Complex แยกอโศก-เพชรบุรี
    – เปิดทุกวัน 07:00-21:00 น.
    – ขอบคุณภาพ และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB : Gontran Cherrier Thailand https://web.facebook.com/GontranCherrierThailand

    วัดดิสหงษาราม (มักกะสัน) – ศูนย์รวมจิตใจชุมชนย่านมักกะสัน – เดิมชื่อวัดบางกะสัน

    วันประจำชุมชนในละแวกย่านมักกะสัน ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2376 โดยแต่เดิมทางวัดถูกเรียกขานกันว่า วัดบางกะสัน เหตุจากการที่วัดตั้งอยู่บริเวณคลองบางกะสัน ก่อนที่ต่อมาจะถูกเรียกว่า วัดมักกะสัน หลังการถือกำเนิดของสถานีรถไฟมักกะสัน

    ส่วนชื่ออย่างเป็นทางการของวัดอย่าง ดิสหงษาราม ถูกตั้งขึ้นมาในปี 2485 โดยตัววัดมีพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ แวดล้อมไปด้วยอาคารทำกิจกรรมต่าง ๆ ทางศาสนาพุทธอย่างครบครัน มีโบสถ์ที่คงความขลัง ด้วยริ้วรอยของกาลเวลาแบบน่าเคารพนับถือ

    – 509 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน
    – เปิดให้เข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกวัน

    Grey Ray – คาเฟ่เปี่ยมงานดีไซน์มีรสนิยม – เครื่องดื่มที่เน้นความพิถีพิถันในการชง

    คาเฟ่ที่ส่งความโดดเด่นของการดีไซน์ตัวพื้นที่ ด้วยงานออกแบบ และตัวโครงสร้างที่ดูดีมีรสนิยม เพราะเป็นคาเฟ่ที่ต่อยอดมาจากแบรนด์เครื่องเขียนงานดี ในชื่อเดียวกันอย่าง Grey Ray (มีโปรดักต์วางขายอยู่ในคาเฟ่นี้ด้วยล่ะ !) โดยแม้จะเปิดมาประจวบเหมาะกับการเกิดขึ้นของโควิด-19 ในบ้านเรา แต่ทางร้านก็ยืนระยะมาได้ ด้วยการให้บริการ Take Away

    แต่ความดึงดูดของคาเฟ่แห่งนี้ ก็ยังหนีไม่พ้นพื้นที่ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการเป็น Co-Working Space ในสไตล์ Mid-Century Modern ผสมกลมกลืนไปกับความเป็น Loft แบบเก๋ ๆ

    มีห้อง Private Room ที่ตกแต่งด้วยงานดีไซน์ และเฟอร์นิเจอร์แบบย้อนยุค ท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ ชวนผ่อนคลาย พร้อมขับความเพลิดเพลินของการเข้ามาใช้พื้นที่ ด้วยเสียงเพลงจากแผ่นเสียงที่บรรเลงเพลงคลาสสิคยุค 70

    ขณะที่ไฮไลต์ของทางร้านอีกส่วนอย่างเครื่องดื่ม พี่มาย บาริสต้า ควบตำแหน่งผู้จัดการร้าน ได้เปิดเผยว่าจะชูจุดขายที่การเป็น Slow Bar ซึ่งเน้นใช้การสกัดกาแฟที่ทำด้วยมือเป็นหลัก ให้ความคราฟต์ ในทุกแก้วที่เสิร์ฟ

    และจะใช้เมล็ดกาแฟที่รับมาจากหลากหลายแหล่ง หรือใครไม่สันทัดกาแฟ เขาก็มีเครื่องดื่มอื่น ๆ ให้เลือกอย่าง Black Pink นมสตรอว์เบอร์รี ผสมแบล็กโกโก้ ท็อปด้วยบลูเบอร์รี อัลมอนด์ และโรสแมรี รสชาติกลมกล่อม แถมหน้าตายังสวยงาม เหมาะต่อการถ่ายรูปอัปเดตลงโซเชียล ตามมุมต่าง ๆ ของคาเฟ่ที่สุดเลยเชียว

    – 86/7 ถ.ราชปรารภ เขตพญาไท
    – เปิดวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 10:30-18:00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เวลา 09:00-19:00 น. – FB : GREY RAY Café & More (https://web.facebook.com/greyraycafe)